เบร็ตต์ ฟาร์ฟ ฝันสลายไม่สามารถนำ มินเนโซตา ไวกิงส์ เข้าไปลุ้นแชมป์ประเทศได้ หลังบุกไปต่อเวลาพ่ายให้แก่ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส 28-31 พร้อมกับส่งเหล่า "นักบุญ" เข้าไปชิงแชมป์ซูเปอร์โบว์ล เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีม
ที่นิวออร์ลีนส์ : เบร็ตต์ ฟาร์ฟ มีการบ้านให้คิดหนักช่วงหน้าร้อนนี้ว่าจะคัมแบ็กกลับมานำ มินเนโซตา ไวกิงส์ ลุ้นแชมป์ในฤดูกาลหน้าหรือไม่ หลังเส้นทางในซีซันนี้มาหยุดที่ซูเปอร์โดม บ้านของ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ด้วยฝีเท้าของ การ์เรตต์ ฮาร์ทลีย์ สังหารฟิลด์โกล 40 หลา ผ่านเสาประตูเข้าไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ
ในเกมเดิมพันสูงชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี (NFC) ของศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) เซ็นต์ส แลกหมัดกับ ไวกิงส์ ได้อย่างถึงพริกถึงขิงตามคาด สลับกันนำสลับกันตามตลอด แต่สุดท้ายเมื่อจบ 4 ควอเตอร์ เสมอกัน 28-28 ต้องตัดสินช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่ง "นักบุญ" เสี่ยงเหรียญชนะได้บุก และก็ไม่เปิดโอกาสให้ ฟาร์ฟ กลับลงสนามอีกเลย
โดย ปิแอร์ โธมัส รันนิงแบ็กที่เกมนี้วิ่งไป 56 หลา 1 ทัชดาวน์ รับบอลอีกหนึ่งสกอร์ เป็นคนวิ่งย้อนได้ดีมาถึงประมาณเส้น 40 หลา ดรูว์ บรีส์ ค่อยๆ พาทีมบุกเจ้าบ้านรุกคืบ ฌอน เพย์ตัน หัวหน้าโค้ช "นักบุญ" ตัดสินใจเสี่ยงเล่นดาวน์ที่ 4 สำเร็จ แถมได้โทษรบกวนปีกอีกต่างหาก เมื่ออยู่ในระยะหวังผลได้ เซ็นต์ส ส่งเอา การ์เรตต์ ฮาร์ทลีย์ ที่ต้นฤดูกาลโดนแบนจากการใช้สารกระตุ้น ลงมาซัดฟิลด์โกลระยะ 40 หลา เข้าประตูไป ช่วยให้ต้นสังกัดผ่านเข้าสู่ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 เจอกับ "เกือกม้า" อินเดียนาโปลิส โคลต์ส คืนวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ในไมอามี มลรัฐฟลอริดา ต่อไป และก็เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1993/94 ที่ทีมสถิติอันดับ 1 ของแต่ละฝั่งไปเจอกัน
เกมนี้เจ้าถิ่นได้ บรีส์ ขว้างเข้าเป้า 17 จาก 31 ครั้ง ได้ระยะ 197 หลา 3 ทัชดาวน์ กระจายให้ โธมัส, เดเวอรี เฮนเดอร์สัน และ เรจจี บุช ขณะที่ทีมเยือนได้ ฟาร์ฟ ขว้งเข้าเป้า 28 จาก 46 ครั้ง ได้ระยะ 310 หลา 1 ทัชดาวน์ เสีย 2 อินเทอร์เซปต์ แถมหลุดอีกหนึ่งฟัมเบิล เบอร์นาร์ด เบอร์เรียน รับบอล 9 ครั้ง ได้ระยะ 102 หลา 1 ทัชดาวน์ แต่ก็เสียหนึ่งฟัมเบิล เอเดรียน พีเทอร์สัน วิ่งไปถึง 25 ครั้ง ทะลวงระยะไป 122 หลา 3 ทัชดาวน์ ทว่าทำบอลหลุดมือถึง 2 ครั้ง โดยคืนนี้แม้ "เกมรับ" ไวกิงส์ ช่วยกันยันสุดฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม "ทีมบุก" พลาดมากเกินไป ฟาร์ฟ มาเสียอินเทอร์เซปต์สำคัญก่อนจบเวลาปกติ ทำให้ต้องมีการต่อเวลาและก็พ่ายไปอย่างน่าเจ็บใจ
ภายหลัง ฮาร์ทลีย์ ให้สัมภาษณ์ในเบื้องต้น "แค่ช่วยให้ทีมได้ไปไมอามี นั่นแหละงานของผม"
