xs
xsm
sm
md
lg

“CI” ขับเคลื่อนลงทุนเกือบ 4,000 ลบ. จ่อคอนโดฯ เมือง-บูมมิกซ์ยูสชะอำ-หัวหิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


“ชาญอิสสระ” เปิดแผนลงทุนปี 61 เม็ดเงินเกือบ 4,000 ล้านบาท ทั้งพัฒนาโครงการคอนโดฯ ในเมือง พร้อมบูมโครงการร่วมทุนมิกซ์ยูส “อาณาจักรทิวทะเลเอสเตท” ทั้งเฟสต่อเนื่องโรงแรม ห้องประชุมขนาดใหญ่ ผุดไอเดียปั๊มน้ำมันสุดหรูแห่งเดียวในไทย แม่แรงดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างความคึกคัก แจงผลงานยอดขาย 4 โครงการ



นายสงกรานต์ อิสสระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI พร้อมด้วยทีมผู้บริหารได้แถลงถึงแผนการลงทุนในปี 2561 ว่า ในปีนี้จะมีการพัฒนาโครงการทั้งในส่วนของบริษัท และบริษัทร่วมทุน “ร่วมอิสสระ” คาดว่าจะใช้งบลงทุนรวม 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนของบริษัทชาญอิสสระฯ ประมาณ 2,000 ล้านบาท รองรับ 3-4 โครงการ มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท ทั้งรูปแบบโครงการคอนโดมิเนียม เน้นกลุ่มลูกค้าระดับ B+ จนถึง A+ ราคาขายต่อตารางเมตร (ตร.ม.) 200,000 บาทขึ้นไป

ในส่วนของบริษัท ร่วมอิสสระฯ คาดจะใช้งบลงทุนพัฒนาในโครงการ “อาณาจักรทิวทะเลเอสเตท” ทำเลชะอำ-หัวหิน เพิ่มอีก 2,000 ล้านบาท พัฒนาเฟสต่อเนื่อง แบ่งเป็น การพัฒนาโรงแรมเพิ่มอีก 49 ห้อง พร้อมพัฒนาพื้นที่ให้มีห้องบอลรูม ห้องประชุมขนาดใหญ่ คูลสปา คิดส์คลับ ร้านอาหาร ซึ่งคาดว่าจะเปิดช่วงในปี 2563 การพัฒนาวิลล่า การมีคอมเมอร์เชียล การพัฒนาคอนโดมิเนียมที่จะให้บริการในรูปแบบไทม์แชริ่ง เป็นต้น

สำหรับแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ของตลาดชะอำ-หัวหินว่า ยังมีการเติบโตที่ดีขึ้น โดยสังเกตได้จากความคึกคักในการเปิดโครงการใหม่ของผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ ที่เบื้องต้นมี 4 โครงการใหม่จะเกิดขึ้นมา ทั้งกลุ่มของบริษัทแสนสิริ, กลุ่มดุสิตธานี, บริษัทเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ฯ และบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ โดยปัจจัยที่สนับสนุนจะเกิดขึ้นนโยบายของรัฐบาลที่มีแผนพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ อาทิ การสร้างทางด่วนยกระดับพระราม 2 ลอยฟ้ากรุงเทพฯ-ราชบุรี และทางด่วนใหม่เชื่อมพระราม 3-วงแหวน รวมถึงรถไฟฟ้าความเร็วสูงกรุงเทพฯ ที่จะช่วยให้การเดินทางมาชะอำ-หัวหินมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

“อสังหาฯในชะอำ-หัวหิน ยังขยายตัวได้ดีตามภาคธุรกิจท่องเที่ยว ที่มีอัตราการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ที่ดินรองรับการพัฒนาโครงการมีจำกัด มีราคาสูง บางแปลงต่อไร่ประมาณ 20-30 ล้านบาท ขณะที่วัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับราคาขึ้น ก็จะมีผลต่อราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%”

