แม้ว่า ทอม วัตสัน จะไม่ได้ชูถ้วย คลาเรต จัก หลังจบการดวลเพลย์ ออฟ 4 หลุมบนสนามเทิร์นเบอร์รี่ ในการแข่งขัน ดิ โอเพ่น ครั้งที่ 138 แต่อดีตโปรหมายเลขหนึ่งของโลกในทศวรรษที่ 80 ได้พิสูจน์ให้คนทั่วโลกได้เห็นแล้วว่า อายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้นสำหรับกีฬาประเภทนี้
ในวัย 59 ปี ทอม วัตสัน ที่ปัจจุบันเล่นอยู่ในซีเนียร์ พีจีเอ ทัวร์ ได้สิทธิลงสนามเมเจอร์ รายการที่สามของปีในฐานะแชมป์เก่าของรายการ 5 สมัยและยังมีอายุไม่ถึง 60 ปี (ทอม วัตสัน จะมีอายุครบ 60 ปีในเดือนกันยายน) สำหรับวัตสัน นั้นแม้จะมีสถานะเป็นแชมป์เก่า และเคย คว้าถ้วยคลาเร็ต จักบนสนามนี้มาแล้วในปี 1977 หากแต่ชื่อของเขาก็มิได้ถูกวางตัวว่าจะมีชื่อติดอยู่ในลีดเดอร์ บอร์ด แต่หลังจากการแข่งขันวันที่สองผ่านไป พร้อมกับผลงานไม่ผ่านการตัดตัวของไทเกอร์ วู้ดส์ ขณะที่ วัตสัน ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ สปอตไลท์ของสื่อต่างฉายจับไปที่โปร ผู้ซึ่งไม่ได้มีสังขารร่วงโรยไปตามวัย
ผลงานของวัตสัน ในครั้งนี้แม้จะไม่ถึงตำแหน่งแชมป์แต่เขาได้พิสูจน์ให้ วงการกอล์ฟโลกเห็นแล้วว่า กอล์ฟอาชีพ ยังเป็นเกมที่นักกีฬาวัย 59 ปียังคงสามารถยืนอยู่บนแฟร์เวย์ของทัวร์นาเม้นท์ได้อย่างสง่างาม ภายใต้หัวใจอันมุ่งมั่น และ ร่างกายที่แข็งแกร่งไม่ต่างอะไรจากนักกอล์ฟรุ่นหนุ่มที่แข่งขันอยู่ในสนามเดียวกันสักเท่าไร
เหตุผลประการสำคัญที่ทำให้ วัตสัน ยังสามารถยืนระยะอยู่ได้บนแฟร์เวย์การแข่งขัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกอล์ฟไม่เหมือนกีฬาประเภทอื่น ที่เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางของชีวิตก็ต้องหยุดเล่นอาชีพ หากแต่กอล์ฟสามารถเล่นได้เกือบตลอดชีวิต ดังเช่นที่แซม สนีด ทำสกอร์พาร์ 60 เมื่อเขามีอายุ 71 ปี
เมื่อนำเอากรณีของวัตสัน ไปเปรียบเทียบกับนักกีฬาประเภทอื่นที่สามารถต่อสู้กับสังขารและยืนระยะอยู่ในชีวิตนักกีฬาได้เกินช่วงวัยของสนามอาชีพ หากแต่พวกเขาก็มีสภาพที่เรียกได้ว่า “ยับเยิน” ดังเช่น วิลลี่ เมย์ส นักเบสบอลชื่อดังของ เมเจอร์ลีกเบสบอล สหรัฐฯ ที่ต้องเดินออกจากอาชีพที่ตนเองรักในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บจากการลื่นหกล้มในสนามแข่ง เช่นเดียวกับ มูฮัมมัด อาลี นักมวยผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตที่ถูก ลาร์รี่ย์ โฮล์มส์ ล้มได้ถึงสองครั้ง
แต่สำหรับวัตสันแล้ว การลงสนามแข่งกอล์ฟอาชีพของเขาไม่ได้มีความเสี่ยงต่อสภาพร่างกายแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม อดีตโปรหมายเลขหนึ่งโลกสามารถยืนระยะได้อย่างสวยงามตลอดทั้ง 4 วันของการแข่งขันและการเล่นเพลย์ออฟต่ออีกสี่หลุมในวันสุดท้าย ที่เป็นเช่นนี้เพราะกอล์ฟ เป็นกีฬาที่ไม่มีการปะทะ หากนักกีฬาต้องใช้ทักษะทั้งหมด ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นสายตา กล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขา รวมไปถึงหัวใจที่ต้องนิ่งเพื่อออกวงสวิงที่ดีที่สุดออกมา และนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้บรรดานักกอล์ฟอาชีพที่ประสบความสำเร็จต่างก็มีรายได้อย่างงดงามเหนือกว่านักกีฬาอาชีพประเภทอื่น
นอกจากผลงานของ วัตสัน จะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กอล์ฟ เป็นกีฬาที่ไม่มีข้อจำกัดของอายุ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนสนามเทิร์นเบอร์รี่ ยังส่งผลให้นักกีฬาในอดีตทั้งหลายต่างรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาอีกมาก ดังเช่น จอร์จ โฟร์แมน นักมวยผู้ยิ่งใหญ่ ที่ครั้งหนึ่งในวัย 46 ปี ได้ขึ้นชกกับนักมวยที่มีอายุต่างกันเกือบสองรอบ อย่าง ไมเคิล มูเรอร์ และสอนเชิงนักมวยหนุ่มวัย 27 ปีด้วยการชนะน็อก กับ ดิ โอเพ่น ครั้งที่ 138 “โฟร์แมน” เฝ้าติดตามผลการแข่งขันอยู่หน้าจอ เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวของ “ฟอกซ์สปอร์ต” ว่า “ผมไม่กล้าดูการแข่งขันจนจบ มันตื่นเต้นเกินไป” หากแต่อดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่กล่าวถึง ทอม วัตสัน ไว้อย่างน่าสนใจว่า “แม้ว่า ทอม จะไม่สามารถคว้าแชมป์เมเจอร์ในครั้งนี้ได้ หากแต่ผลงานของเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า อายุเป็นเพียงตัวเลข และไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการที่นักกีฬาสักรายจะกลับไปคืนสู่สนามเพื่อสร้างตำนานบทเก่าของตนเองอีกครั้ง”
สำหรับ ทอม วัตสัน เดือนกันยายน ที่จะถึงนี้เขาจะได้ฉลองอายุครบ 60 ปี ในดิ โอเพ่น ปีหน้าสิทธิเข้าร่วมทัวร์นาเม้นท์ในฐานะอดีตแชมป์จะหมดลงตามกฎข้อบังคับของฝ่ายจัดการแข่งขัน หากแต่เรื่องราวของ วัตสัน บนเทิร์นเบอร์รี่ ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ของวงการไปเป็นที่เรียบร้อย เพราะถึงแม้ว่า สจ๊วร์ต ซิงค์ จะครองถ้วยคลาเร็ต จัก แต่ ทอม วัตสัน กลับครองหัวใจแฟนกอล์ฟทั่วโลก