ด้าน ดาร์เรน ชาร์เปอร์ อดีตเซฟตี กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ออกมาปลอบใจเพื่อนเก่า "เบร็ตต์ (ฟาร์ฟ) ทำงานในฐานะควอเตอร์แบ็กได้ดีแล้ว ซึ่งนั่นก็ช่วยให้เราได้เตรียมพร้อมกับการรับมือ เพย์ตัน (แมนนิง) ต่อไป"




ที่นิวออร์ลีนส์ : เบร็ตต์ ฟาร์ฟ มีการบ้านให้คิดหนักช่วงหน้าร้อนนี้ว่าจะคัมแบ็กกลับมานำ มินเนโซตา ไวกิงส์ ลุ้นแชมป์ในฤดูกาลหน้าหรือไม่ หลังเส้นทางในซีซันนี้มาหยุดที่ซูเปอร์โดม บ้านของ นิวออร์ลีนส์ เซ็นต์ส ด้วยฝีเท้าของ การ์เรตต์ ฮาร์ทลีย์ สังหารฟิลด์โกล 40 หลา ผ่านเสาประตูเข้าไปในช่วงต่อเวลาพิเศษ
ในเกมเดิมพันสูงชิงแชมป์สายเอ็นเอฟซี (NFC) ของศึกอเมริกัน ฟุตบอล เอ็นเอฟแอล (NFL) เซ็นต์ส แลกหมัดกับ ไวกิงส์ ได้อย่างถึงพริกถึงขิงตามคาด สลับกันนำสลับกันตามตลอด แต่สุดท้ายเมื่อจบ 4 ควอเตอร์ เสมอกัน 28-28 ต้องตัดสินช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่ง "นักบุญ" เสี่ยงเหรียญชนะได้บุก และก็ไม่เปิดโอกาสให้ ฟาร์ฟ กลับลงสนามอีกเลย
โดย ปิแอร์ โธมัส รันนิงแบ็กที่เกมนี้วิ่งไป 56 หลา 1 ทัชดาวน์ รับบอลอีกหนึ่งสกอร์ เป็นคนวิ่งย้อนได้ดีมาถึงประมาณเส้น 40 หลา ดรูว์ บรีส์ ค่อยๆ พาทีมบุกเจ้าบ้านรุกคืบ ฌอน เพย์ตัน หัวหน้าโค้ช "นักบุญ" ตัดสินใจเสี่ยงเล่นดาวน์ที่ 4 สำเร็จ แถมได้โทษรบกวนปีกอีกต่างหาก เมื่ออยู่ในระยะหวังผลได้ เซ็นต์ส ส่งเอา การ์เรตต์ ฮาร์ทลีย์ ที่ต้นฤดูกาลโดนแบนจากการใช้สารกระตุ้น ลงมาซัดฟิลด์โกลระยะ 40 หลา เข้าประตูไป ช่วยให้ต้นสังกัดผ่านเข้าสู่ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 44 เจอกับ "เกือกม้า" อินเดียนาโปลิส โคลต์ส คืนวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ ในไมอามี มลรัฐฟลอริดา ต่อไป และก็เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1993/94 ที่ทีมสถิติอันดับ 1 ของแต่ละฝั่งไปเจอกัน
เกมนี้เจ้าถิ่นได้ บรีส์ ขว้างเข้าเป้า 17 จาก 31 ครั้ง ได้ระยะ 197 หลา 3 ทัชดาวน์ กระจายให้ โธมัส, เดเวอรี เฮนเดอร์สัน และ เรจจี บุช ขณะที่ทีมเยือนได้ ฟาร์ฟ ขว้งเข้าเป้า 28 จาก 46 ครั้ง ได้ระยะ 310 หลา 1 ทัชดาวน์ เสีย 2 อินเทอร์เซปต์ แถมหลุดอีกหนึ่งฟัมเบิล เบอร์นาร์ด เบอร์เรียน รับบอล 9 ครั้ง ได้ระยะ 102 หลา 1 ทัชดาวน์ แต่ก็เสียหนึ่งฟัมเบิล เอเดรียน พีเทอร์สัน วิ่งไปถึง 25 ครั้ง ทะลวงระยะไป 122 หลา 3 ทัชดาวน์ ทว่าทำบอลหลุดมือถึง 2 ครั้ง โดยคืนนี้แม้ "เกมรับ" ไวกิงส์ ช่วยกันยันสุดฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม "ทีมบุก" พลาดมากเกินไป ฟาร์ฟ มาเสียอินเทอร์เซปต์สำคัญก่อนจบเวลาปกติ ทำให้ต้องมีการต่อเวลาและก็พ่ายไปอย่างน่าเจ็บใจ
ภายหลัง ฮาร์ทลีย์ ให้สัมภาษณ์ในเบื้องต้น "แค่ช่วยให้ทีมได้ไปไมอามี นั่นแหละงานของผม"
ด้าน ดาร์เรน ชาร์เปอร์ อดีตเซฟตี กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ออกมาปลอบใจเพื่อนเก่า "เบร็ตต์ (ฟาร์ฟ) ทำงานในฐานะควอเตอร์แบ็กได้ดีแล้ว ซึ่งนั่นก็ช่วยให้เราได้เตรียมพร้อมกับการรับมือ เพย์ตัน (แมนนิง) ต่อไป"