xs
xsm
sm
md
lg

ผลประโยชน์ไม่ลงตัว “บัวขาว” ประกาศเลิกชก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

บัวขาว โบกมือลาแฟนมวยผ่านสื่อเป็นครั้งสุดท้าย
ASTVผู้จัดการรายวัน - สมบัติ บัญชาเมฆ หรือ บัวขาว ป.ประมุข ขอจบปัญหาที่ค้างคามานาน ตัดสินใจประกาศฟ้าผ่าเลิกชกมวยด้วยวัยเพียง 30 ปี หลังไม่สามารถตกลงสัญญาผลประโยชน์ กับ “กำนันแก๊” ประมุข โรจนตัณฑ์ เจ้าของค่ายมวยชั้นนำของเมืองไทยได้

เมื่อเวลา 13.45 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2555 ที่ห้องประชุมชั้น 7 ของอาคารเฉลิมพระเกียรติ ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายสิทธิประโยชน์ พร้อมด้วย “ชาติซ้าย” สมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพ นัดหมายทางฝั่ง บัวขาว ป.ประมุข และนายประมุข โรจนตัณฑ์ เข้าถกสัญญาใหม่อีกครั้ง หลังประชุมพูดคุยกันครั้งก่อนไม่ลงตัว

โดย นายวิวรรธน์ แสงสุริยะฉัตร ทนายความทางฝั่ง “ป.ประมุข” เปิดเผยว่า “หลังจากปรึกษากันแล้ว เรายอมที่จะถอนฟ้อง นายธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม นักกายภาพบำบัดที่พากันแหกค่ายหนีไปกับ บัวขาว ตามที่นักมวยขอไว้ในสัญญา อีกทั้งเรายอมรับข้อตกลงในสัญญาฉบับใหม่ที่ระบุว่า บัวขาว จะได้ค่าตอบแทน 60 เปอร์เซ็นต์ เมื่อขึ้นชก ทางค่ายขอไว้ 40 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สิทธิประโยชน์ ค่าโชว์ตัวต่างๆ นักมวยได้ไป 75 เปอร์เซ็นต์ ฝ่าย ป.ประมุข ขอแค่ 25 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้สัญญาที่เหลืออีก 5 ปี”

อย่างไรก็ตาม ดร.เทพปกรณ์ อินทรพัฒน์ ทนายความฟาก “ดำ ดอตคอม” ขอเพิ่มเติมรายละเอียดในสัญญาใหม่ ว่า “เรื่องผลประโยชน์ค่าตัวชก 60-40 และค่าภาพลักษณ์ 75-25 เปอร์เซ็นต์ ขอเป็นเพียงเรื่องของการชกมวยเท่านั้น แต่นอกเหนือจากการขึ้นสังเวียน อาทิเช่น บัวขาว ไปถ่ายภาพยนตร์หรือโฆษณา อยากให้ บัวขาว ได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากนักมวยอายุ 30 ปีแล้ว ถือว่าอยู่ช่วงปลายอาชีพ อาจชกอีกไม่ได้นาน”

ทั้งนี้ เมื่อหาขอสรุปใหม่ไม่ลงตัว ทำให้ บัวขาว ประกาศกร้าวกลางที่ประชุมว่า “ผมขอเลิกชกมวยแล้วดีกว่า” ซึ่งทางฝั่ง ป.ประมุข ที่นำมาโดย “กำนันแก๊” และ “เสี่ยอุ” ธีระพัฒน์ ลูกชายซึ่งเป็นเจ้าของค่ายมวย พากันปรบมือยกใหญ่ พร้อมกันนี้ นายวิวรรธน์ ทนายความ มีการถามกลับไปว่า บัวขาว จะเลิกชกในทุกชื่อเลยหรือไม่ จะมีการจดทะเบียนในชื่ออื่นอีกหรือไม่ ซึ่ง บัวขาว ยืนยันว่า ไม่เอาแล้ว จบทุกอย่าง สัญญาถือว่าจบกันไป

