xs
xsm
sm
md
lg

ก.ล.ต.รอแบงก์ชาติไฟเขียวไพรเวทฟันด์ ลุยลงทุนในต่างประเทศคาดอนุมัติ Q1 นี้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ก.ล.ต.รอ ธปท.ไฟเขียวนักลงทุนไทยลงทุนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ จากก่อนหน้าเห็นชอบด้วยวาจาแล้ว คาดแบงก์ชาติอนุมัติภายในไตรมาสแรกนี้ "ประเวช" เผย เตรียมเชิญผู้ประกอบการไพรเวทฟันด์ทุกรายทำความเข้าใจขั้นตอน เกณฑ์ การเตรียมความพร้อมการลงทุน ด้าน กบข.พร้อมเพิ่มเพดานลงทุนต่างประเทศเป็น 25% หากครม.อนุมัติ

นายประเวช องอาจสิทธิกุล ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยความคืบหน้าในการให้นักลงทุนไทยไปลงทุนต่างประเทศ ว่า ก.ล.ต.ได้มีการส่งรายละเอียดขั้นตอนการไปลงทุนต่างประเทศของกองทุนส่วนบุคคล (ไพรเวทฟันด์) ให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท. หรือแบง์ชาติ )พิจารณาแล้วในช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรอการพิจารณาของธปทและอนุมัติอย่างเป็นทางการ เพราะ ในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต.ได้มีการหารือกับทาง ธปท. อย่างไม่เป็นทางการหลายครั้งแล้วและทางธปท.มีความเห็นชอบด้วยวาจาแล้ว

โดย ในเร็วๆ นี้ ก.ล.ต.จะเชิญบริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนซึ่งประกอบธุรกิจกองทุนไพรเวทฟันด์ ทุกรายเข้ามาทำความเข้าใจขั้นตอนการ กฎเกณฑ์ และการเตรียมความพร้อมการไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ก.ล.ต.ได้ขอวงเงินการไปลงทุนต่างประเทศรวมจำนวน 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย ก.ล.ต.จะเป็นผู้พิจารณาในการจัดสรรวงเงิน ซึ่งจะประกอบไปด้วย กองทุนไพเวทฟันด์ นักลงทุนทั่วไปลงทุนต่างประเทศโดยผ่านบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์)

รวมถึงการให้หลักทรัพย์ต่างประเทศ เข้ามาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในรูปแบบใบรับฝากหลักทรัพย์ที่เปลี่ยนมือได้ (Transferable Custody Receipt) หรือ ทีซีอาร์ และการระดมทุนของบริษัทไทยที่ทำธุรกิจในต่างประเทศ โดยเชื่อว่าธปท.จะอนุมัติวงเงินและสามารถที่จะเริ่มไปลงทุนต่างประเทศได้ภายในไตรมาสแรกปี 51 นี้

" ในช่วงแรกนั้นการลงทุนต่างประเทศ จะอนุมัติให้กองทุนไพรเวทฟันด์ไปลงทุนก่อน ส่วนการลงทุนต่างประเทศของนักลงทุนรายย่อยโดยผ่านโบรกเกอร์นั้นจะเป็นขั้นตอนต่อไปที่ ก.ล.ต.จะดำเนินการ แต่นักลงทุนรายย่อยจะต้องลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือพันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ " นายประเวช กล่าว

นายประเวช กล่าวว่า การลงทุนต่างประเทศนั้นมีข้อดีในการลดความกดดันในเรื่องการแข็งค่าของค่าเงินบาท ซึ่งในปีที่ผ่านมาการลงทุนต่างประเทศ มีการเติบโตสูงมาก เป็นการแสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความเข้าใจในเรื่องการลงทุนต่างประเทศพอสมควร และผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ในระดับที่น่าพอในกับความเสี่ยงที่ได้รับ และการลงทุนต่างประเทศนั้นก็นั้นก็ไดมีการประกันความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน

ด้านนายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวว่า กบข.มีความพร้อมที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศจากเดิมที่มีเพดานการลงทุนอยู่ที่ 15% เป็น 25% หากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติการขอขยายเพดานการลงทุนดังกล่าว โดยจะเน้นการลงทุนในแถบภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากมีผลตอบแทนที่ดีอยู่ สำหรับการลงทุนในประเทศนั้น คาดว่าจะยังไม่เพิ่มการลงทุน โดยคงสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ 12% เพราะไม่มีสินค้าใหม่ๆเข้ามา จึงทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะเพิ่มดังกล่าว

ส่วนการลงทุนในขณะนี้นั้น ยังรอโอกาสที่จะเข้าซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการที่ดัชนีปรับลดลงนั้น เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเทขาย เพราะมีความกังวลสถานการณ์เกี่ยวกับสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์คุณภาพต่ำ (ซับไพรม์) และเศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย ประกอบกับค่าเงินเยนที่แข็งค่า จึงมียังให้มีการขายอย่างต่อเนื่องและยากที่จะประเมินว่าจะหยุดเทขายเมื่อใด
กำลังโหลดความคิดเห็น