xs
xsm
sm
md
lg

กินอะไร...หรือไม่กินดี ก่อนลงวิ่ง! / พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ “Golf Healing” โดย “พลโทนายแพทย์ สมศักดิ์ เถกิงเกียรติ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกประจำโรงพยาบาลพระมงกุฎ และ โรงพยาบาลรามคำแหง มีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยมากกว่า 30 ปี somsak_doctor@hotmail.com”

"พี่หมอครับผมลงชื่อสมัครวิ่งการกุศลรายการที่พี่บอกแล้วนะครับ"

"เออเด็กดี" พี่หมออารมณ์ดีเหมือนบรรยากาศที่เย็นสบายยามเช้านี้

"แต่ผมอยากขอคำแนะนำเรื่องอาหารว่ากินหรือไม่กินก่อนวิ่งดีครับ เพราะเคยกินก่อนวิ่งแล้วจุกแน่น ไม่กินก็โหยหมดแรงเหมือนน้ำตาลต่ำ เอาไงดีครับ"

- เทรนด์ของการวิ่งการกุศลวิ่งเพื่อความสนุกสนานวิ่งเพื่อชิมช็อปแชะหรือวิ่งด้วยวัตถุประสงค์อะไรก็ตาม ก็ถือเป็นกิจกรรมการขยับร่างกายที่ควรส่งเสริมและสนับสนุน แต่คนที่จะลงวิ่งนั้นก็สมควรต้องประเมินสมรรถภาพของตัวเองหรือเตรียมพร้อมก่อนลงสนาม เพราะหากเจ็บตัวหรือป่วยก็คงไม่คุ้ม

นอกจากการวอร์มอัพและวอร์มดาวน์ในการออกกำลังกายแล้วยังมีคำถามมากมายว่าก่อนวิ่งนั้นสามารถรับประทานอาหารได้หรือไม่งานนี้ผู้เชี่ยวชาญมีคำะแนะนำว่าการให้ท้องหิวก่อนวิ่งนั้นก็ไม่ดี เพราะจะทำให้เราอ่อนแรงและอาจจะเกิดอาการวิงเวียนในทางตรงกันข้ามกินอิ่มแล้ววิ่งก็จะจุกแน่นท้องวิ่งไม่ไหวเช่นกัน ทางที่ดีที่สุดคือทางสายกลางคือสามารถรับประทานอาหารได้ก่อนที่จะออกจากบ้านสัก 2-3 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

แล้วอาหารอะไรล่ะที่จะพอดิบพอดีไม่ทำให้อิ่มจนเกินไปและทำลายบรรยากาศของการวิ่ง

วิ่งตอนเช้าตรู่คาร์โบไฮเดรตถือเป็นอาหารทางเลือกหมายเลข 1 เพราะการวิ่งต้องการใช้พลังงาน แต่ถ้าใครรู้สึกว่าไม่ไหวแน่นเกินไปก็หันไปทานกล้วยหอมหรือแอปเปิลสักลูกก็ถือว่าใช้ได้ ส่วนใครถนัดกินนมกับซีเรียลก็โอเคเช่นเดียวกับแท่งอาหารสำเร็จรูปประเภทเมล็ดธัญพืชต่างๆ โดยเฉพาะที่ระบุว่าเพิ่มพลังงาน

วิ่งตอนสายๆ แซนด์วิชเนื้ออะไรสักอย่างที่ตัวเองชอบกับชีสถือเป็นเมนูที่ดี แต่ขอให้จำไว้ว่าควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ให้โปรตีนเยอะเกินไป รวมทั้งไฟเบอร์และไขมัน เพราะว่าร่างกายจะเสียเวลาไปกับการเบิร์นสิ่งเหล่านี้จนไม่มีเวลามาให้พลังงานระหว่างการวิ่งของเรา แต่โปรตีนเหมาะมากที่จะกิน หลังจากที่ได้ออกกำลังกายอย่างหนักแล้ว ฉะนันอาหารประเภทฟาสต์ฟูดหรือจังก์ฟูดนั้นไม่เหมาะที่จะกินก่อนลงวิ่ง

ที่สำคัญที่สุดคือไม่ว่าจะวิ่งตอนไหนก็ตาม "น้ำ" คือสิ่งที่ลืมไม่ได้ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังวิ่ง ทั้งนี้การทำหน้าที่ของน้ำในการซึมซับเข้าไปในร่างกายนั้นต้องใช้เวลา 20-30 นาที วิธีที่ดีคือค่อยๆ จิบเมื่อคุณรู้สึกหิวน้ำ หรือรู้สึกว่าสูญเสียน้ำระหว่างออกกำลังกายไปเยอะ อย่าดื่มพรวดพราดเด็ดขาด สรุปว่าการวิ่งทุกวันเป็นเรื่องที่ดี และควรสังเกตตัวเองด้วยว่ากินอะไรตอนไหนเกิดอาการอย่างไรกับตัวเอง เพราะร่างกายของแต่ละคนนั้นซึมซับอาหารแตกต่างกันนั่นเอง
กำลังโหลดความคิดเห็น...