xs
xsm
sm
md
lg

CIMBT รุกกลุ่มบุคคลธนกิจรับรายใหญ่โยกเงินหนี ดบ.ต่ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


ซีไอเอ็มบีไทย เผยแนวโน้มผู้ฝากเงินรายใหญ่ยังโยกเงินฝากเข้าลงทุนหนีดอกเบี้ยต่ำ ครึ่งปีแรกมียอดหมื่นล้าน พร้อมออกผลิตภัณฑ์ลงทุนรองรับต่อเนื่อง ด้านสินเชื่อรายย่อยปล่อยกู้ซื้อบ้านยังชะลอห่วงดันเอ็นพีแอลเพิ่ม

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย เปิดเผยว่า จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในระดับต่ำมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าบุคคลธนกิจบางส่วนของธนาคารย้ายเงินจากบัญชีเงินฝากประจำมาลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่มีผลตอบแทนสูงขึ้น โดยที่ผ่านมา มีลูกค้าโยกเงินฝากมาลงทุนแล้วประมาณ 10,000 ล้านบาท

“เงินฝากปีนี้เราคงจะไม่เน้นมากนัก เพื่อให้สอดคล้องกับสินเชื่อที่ขยายตัวไม่มากนัก แต่ยอดภาพรวมเงินฝากไม่ได้ลดลง เพราะธนาคารยังมีการออกผลิตภัณฑ์เงินฝากดอกเบี้ยสูง 1.6% หรือสูงกว่าดอกเบี้ยประจำ สามารถชดเชยเงินฝากที่หายไปได้ และในช่วงครึ่งปีหลัง เงินฝากน่าจะไหลออกไม่มากแล้ว ทำให้ยอดเงินฝากภาพรวมทั้งปีนี้น่าจะยังทรงตัวตามเป้าที่ 107,000 ล้านบาท ขณะที่ผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนก็จะมีความซับซ้อนมากขึ้น เพื่อให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นเช่นกัน”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธนาคารได้ร่วมกับ บลจ.ซีไอเอ็มบี พรินซิเพิล เสนอขายกองทุนรวมพรินซิเพิล สตราทีจิค อินคัม ฟันด์ มีผลตอบแทน 3.5-4% และกองทุนรวมซีไอเอ็มบี พรินซิเพิล โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ อิควิตี้ มีผลตอบแทนที่ 8.68% ซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นอย่างดี และยังมีแนวโน้มที่ลูกค้าจะสนใจจะลงทุนเพิ่มเนื่องจากผลตอบแทนด้านดอกเบี้ยยังต่ำ โดยในช่วงที่เหลือของปีธนาคารจะออกผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนเพิ่มขึ้นอีก 2-3 หมื่นล้านบาท เป็นกองทุน 15,000 ล้านบาท หุ้นกู้ และตราสารอนุพันธ์ 3-5 พันล้านบาท และหุ้นกู้ของกลุ่มธุรกิจ 500-1,000 ล้านบาท

ด้านสินเชื่อรายย่อยในปีนี้ตั้งเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ที่ระดับ 21,000 ล้านบาท เป็นสินเชื่อบ้าน 14,000 ล้านบาท และสินเชื่อไม่มีหลักประกัน 7,000 ล้านบาท โดยในส่วนของสินเชื่อบ้าน คาดว่าจะปล่อยกู้ได้ 13,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน คาดว่าปล่อยกู้ได้ 8,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ส่งผลให้ยอดคงค้างสินเชื่อทั้งปีที่ 86,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 70,000 ล้านบาท

ด้านสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ระดับ 3.7% และน่าจะยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ไม่มากนัก โดยส่วนที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นส่วนของสินเชื่อบ้าน

คาดบาทแกว่งระดับ 34.50-34.70

นายสุธีร์ โล้วโสภณกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า ปัจจัยที่ตลาดจับตาอยู่ในระยะนี้ ยังให้ความสำคัญกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งส่วนใหญ่ยังคาดว่า จะชะลอการขึ้นดอกเบี้ยออกไปในปีหน้า ทำให้แนวโน้มเงินบาทยังแข็งค่า โดยคาดว่าจะแกว่งอยู่ประมาณ 34.50-34.70 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และหากเฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยในปลายปีนี้ก็น่าจะทำให้เงินบาทอ่อนค่าสู่ระดับ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
กำลังโหลดความคิดเห็น