xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นภาคเช้าดีดขึ้น 17.43 จุด "ขุนคลัง" ป้ายแดงยันไม่คุมเงินทุนไหลเข้า

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล
หุ้นภาคเช้าปิดบวก 17.43 จุด ตามทิศทาง ตปท. สามารถยืนในแดนบวกได้ตลอดช่วงเช้า ขานรับมาตรการ "เฟด" ตรึ่ง ดบ.ยาว 2 ปี เพื่อดูแล ศก. ขณะที่ รมว.คลัง ป้ายแดง โชว์วิสัยทัศน์ ตลาดเงิน-ตลาดทุน ผ่านเฟสบุ๊ก ยันไม่มีแนวคิดคุมเงินไหลเข้า เพื่อรับมือวิกฤตหนี้ สหรัฐฯ-ยุโรป ยันเน้นวินัยด้านการคลัง ดูแลเงินเฟ้อ

ภาวะตลาดหุ้นไทย วันนี้ ดัชนีปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,059.97 จุด เพิ่มขึ้น 17.43 จุด หรือเปลี่ยนแปลง +1.67% มูลค่าการซื้อขาย 17,778.65 ล้านบาท โดยภาพรวมวันนี้ ดัชนีสามารถรีบาวน์สำเร็จ และยืนในแดนบวกได้ตลอดช่วงเช้า เป็นไปในทิศทางเดียวกับต่างประเทศ ซึ่งขานรับมาตรการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ประกาศตรึงดอกเบี้ยต่ำออกไปอีก 2 ปี เพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจ

**รมว.คลังใหม่ โชว์กึ๋น นโยบายการเงิน-ตลาดทุน

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค Thirachai Phuvanatnaranubalaอีกครั้ง โดยระบุว่า มีสื่อมวลชนที่ถามคำถามไว้ที่ซ้ำๆ กัน ผมขอรวบรวมตอบดังนี้

1. ผมจะยึดหลักวินัยทางการคลังหรือไม่

ผมจะให้ความสำคัญเรื่องวินัยทางการคลังเป็นอย่างมาก ผมเองยอมรับว่าไม่ได้มีส่วนในการร่างนโยบายของพรรคเพื่อไทย แต่ผมก็เห็นด้วยกับแนวคามคิดเหล่านี้ เนื่องจากเป็นแนวคิดที่ต้องการจะปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่ของประชาชนโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้น้อย ผมจึงจะให้การสนับสนุนเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ก็จำเป็นต้องมีการพิจารณาเรื่องความยั่งยืนทางฐานะการคลังควบคู่ไปด้วย เพื่อประสานความใฝ่ฝันทางการเมืองให้พอดีกับความเป็นไปได้ทางวิชาการ ผมจึงจะขอทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานระหว่างข้าราชการและนโยบายของพรรค ให้มีความกลมกลืนกันให้มากที่สุด

2. การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้น ไม่ว่าจะขึ้นมากน้อยเท่าใดและขึ้นเป็นขั้นบันใดหรือขึ้นครั้งเดียว จะมีข้อกังวลเรื่องเงินเฟ้อหรือไม่

การขึ้นค่าแรงงานนั้น จะมีผลต่อเงินเฟ้อในลักษณะเพิ่มต้นทุน (cost push) จึงจะมีผลทำให้ระดับราคาสูงขึ้นไปเพียงรอบเดียวในปีที่มีการขึ้นค่าแรง ไม่ใช่มีผลต่อเนื่องซ้ำๆ ทุกปีเหมือนกรณีที่เกิดเงินเฟ้อจากเศรษฐกิจโดยรวมร้อนแรงเกินไป (demand pull) ดังนั้น จึงเป็นที่น่ากังวลน้อยกว่ากรณีเศรษฐกิจร้อนแรง

อย่างไรก็ดี รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลให้การปรับขึ้นราคาสินค้านั้นเป็นไปอย่างเหมาะสมเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น และคาดว่าผู้ประกอบการส่วนหนึ่งจะสามารถรับภาระค่าแรงที่เพิ่มขึ้นจากกำไรที่ลดลงไปบ้างโดยไม่ปรับขึ้นราคาขายสินค้า

แต่ทั้งนี้ ผมเห็นว่าวิธีปรับตัวที่ดีที่สุดก็คือให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (productivity) โดยผมจะดูตัวอย่างเช่นประเทศบราซิลที่มีการเก็บเงินจากรายได้ที่ได้จากการขุดน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินำไปตั้งเป็นกองทุนเพื่อช่วย SME ในการฝึกอบรมคนงาน เพิ่มทักษะในการผลิต วิจัยพัฒนาขั้นตอนการผลิตให้เร็วขึ้นและให้ต้นทุนต่ำลง รวมทั้งพัฒนารูปแบบหรือลักษณะของสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม (value add) ที่สูงขึ้น ซึ่งผมจะหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการทำนองนี้

ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมที่ผลิตสินค้าแบบเดิมๆ ซึ่งใช้แรงงานสัดส่วนสูงนั้น ย่อมจะถูกกระทบมากกว่ารายอื่น แต่ก็ควรถือโอกาสนี้ช่วยกันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาทั้งรูปแบบสินค้าและวิธีการทำงานให้ทันสมัยมากขึ้น ซึ่งผมจะหารือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องนี้ให้เต็มที่

3. ปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปจะกระทบต่อไทยอย่างไร จะทำให้ต้องคิดอ่่านนำเอามาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้ามาใช้หรือไม่

เศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปที่อ่อนตัวแสดงว่าในอนาคตประเทศในเอเชียจำเป็นจะต้องหันมาพึ่งความต้องการภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งขบวนการปรับค่าแรงขั้นต่ำและระบบสวัสดิการนั้นเป็นนโยบายที่เหมาะสำหรับเอเชียอยู่แล้วหากดำเนินการในระดับที่เหมาะสม จึงหวังว่าประเทศเอเชียอื่นๆ จะคิดดำเนินการในลักษณะนี้ด้วย

ทั้งนี้ ในอนาคตเอเชียต้องพึ่งการค้าขายภายในประเทศมากขึ้นและการค้าขายระหว่างเอเชียด้วยกันมากขึ้น เอเชียควรจะลงทุนในประเทศเอเชียกันเองมากขึ้น

สำหรับปัญหาด้านเงินทนไหลเข้านั้น เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปมีแนวโน้มน่าสนใจน้อยกว่าเอเชีย ย่อมจะมีผลทำให้นักลงทุนสากลให้ความสนใจลงทุนในเอเชียมากขึ้น ดังนั้น แบงค์ชาติของประเทศต่างๆ ในเอเชียจึงจำเป็นจะต้องติดตามวิเคราะห์สถานการณ์อย่างไกล้ชิด แต่ในชั้นนี้ ผมไม่มีความคิดที่จะมีมาตรการใดๆ เป็นการเฉพาะ
กำลังโหลดความคิดเห็น