คอลัมน์ "TKO" โดย "น็อกเอาต์ แมน"
ในช่วงที่ผ่านมาเราอาจจะเคยได้ยินข่าวกันอยู่บ้าง ที่เหล่านักชกผันตัวไปลงเลือกตั้ง ทั้งระดับท้องถิ่น หรือระดับประเทศ ยกตัวอย่างแบบไม่ต้องย้อนไปไกลมาก เมื่อการเลือกตั้งใหญ่ ปี 2566 "บาส" สมรักษ์ คำสิงห์ ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก เคยผันตัวไปสวมบทบาทนักการเมืองชั่วคราว
โดยเจ้าตัวตัดสินใจลงเลือกตั้งที่ จ.ขอนแก่น เขต 11 บ้านเกิดของตน ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ของ "ลุงป้อม" ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน ได้เพียง 1,271 คะแนน คว้าอันดับ 5 ห่างจากอันดับ 1 องอาจ ฉัตรชัยพลรัตน์ จากพรรคภูมิใจไทยมากกว่า 3 หมื่นคะแนน
ขณะเดียวกันฝ่ายหญิง ก็มีนักมวยที่ผันตัวไปลงเลือกตั้งเช่นกัน และก็เป็นการลงเลือกตั้งสมัยล่าสุดที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ได้แก่ "บัวริมบึง ก่อเกียรติยิม" หรือ "น้องแป๋ว" มลฤดี จันทร์แดง นักมวยหน้าสวย ที่ลงชิงเก้าอี้สส.บึงกาฬ
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ บัวริมบึง ถือว่ามีชื่อเสียงพอสมควรจากการเป็นนักมวยสาวที่หน้าตาดี และมีฝีมือ แต่ตัดสินใจอำลาสังเวียนเพื่อสานฝันด้านการศึกษาจนสำเร็จหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ จนเวลาผ่านไป ปัจจุบันเธอในวัย 34 ปี ก็ขอสร้างจุดเปลี่ยนของชีวิตอีกครั้ง
เธอถอดชุดพยาบาลทิ้ง หันมาสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีแดงของพรรคเพื่อไทย เป็นผู้สมัครสส.จังหวัดบึงกาฬ เขต 2 (ครอบคลุมพื้นที่ อ.เซกา, อ.บึงโขงหลง และ อ.บุ่งคล้า)
และล่าสุดสดๆ ร้อนๆ สมบูรณ์ มีสิทธิ์ดี หรือที่แฟนหมัดมวยชาวไทยรู้จักกันในชื่อของ กุหลาบดำ สจ.เปี๊ยกอุทัย ชนะการเลือกตั้ง เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลราม หมู่ที่ 4 อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ ด้วยคะแนนเสียง 236 คะแนน ในการเลือกตั้ง เมื่อ 11 มกราคม 2568
ในวงการ กุหลาบดำ เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ชื่อ ราชสีห์อีสาน เหล่าโชคเจริญราชสีห์ ย้ายมาซ้อมกับ "เสี่ยแขก" สมชาย เทศน์รุ่งเรือง ที่ค่ายมวยพีเค.แสนชัยฯ และการลงเลือกตั้งอบต.ในครั้งนี้เจ้าตัวชูนโยบาย “ไม่ทอดทิ้งผู้สูงวัย พัฒนาเยาวชน และเน้นเรื่องกีฬา” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
หลังจากรู้ผลว่าชนะการเลือกตั้ง เจ้าตัวโพสต์สเตตัสสั้นๆ ว่า “ผ่านแล้วครับ ขอบคุณที่ไว้วางใจผมครับ”
เบื้องหลังการตัดสินใจลงเล่นการเมืองครั้งนี้ กุหลาบดำ เผยว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจที่จะตอบแทนบ้านเกิด โดยนโยบายหลักที่เขาใช้หาเสียงจนโดนใจคนในพื้นที่คือ
ส่งเสริมกีฬาระดับรากหญ้า พัฒนาเยาวชนให้ห่างไกลยาเสพติดผ่านการออกกำลังกาย (ซึ่งเจ้าตัวเพิ่งเปิดค่ายมวย "สมบูรณ์ฟาร์ม" ในพื้นที่เพื่อสร้างอาชีพให้เด็กยากจน ไม่ทอดทิ้งผู้สูงวัย เน้นการดูแลและยกระดับสวัสดิการของผู้สูงอายุในชุมชนให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น
แม้จะได้รับเลือกเป็นนักการเมืองท้องถิ่น แต่ กุหลาบดำ ยืนยันว่ายังไม่ทิ้งนวมแน่นอน โดยล่าสุดเพิ่งเรียกเสียงฮือฮาด้วยการย้ายมาซ้อมที่ค่ายใหญ่ พีเค.แสนชัยฯ และพร้อมไล่ล่าสัญญา ONE Championship มาครองให้ได้อีกครั้ง แม้ล่าสุดจะพ่ายแบบสุดช็อกให้กับ ปตท. ก็ตาม
ทั้งนี้เราได้เห็นบทบาทของนักกีฬาหลายคน ที่ไม่ใช่เฉพาะนักมวย เมื่อเลิกประกอบอาชีพด้านกีฬาโดยตรง ก็ผันตัวมาลงการเมืองกันหลายต่อหลายคน แต่ก็มีไม่เยอะที่จะประสบความสำเร็จชนะการเลือกตั้ง เพราะนอกจากชื่อเสียงที่โด่งดังแล้ว การลงสมัครรับเลือกตั้ง มันต้องใช้อย่างอื่นที่มากกว่าชื่อเสียง ทั้ง การชูนโยบาย หรือการเข้าถึงชุมชนนั้นๆ เป็นต้น


