จอร์จ ยิลเล็ตต์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันออกมาเปิดเผยว่าความสัมพันธ์กับ ทอม ฮิกส์ เจ้าของร่วมสโมสรลิเวอร์พูล เวลานี้ไม่ราบรื่นดังเดิมแล้ว โดยขยายความเพิ่มว่าไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรมดังเช่นที่ตนทำ
เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บอร์ดบริหารหงส์แดงเกือบมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ โดย ดูไบ อินเตอร์เนชันแนล แคปิตอล (ดีไอซี) กลุ่มทุนจากอาหรับพร้อมที่จะซื้อหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ที่ ยิลเล็ตต์ ถือครองอยู่ โดยอีก 1 เปอร์เซ็นต์ให้เจ้าสัวร่างเล็กปล่อยมาให้กับ ฮิกส์ เพื่อจะได้กุมอำนาจในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ ก่อนจะล้มโต๊ะไปในที่สุด
ซึ่งนับจากนั้นเป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร่วมทีมดังแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ก็เริ่มผิดรูปผิดรอยไปจากเดิม โดย ยิลเล็ตต์ เป็นผู้ออกมาเปิดเผยเองผ่านทางสถานีวิทยุแห่งหนึ่งของแคนาดาว่า “ความสัมพันธ์มันไม่เข้าที่เข้าทางมาได้ระยะหนึ่งแล้ว”
“เมื่อก่อนเราต่างก็ปฏิบัติกันอย่างแฟร์ๆ เพราะเราเป็นหุ้นส่วนร่วมกันมานาน ฝ่ายผมไม่เคยกดดันอะไรเขาเลย แต่สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ไม่คิดจะพบกันครึ่งทาง ช่วงที่ดีไอซีติดต่อเข้ามา กระแสที่แฟนบอลต่อต้านเขาค่อนข้างรุนแรงมาก ซึ่งฝั่งผมคงโดนหางเลขไปด้วยหากปล่อยหุ้นให้ตามที่เขาต้องการ นับจากนั้นเป็นต้นมา ความเห็นระหว่างเราก็จูนเข้าหากันไม่ติด”
นอกจากนั้น ยิลเล็ตต์ ยังเปิดเผยอีกด้วยว่าเคยมีโทรศัพท์ลึกลับต่อสายเข้ามารบกวนช่วงกลางดึกหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีการข่มขู่เอาชีวิตด้วย อย่างไรก็ตาม แม้จะได้รับโทรศัพท์ขู่ฆ่า ทว่า ยิลเล็ตต์ ก็เตรียมเดินทางมายังอังกฤษพร้อมกับ ฟอสเตอร์ ลูกชายซึ่งเป็นผู้อำนวยการสโมสร เพื่อชมเกมที่หงส์แดงบุกจะไปเยือน อาร์เซนอล ในสัปดาห์หน้า