สำหรับความคืบหน้าโครงการ “ทิวทะเลเอสเตท” โครงการรูปแบบ Mixed Use ที่ร่วมทุนระหว่างบริษัท ชาญอิสสระฯ, บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อบริษัทร่วมทุน “ร่วมอิสสระ” บนเนื้อที่โครงการร่วมกว่า 110 ไร่ มูลค่าโครงการในปัจจุบัน 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีโครงการที่พัฒนาแล้วเสร็จรวม 4 โครงการ ได้แก่ โครงการบ้านทิวทะเล อวามารีน มียอดขายแล้ว 97% โครงการบ้านทิวทะเล บลูแซฟไฟร์ มูลค่าโครงการ 1,900 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 85,000 บาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) มียอดขายแล้ว 75% โครงการบลู ราคาเฉลี่ย 70,000 บาทต่อ ตร.ม. มียอดขายแล้ว 50% และโครงการ Baba Beach Club Hotel & Residences Hua Hin บริหารโดย บริษัท ศรีพันวา แมเนจเมนท์ จำกัด ปัจจุบันมียอดขายในส่วนของเรสซิเดนท์ไปแล้วกกว่า 70%

“โดยส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่าโครงการทิวทะเลเอสเตท ไม่ใช่จุดปลายของโครงการ แม้โครงการจะมีความก้าวหน้าในการดำเนินงาน แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้น และคิดว่าสามารถต่อยอดโครงการได้ 10 เท่าภายใน 5 ปีข้างหน้า มูลค่าโครงการจะเป็นเท่าตัว โครงการนี้ เราสร้างฝันได้ หรือแม้แต่การจะเนรมิตรปั๊มน้ำมันสวย ๆ ขึ้นมา ซึ่งจะเป็นแห่งแรกในประเทศไทย มีความทันสมัย ช่วยดึงดูดคนเข้ามาเที่ยว โปรโมตโครงการ จะมีกรุ๊ปทัวร์มาลง สร้างความคึกคัก คาดว่าภายในไตรมาส 3 ปีนี้ จะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง เฉพาะที่พัฒนาไป 4 โครงการ มูลค่ากว่า 7,200 ล้านบาท บนพื้นที่ 50 ไร่จากทั้งหมด 110 ไร่ เรายังมีที่ดินรองรับการพัฒนาไปได้อีก 5-6 ปี”

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนการขายและการตลาดของโครงการทิวทะเลเอสเตท บริษัทจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย ซึ่งในวันที่ 7 เม.ย. นี้ เตรียมจัดงาน “Thew Talay Estate Beat of Life @ Baba Beach Club Hotel & Residences Hua Hin” ขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการตอกย้ำความสำเร็จ ล่าสุด บริษัทได้เปิตตัวภาพยนตร์โฆษณา “ความทรงจำดีดี...สู่ทิวทะเลเอสเตท” ทั้งนี้ได้ออนแอร์ไปแล้วผ่านทางออนไลน์เฟซบุ๊กทิวทะเลเอสเตท.


พลัสฯ เผยศักยภาพคอนโดพัทยา-หัวหิน ยังเติบโต
พลัสฯ เผยศักยภาพคอนโดพัทยา-หัวหิน ยังเติบโต
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร พบสัญญาณการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวจากกรุงเทพฯ สู่เมืองท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยทั้งพัทยาและหัวหิน ได้ปัจจัยบวกจากการลงทุนระบบคมนาคมของภาครัฐ จากการเชื่อมต่อพัทยาสู่หัวหินทางเรือ เชื่อมต่อการเดินทางจากกรุงเทพฯ ทางรถไฟความเร็วสูงและโครงการทางพิเศษ ส่งผลให้อุปสงค์การท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์เติบโตต่อเนื่อง ล่าสุดพบตัวเลขราคาขายคอนโดมิเนียมพัทยาสูงสุดอยู่ที่ 180,000 บาทต่อตร.ม. ราคาขายต่อช่วง 5 ปีเติบโตสูงสุดที่ 36% ขณะที่คอนโดมิเนียมหัวหินราคาเสนอขายสูงสุดที่ 140,000 บาทต่อตร.ม. ผลตอบแทนการขายต่อสูงถึง 59%
กำลังโหลดความคิดเห็น...