xs
xsm
sm
md
lg

เลือกทางสว่าง 15 : พี่น้องไทยร่วมใจ สู่ชัยชนะอย่างโอลิมปิค

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


ช่วงนี้ ผมขอถอดหมวกนักธุรกิจ แต่สวมหมวกฝ่ายวิชาการ ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย อดีตนักกิจกรรม นายกสโมสรนิสิต จุฬาฯ ปี 2527 ด้วยความรักและห่วงใยในบ้านเมืองจริงๆครับ

เราพี่น้องคนไทยได้ติดตามการจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิคอย่างยิ่งใหญ่ ตั้งแต่พิธีเปิด การดูแลนักกีฬา การจัดเกมส์การแข่งขัน จนถึงพิธีปิดอันยิ่งใหญ่อลังการ ผมว่าเราได้เห็นความร่วมแรงร่วมใจ ทั้งในระดับประเทศทุกประเทศ และระดับชาวโลก ไม่ว่าประเทศไหนจะไม่ชอบกัน ก็มีใจร่วมสปิริตของกีฬาโอลิมปิค คนจีนทั้งประเทศกว่า 1,600 ล้านคน ก็คงมีคนเห็นแตกต่างกันบ้าง แต่ก็มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างยิ่ง และจะยิ่งรักชาติ ภาคภูมิใจในชาติยิ่งขึ้นจากความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจกันในครั้งนี้อีกด้วย

ผมเชื่อว่า **ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันนั้น คงต้องประกอบด้วย ความรักกันและกัน และความดีงาม** ลองนึกดูครับว่า หากโอลิปปิค เต็มไปด้วยบรรยากาศ “การโกง” เอาเปรียบ เอาประโยชน์มาเป็นประโยชน์ส่วนตัว กีฬาโอลิมปิคจะมีความศักดิ์สิทธิ์หรือ ? ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันจะเกิดขึ้นหรือ ?

ประเทศจีน ปกครองคนกว่า 1,600 ล้านคน ถือได้ว่าพัฒนาจากพลังของประชาชนที่ต่อสู้มาหลายยุคหลายสมัย ดูเถอะครับว่า มีผู้นำจีนกล้าคอรัปชัน สูบได้สูบเอาหรือไม่ ? ผู้นำกล้าซุกซ่อนหุ้นธุรกิจส่วนตัว ใช้อำนาจรัฐลดเงื่อนไขประโยชน์ของรัฐ เป็นประโยชน์ของเอกชนของกลุ่มตนนับแสนล้านบาทหรือไม่ ? กล้าปกป้องความผิดของผู้ฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือไม่ ?

ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลกมายาวนาน ผู้นำของเขาเป็นคนคดโกงหรือไม่ ? เป็นคนปกป้องคนโกงหรือไม่ ? เขาพัฒนาประชาธิปไตยมายาวนาน เขาเอาสื่อของรัฐสื่อความข้างเดียว ละเลยสาระแท้จริงของฝ่ายที่เห็นตรงข้ามหรือไม่ ? เราจะเห็นการพัฒนาจิตใจของนักการเมืองของเขา เมื่อมีข่าวอื้อฉาวแม้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่กรณีอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน กับลูวินสกี้ ก็มีการถกกันอย่างโปร่งใส ไม่มีท่าทีปกปิดสาระฝ่ายตรงข้าม ตอบกันอย่างตรงไปตรงมา และลงท้ายด้วยการที่อดีตประธานาธิบดีขอโทษประชาชน เพราะสำนึกว่า มีส่วนที่ไม่ใช่เป็นแบบอย่างที่ดี และขอโทษครอบครัว ซึ่งครอบครัวก็ได้ให้อภัยอย่างน่าชื่นใจ

