xs
xsm
sm
md
lg

การเมืองเรื่องการพนัน (เตือนผีพนันรับมหกรรมบอลโลก) ตอนที่ 1

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

 
โดย...กำพล นิรวรรณ
 
หมายเหตุผู้เขียน : มหกรรมบอลโลกเวียนมาบรรจบครบรอบอีกคำรบ ท่ามกลางการรอคอยอย่างงุ่นง่านของบรรดาผีพนัน นัยว่างานนี้จะมีเงินหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันเป็นหมื่นๆ ล้านบาท แต่ที่แน่ๆ กว่างานจะปิดฉากผีหลายตนคงจะสิ้นเนื้อประดาตัวเหลือแต่ไอ้จ้อน จึงขอนำเรื่องเล่า “การเมืองเรื่องการพนัน” ที่ผมเรียบเรียงเอาไว้เมื่อปี 2007 ตอนบีบีซีไทยเพิ่งปิดตัวลงใหม่ๆ มาให้อ่านกันเป็นแง่คิด ขณะนั้นรัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของ นายโทนี่ แบลร์ กำลังผลักดันกฎหมายฉบับใหม่เพื่อเปิดเสรีธุรกิจการพนัน เป็นข้อเขียนที่ค่อนข้างยาว จึงต้องตัดมาลงเป็นตอนๆ ช่วยกันอ่าน และออกความคิดเห็นครับว่า เราควรจะมองการพนันด้วยสายตาเช่นใด และควรจะรับมือกับมันอย่างไรดี
 
ภาพจากอินเทอร์เน็ต
 
“การเมืองเรื่องการพนัน” เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถกเถียงกันอย่างหนักในหลายประเทศ รวมทั้งในบ้านเราเอง เหตุที่เป็นประเด็นร้อนก็เพราะธุรกิจการพนันกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในหลายๆ ภูมิภาคของโลก โดยเฉพาะประเทศที่ยึดแนวทางตลาดเสรีเป็นต้นแบบในการพัฒนา

ในขณะที่สังคมไทยกำลังถูกโรคพนันรุมเร้าอย่างหนัก ไหนจะปัญหาหวยใต้ดินบนดิน ปัญหาเลขท้ายสองตัวสามตัว แถมยังเจอแรงกดดันจากอุตสาหกรรมการพนันที่พยายามผลักดันให้มีการพนันทางออนไลน์ โดยที่ยังไม่มีใครบอกได้ว่า นักการเมืองผู้มีอำนาจจะนำพาพวกตนไปทางไหนนั้น
 
โลกตะวันตกซึ่งผ่านบทเรียนกับเรื่องแบบนี้มาช้านาน จนน่าจะสามารถสร้างระบบกฎหมายที่เข้มแข็งขึ้นมารองรับผลร้ายของอบายมุขประเภทนี้ได้ ให้สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งกฎหมาย ก็ยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ยังมีคนฝ่าฝืนเล่นการพนันที่กฎหมายห้ามเล่นกันโดยทั่วไป

อย่างเช่นที่อังกฤษ ปัญหาลักลอบเล่นการพนันกลายเป็นปัญหาเรื้อรังกัดกร่อนสังคมตลอดมา แม้จะมีการออกกฎหมายอนุญาตให้มีการเปิดร้านรับแทงพนันได้ทั่วประเทศตั้งแต่เมื่อสี่สิบปีก่อน จนกระทั่งเวลานี้เปิดกันทั่วทุกมุมเมือง ถึงขนาดนั้นแล้วพวกคอพนันเมืองผู้ดีก็ยังไม่รู้จักอิ่ม ยังอยากจะเล่นของที่กฎหมายห้ามเล่นในที่ต้องห้าม
 
ส่วนผีพนันอีกจำพวกนั้นแอบแทงพนันทางออนไลน์กันทั้งวันทั้งคืนในบ้านของตัวเอง ทั้งที่กฎหมายยังไม่อนุญาตเช่นกัน แต่อาศัยช่องโหว่ที่มีบริษัทหัวใสเปิดบริการมาแต่แดนไกล อย่างเช่น แคริเบียน และยิบรอลตา ก็เลยเล่นกันใหญ่ สร้างความฉิบหายให้แก่ตัวเองและสังคมอย่างมหาศาลในแต่ละปี 

อย่างกรณีของเด็กสาวคนหนึ่งที่ติดพนันทางออนไลน์ชนิดเล่นจนมีหนี้สินล้นพ้นตัว เธอชื่อ Sharna Baker ทำงานอยู่ฝ่ายการเงินของบริษัทแห่งหนึ่ง เธอเล่าให้ผู้จัดรายการวิทยุแห่งหนึ่งฟังว่า เมื่อปีที่แล้ว บ่ายวันหนึ่งหลังเบิกเงินจากธนาคารไปประมาณ 500 ปอนด์ หรือประมาณ 35,000 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนในปี 2007 เวลานั้น 1 ปอนด์สเตอลิงเท่ากับประมาณ 70 บาท เพราะฤทธิ์ตำยำกุ้งยังไม่หมด) เกิดนึกยังไงขึ้นมาไม่ทราบ ก็ไปลองเสี่ยงดวงแทงพนันทางออนไลน์ดู ปรากฏว่า ดวงดีผีเข้าแทงแล้วถูก พอถูกก็แทงต่อ ยิ่งแทงยิ่งได้ แค่สองชั่วโมงได้ไปกว่า 20,000 ปอนด์ หรือกกว่าล้าน 4 แสนบาท ทีนี้ก็ชักได้ใจเล่นต่อไม่ยอมเลิก

