การแข่งขันกอล์ฟ เอเชียน ทัวร์ สัปดาห์นี้กลับมาดวลวงสวิงกันที่เมืองไทยอีกครั้งซึ่งถือเป็นรายการที่ 3 แล้วในปีนี้ โดยเป็นรายการใหม่ภายใต้ชื่อ "แบล็ก เมาท์เทน มาสเตอร์ส" ที่สนามแบล็ก เมาท์เทน กอล์ฟ คลับ พาร์ 72 ระยะ 7,345 หลา เมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชิงเงินรางวัล 5 แสนเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 17.5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคมนี้
ก่อนที่การแข่งขันรอบแรกจะเริ่มในวันพรุ่งนี้ เว็บไซด์ asiantour.com คัดเอาโปรทั้งหมด 6 คนที่มีโอกาสจะได้เป็นเจ้าของแชมป์รายการนี้คนแรก พร้อมรับเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะจำนวน 79,250 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 2.7 ล้านบาทไปครอง ซึ่งมีชื่อของโปรไทยถึง 3 ราย
แอนโธนี คัง (สหรัฐฯ) : ยังคงครองอันดับ 1 บนตารางทำเงินสูงสุด เอเชียน ทัวร์ อยู่ ตลอดจนหวังจะรักษาตำแหน่งผู้นำต่อไปด้วยฟอร์มการเล่นในศึก แบล็ก เมาท์เทน มาสเตอร์ส โดยโปรเชื้อสายเกาหลี-อเมริกันเพิ่งคว้าแชมป์ มาเลเซียน โอเพน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แถมฟอร์มการเล่นดีมาหลายรายการแล้ว
ธงชัย ใจดี (ไทย) : อดีตมือ 1 เอเชียน ทัวร์ 2 สมัยยังคงเป็นหนึ่งในตัวเต็งเสมอหลังจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพิ่งสร้างสถิติเป็นเจ้าของแชมป์ เอเชียน ทัวร์ สูงสุด 11 รายการจากชัยชนะในศึก อินโดนิเซีย โอเพน ตลอดจนมีโอกาสเพิ่งตัวเลขเป็น 12 รายการในสัปดาห์นี้ ด้วยการเป็นโปรที่ตีได้ระยะทำให้เข้าทางกับการเล่นบนสนามพาร์ 72 ระยะ7,345 หลาเป็นอย่างดี
เจสเปอร์ พาร์เนวิค (สวีเดน) : เจ้าของแชมป์ พีจีเอ ทัวร์ 5 รายการ เป็นสตาร์นักกอล์ฟที่น่าจับตาในสัปดาห์นี้ แต่ยังคงต้องรอดูว่าจะได้เห็นฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเขาหรือไม่ ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน พาร์เนวิค รู้ดีว่าจะต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ
ประหยัด มากแสง (ไทย) : จะเป็นการเล่นที่บ้านเกิดของตัวเอง โปรหมาย กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มการเล่นที่ดี หลังจากได้รองแชมป์ในศึก มาเลเซียน โอเพน ก่อนจบอันดับ 13 ร่วมจากศึก เวิลด์ กอล์ฟ แชมเปียนชิป รายการ ซีเอ แชมเปียนชิป พร้อมสร้างชื่อด้วยการขึ้นเป็นผู้นำร่วมหลังจบรอบแรก จนทำให้ขึ้นมารั้งมือ 50 ของโลก และจำเป็นต้องรักษาตำแหน่งนี้ไว้เพื่อได้สิทธิ์ไปแข่ง เดอะ มาสเตอร์ส เมเจอร์แรกของปีในเดือนเมษายนนี้ โดย ก้านเหล็กวัย 42 ปี ต้องจบรายการนี้อยู่ในท็อป 3 เป็นอย่างน้อยเพื่อการันตีตั๋วไปเล่นที่สนามออกัสตา เนชันแนล
ชัพชัย นิราช (ไทย) : กลายเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองทันทีหลังจากสร้างสถิติโลกในศึก เซล โอเพน ที่ประเทศอินเดีย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดย โปรโจ๊ก สร้างสถิติทำสกอร์ต่ำสุดหลังจบ 36, 54 และ 72 หลุม คว้าแชมป์ได้ด้วยการมีสกอร์รวม 32 อันเดอร์พาร์ ดีที่สุดในทุกทัวร์ที่มีการแข่งระดับนานาชาติ ด้วยความเป็นนักกอล์ฟไดร์ฟไกล ตลอดจนสนามไม่มีรัฟมากนักจะทำให้ สวิงหนุ่มจากพิษณุโลก ทำเบอร์ดีได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอีกครั้ง
สกอตต์ เฮนด์ (ออสเตรเลีย) : เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นที่มีโอกาสชิงชัยแชมป์ในสัปดาห์นี้ เฮนด์ ตีไกลซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบกับการเล่นที่สนามแบล็ก เมาท์เทน โดยจะเล่น 2 รอบแรกออกก๊วนเดียวกับ ชัพชัย และ พาร์เนวิค