**กรณีการปฏิบัติต่อเชลยทหารอิรัคที่ไม่เหมาะสม ก็มีการสอบสวนกันให้เป็นที่ประจักษ์อย่างครบถ้วน ไม่ปกปิดบิดเบือนเช่นเดียวกัน** หลักการสำคัญคือ “เสรีภาพของสื่อมวลชนในการสื่อความให้ครบด้าน คือเสรีภาพของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร” คือสิ่งสำคัญที่ทำให้ประชาธิปไตยเดินอยู่ได้อย่างมั่นคง ประชาชนยอมรับอำนาจของรัฐบาล และไม่อึดอัดกับการทำงานของสื่อสารมวลชนของรัฐ

ผู้สนับสนุนอดีตผู้นำหลายคน มักจะอ้างว่า **ถ้าไทยเราสมัครสมานสามัคคีอย่างสิงคโปร์ ผู้นำเข้มแข็งอย่างสิงคโปร์ ประเทศจะก้าวหน้าอีกมาก** จึงเสียดายอดีตผู้นำ และอาจไม่รู้สึกอะไรกับการปกป้อง และปกปิดความผิดของอดีตผู้นำ...

ผมเห็นด้วย 100% ว่า **ถ้าเรามีผู้นำที่ดีเข้มแข็งอย่างสิงคโปร์ ประเทศจะก้าวหน้าไปไกลได้ไม่น้อยกว่ากัน** แต่สิ่งสำคัญคือ เขาทำงานเพื่อประโยชน์ประเทศชาตินะครับ การเจรจาซื้อขายหุ้น ทางสิงคโปร์นั้น เขาเจรจาเพื่อประโยชน์ของเทมาเส็กซึ่งเป็นกองทุนของรัฐบาล แต่ผู้นำของเราเจรจาเพื่อหุ้นของลูก และพี่น้อง ซึ่งถือหุ้นเป็นโนมินีแทนตัว และ กองทุนลับที่ตัวเก็บซ่อนไว้ในต่างประเทศ รัฐของเขามีรายได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนจ่ายภาษีสูงสุดเพียงร้อยละ 20 แต่คนไทยจ่ายสูงสุดถึงร้อยละ 37 เพราะภาตรัฐมีรูรั่ว ถูกผู้ใช้อำนาจรัฐเอาประโยชน์เข้าส่วนตัวอยู่ตลอดเวลา คิดหรือว่า อารยประเทศอย่างเขา
**หากผู้ใช้อำนาจรัฐหาประโยชน์ส่วนตัวเขาจะอยู่ได้ หากเขาใช้อำนาจบิดเบือนสื่อ ปกปิดซ่อนเร้นความผิดของตนและพรรคพวก สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน คิดหรือว่ารัฐบาลของเขาจะเป็นที่ยอมรับในระบอบประชาธิปไตยเสียงมากชนะได้ แต่ต้องเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ และไม่ใช่ทำอะไรผิดๆก็ได้** หากใครใช้กลยุทธถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ครองอำนาจให้ได้ ใช้อำนาจตามใจ ถามว่าประชาชนอย่างผม และอย่างอีกหลายคนทนดูได้ไหม ? เราคนไทยก็รักสงบและรักสันติ คนส่วนใหญ่ ก็ยอม “ก้มหน้าอดทนได้” ขอให้บ้านเมืองเดินไป ผมเองก็ทนได้ อย่างมากในฐานะพ่อแม่ เราก็สอนลูกเราว่า “ให้ตั้งมั่นในความดี อย่าไปเอาอย่างแบบนี้ อย่าเอาอำนาจหน้าที่ที่มี หาประโยชน์ส่วนตัวหรือพรรคพวกโดยมิชอบ”

ผมอยากให้ผู้นำผู้มีอำนาจรัฐ มองถึงจิตใจประชาชนให้ทั่วถึงด้วยเถอะครับ ทุกประเทศที่มีประชาธิปไตยที่มั่นคง เพราะผู้ได้อำนาจจากระบอบนี้ ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด ระบอบประชาธิไตยก็จะเดินหน้าได้อย่างสงบสันติ ประชาชนก็ไม่ต้อง “ก้มหน้าอดทน” กับการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบ จะได้มีความสุขกันถ้วนหน้า