แต่เมื่อดวงขึ้นได้ มันก็ตกได้ พอวันรุ่งขึ้นดวงแกก็ตกจริงๆ ยิ่งแทงยิ่งถูกกิน ไปๆ มาๆ หมดไป 22,000 ปอนด์ หมดตัวเลย ทีนี้จะทำไงดี จะเลิกไปเลยก็เสียดาย เพราะเมื่อวานเพิ่งจะถูกไปหยกๆ มันน่าจะลองอีกที เพื่อจะได้เอาคืน คิดดังนั้นแล้วคุณ Sharna ก็เลยเริ่มทำเรื่องขอบัตรเครดิตจากธนาคาร ขอไปหลายใบ เอาไปกดเงินเพื่อแทงพนันทางออนไลน์ต่อ

ในช่วงเวลาเจ็ดแปดเดือนนับแต่วันที่แพ้หมดตัววันนั้น เธอทำบัตรเครดิตไปราวๆ เจ็ดใบเอาไปเบิกเล่นพนันใบละสามสี่พันปอนด์ แต่ก็เข้าอีหรอบเดิมคือ แพ้หมดตัวทุกที รวมเบ็ดเสร็จหมดไปอีกราวสองหมื่นกว่าปอนด์ พอไม่มีเงินคืนธนาคาร ธนาคารก็สั่งระงับการใช้บัตร ทีนี้จะทำไงต่อ เพราะผีพนันเริ่มออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว เธอก็ใช้วิธีไปกู้ยืมเขามา รวมแล้วได้มาอีกราวๆ 20,000 ปอนด์ ตั้งใจว่าจะแบ่งไปเล่นสัก 250 ปอนด์พอ แล้วก็หวังเต็มที่ว่าเที่ยวนี้คงจะชนะ เพื่อจะได้ถอนคืนที่เสียไปหมดตัวก่อนหน้านั้น แต่ไปๆ มาๆ ห้ามใจไว้ไม่อยู่ เผลอแป๊บเดียวเงินที่กู้มาก้อนสุดท้ายก็หายไปอีก

คราวนี้เธอก็ไม่รู้เหนือรู้ใต้แล้ว จนแต้มทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว จะไปกู้ยืมใครเขามาเพื่อจะมาสนองความคลั่งไคล้ในการพนัน ก็ไม่มีใครเขายอมให้กู้อีก เหลือทางออกสุดท้ายคือ ทุบหม้อข้าวหม้อแกงตัวเอง นั่นก็คือ ขโมยเงินของบริษัทที่ตัวเองเป็นลูกจ้างอยู่ โดยอาศัยตำแหน่งการงานใช้พาสเวิร์ด หรือรหัสผ่านที่นายจ้างอุตส่าห์ไว้วางใจมอบให้เพื่อให้เธอโอนเงินเข้าออกระหว่างลูกค้ากับบริษัทนั่นเองเป็นกุญแจ สั่งโอนเงินจากบัญชีของบริษัทเข้าบัญชีของตัวเองถี่ยิบ จนจำไม่ได้ว่ากี่รายการ พอวันรุ่งขึ้นเธอก็หมกตัวอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทงพนันทางออนไลน์ แทงทั้งวันทั้งคืน สุดท้ายถูกกินไม่เหลือแม้แต่แดงเดียว บริษัทต้นสังกัดก็ถึงกับพังพาบ ถูกบริษัทอื่นเข้าไปฮุบกิจการ

ถึงจุดนี้เธอมึนตื้อทำอะไรไม่ถูก กลัวจนตัวสั่น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ แอบร้องห่มร้องไห้อยู่คนเดียว พอเครียดหนักถึงขั้นคิดจะตัดช่องน้อยแต่พอตัว ก็หันไปบอกความจริงแก่คนรักให้เขาช่วยปลอบใจจึงได้สติขึ้นมาบ้าง
 
แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ถูกตำรวจจับในข้อหาลักทรัพย์ พอตำรวจแจ้งให้ทราบว่าวงเงินที่เธอยักยอกไปจากบริษัทมีทั้งสิ้น 460,000 ปอนด์ เธอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง นึกไม่ถึงว่ามันจะมากมายถึงขนาดนั้น เลยยิ่งอกสั่นขวัญแขวนไปใหญ่ เพราะคิดว่าคราวนี้คงต้องติดคุกแน่แล้ว แต่เดชะบุญศาลเมตตาที่เธอรับสารภาพ และยอมรับว่าตนเองมีปัญหาติดการพนันจนถอนตัวไม่ขึ้น ก็เลยสั่งให้เธอเข้ารับการบำบัดทางจิตใจกับสถานบำบัดผู้ติดการพนันแทนที่จะส่งเข้าคุก

ครับนั่นคือเรื่องราวของเหยื่อพนันในอังกฤษคนหนึ่ง ที่ยอมออกมาให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุ เพื่อเป็นอนุสติเตือนคนอื่นๆ ไม่ให้พลัดหลงเข้าไปในวังวนอุบาทว์เช่นเดียวกับตน นั่นก็เป็นเพียงตัวอย่างเดียวของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการพนันในสังคมที่เจริญแล้วแห่งนี้ เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ ของความสูญเสียทางสังคมที่นับวันรุนแรงยิ่งขึ้นทุกที
 
 
 

กำลังโหลดความคิดเห็น