ด้าน นายสกล กล่าวในที่ประชุมทันที ว่า “รู้สึกเสียดายที่สุดท้ายเรื่องนี้จบไม่สวย เป็นเรื่องของผลประโยชน์แท้ๆ ที่ทำให้ บัวขาว ต้องเลิกชก แล้วเหตุใดฝั่ง ป.ประมุข ถึงปรบมือ ดีใจที่ บัวขาว เลิกชก เลิกทำผลงานให้ประเทศชาติอย่างนั้นหรือ ถ้าเกิดสื่อนอกตีข่าวออกไป ว่าตกลงผลประโยชน์กันไม่ได้ หน้าตาของประเทศจะเป็นเช่นไร”

เรื่องนี้ “กำนันแก๊” สวนกลับไปว่า “ที่ปรบมือไม่ใช่เพราะ บัวขาว จะไม่ได้ขึ้นชกอีกแล้ว แต่เป็นเพราะปัญหาต่างๆ ที่สั่งสมมาตั้งแต่เดือนมีนาคม จะได้ยุติลงเสียที ที่ผ่านมา ผมปวดหัวกับนักชกคนนี้มาก”

ภายหลังประชุมเสร็จ นายประมุข ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว MGR Sport ว่า “นี่เป็นความต้องการของ บัวขาว คงต้องตามใจ จริงๆ เสียดายที่เขาจะไม่ได้กลับมาทำชื่อเสียงให้ประเทศอีก ปัญหาที่จบลงแบบนี้เป็นเพราะมือที่ 3 เข้ามายุ่ง ทั้งที่สมัยอยู่ด้วยกันในค่ายเคยเตือนไปแล้วถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ ไม่คิดว่ากรณีนี้จะมาเกิดกับตน ที่ผ่านมา นักมวยดังๆ มักจบอนาคตด้วยปัญหาแบบนี้ อย่างไรก็ตาม โล่งใจที่ทุกอย่างสิ้นสุดเสียที”

ขณะที่ บัวขาว เปิดปากทิ้งท้ายเช่นกันว่า “ส่วนตัวเสียดายที่ต้องเลิกชก ทั้งที่ยังมีเรี่ยวแรงอยู่ แต่ผมอยากยุติปัญหาที่เกิดขึ้นเสียที เรื่องนี้คิดตั้งแต่ก่อนมาที่นี่แล้ว โดยขอยืนยันอีกครั้งไม่มีใครยุโยงทั้งสิ้น ที่ผ่านมา ทำชื่อเสียงให้ประเทศมาตลอด วันนี้ขอยุติไว้แค่นี้ หยุดตอนที่กำลังรุ่งดีกว่าเลิกตอนโรยราไปแล้ว เมื่อทุกอย่างจบ ผมจะกลับไปที่บ้านเกิดจังหวัดสุรินทร์ เพื่อฝึกลูกหลานที่อยากต่อยมวยไทยที่ค่ายบัญชาเมฆต่อไป ทั้งนี้ ผมยังไม่ทิ้งวงการมวยเสียทีเดียว หากใครมีอะไรให้ช่วยก็พร้อมเต็มที่ ส่วนเรื่องการผันตัวเองเป็นโปรโมเตอร์ เป็นเรื่องอนาคต ตอนนี้ยังไม่ได้คิดไว้ สุดท้ายฝากขอโทษแฟนๆ ที่ต้องตัดสินใจเช่นนี้ จึงอยากเตือนนักมวยรุ่นน้องๆ ให้ดูกรณีผมเป็นตัวอย่าง และขอให้เป็นครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นกับวงการมวยไทย”
กำนันแก๊ ปรึกษากับทนายของตัวเอง
การเจรจาเริ่มไม่ลงตัว
สุดท้าย บัวขาว จบปัญหาด้วยการยุติอาชีพนักมวย
ยืนยันว่าจะไม่มีชื่อบัวขาว หรือชื่อใดๆบนสังเวียนมวยอีก
รอง สกล บ่นเสียดายที่ไทยจะไม่มี บัวขาว สร้างชื่อเสียงให้ประเทศอีก
ฝั่ง ป.ประมุข ยอมรับการตัดสินใจของ เจ้าดำ
ออกจากห้องประชุมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
ขอบคุณแฟนมวยก่อนแขวนนวม
ภาพสุดท้ายของบัวขาว หลังยุติปัญหาทั้งหมด