ผมยอมรับว่า ช่วงนี้ ผมมีความไม่สบายใจ ผมยอมรับว่า ระดับความพอใจและไม่พอใจแต่ละคนไม่เท่ากัน ระดับวิธีการต่อสู้เพื่อปกป้องประเทศชาติแต่ละคนไม่เท่ากัน ผมส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการรุกเข้าไปในสถานที่ราชการ แต่ผมเห็นใจ ผมเคยไปร่วมตากแดดตากฝนอย่างบริสุทธิ์ใจเมื่อครั้งสีลมสีเขียว มันเป็นพันธกิจในใจ ที่ยินดีเสียสละตัวเองเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติอย่างบริสุทธิ์ใจ เป็นความสุขใจ และภาคภูมิใจ ดังที่นายกฯได้ถามให้ใช้ส่วนไหนตรงก็ได้ว่า “ทนกันกว่า 3 เดือน มันมันส์นักหรือ ชีวิตจะสูงขึ้นสัก 2 นิ้วไหม ?” ทำให้น่าคิดจริงๆ หากเขามาเรียกร้องเพื่ออะไรส่วนตัวก็คงไม่น่ายกย่อง หากมาแล้ว นั่งนอนสบาย ก็ไม่เห็นความเสียสละ จึงทำให้เห็นความบริสุทธิ์ใจ และการกระทำที่อาจจะเกินเลยไปบ้าง อย่างน้อยก็เห็นความบริสุทธิ์ใจ และความตั้งใจดีต่อบ้านเมือง

ผมเห็นพี่น้องที่มาร่วมชุมนุม ทุกเพศ ทุกวัย บางคนอุ้มเด็กมา หลายคนสูงอายุ สตรีผู้เข้มแข็งมากมาย ผมเคารพในความเสียสละของพี่น้อง และร่วมภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม ร่วมหนักใจอึดอัด เมื่อสื่อของรัฐบิดเบือน ประเด็นการต่อสู้เพื่อปกป้องประโยชน์ประเทศชาติอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ถูกถ่ายทอด แต่กลับถูกปรักปรำให้กลายเป็นพวกเกลียดชัง มาขับไล่ตามใจตนเองอย่างไร้เหตุผล

ท้ายที่สุด แม้ผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำถึงขนาดนั้น ต่อพอเข้าใจได้ และขอให้ดำเนินการใดๆด้วยความรอบคอบระวังผลกระทบต่างๆให้ดีด้วยครับ

**ขอให้คนไทยทุกคน รู้รักสามัคคี ไม่ยอมรับความแตกแยก เชื่อทางสว่าง ส่งเสริมความดี รักษาประชาธิปไตย สนับสนุนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างถูกต้อง ไม่ใช้อำนาจรัฐเพื่อปกป้องความผิด ไม่ใช้สื่อของรัฐบิดเบือนความจริง “ไม่สร้างความแตกแยกให้ประชาชนหรือสื่อต้องเลือกข้าง” **แต่ให้วินิจฉัยเรื่องต่างๆด้วยหลักฐานและเหตุผลโดยไม่ใช้อำนาจเตะถ่วงปกปิดความผิด ร่วมกันให้กำลังใจรัฐบาลในการบริหารบ้านเมืองอย่างสุจริต อยู่ในทางชอบธรรม ไม่ใช้ความรุนแรงกับประชาชนผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ต่อบ้านเมือง เมื่อบ้านเมืองเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รักชาติ รักความถูกต้องยุติธรรม บ้านเมืองก็จะไม่เข้าสู่วิกฤต ประชาชนมีความสุขไม่ต้องอึดอัด เศรษฐกิจด็จะดีต่อไปได้ในระยะยาวครับ

มนตรี ศรไพศาล
ฝ่ายวิชาการ ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย
(montree4life@yahoo.com)

กำลังโหลดความคิดเห็น...