ตรัง - ชาวบ้าน ต.บ่อหิน อ.สิเกา กว่า 200 คน บุก สภ.สิเกา ร้องขอความเป็นธรรมรื้อคดีพยายามฆ่า หลังศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกวัยรุ่นในพื้นที่ 11 ปี 6 เดือน ทั้งๆ ที่มีพยานยืนยันชัดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
วันที่ (17 พ.ค.) ที่สถานีตำรวจภูธรสิเกา จ.ตรัง นายธรรมฤทธิ์ เขาบาท อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ่อหิน พร้อมด้วย นายสุพร รักษ์สะอาด อายุ 44 ปี และนางสุวรรณ คงแป้น อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/1 หมู่ 8 บ้านโต๊ะบัน ต.บ่อหิน อ.สิเกา รวมทั้งชาวบ้านกว่า 200 คน ได้เดินทางมาขอความเป็นธรรมในกับ นายภาณุวัฒน์ รักษ์สะอาด อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า โดยที่ศาลชั้นต้น เพิ่งพิพากษาเมื่อเดือนเมษายน 2557 ที่ผ่านมา ให้ลงโทษจำคุก 11 ปี 6 เดือน และไม่อนุญาตให้ประกันตัว
นายสุพร และนางสุวรรณ ซึ่งเป็นพ่อและแม่ของ นายภาณุวัฒน์ รวมทั้งชาวบ้าน ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้เฒ่าผู้แก่ ได้มาร้องขอความเป็นธรรมกับ พ.ต.อ.วิชัย อินทวงศ์ ผกก.สภ.สิเกา โดยยืนยันว่า การจับกุม นายภาณุวัฒน์ และการยัดเยียดให้เป็นผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการจับผิดตัวด้วยการทำสำนวนที่เร่งรัด และสะเพร่า จนเป็นสาเหตุให้คนที่บริสุทธิ์ต้องถูกจับคุก 11 ปี 6 เดือน ตนจึงมาร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิเกา รื้อคดีของลูกชายขึ้นมาใหม่
นางสุวรรณ กล่าวด้วยเสียงสะอื้นว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2555 วันนั้น ช่วงเวลา 16.00 น. นายภาณุวัฒน์ ลูกชาย ไปร่วมงานมงคลสมรสภายในหมู่บ้านบ่อหิน และไปนอนที่บ้านกำนัน ต.บ่อหิน ต่อมาเวลา 19.00 น. ทาง สภ.สิเกา ได้ไปหาที่บ้านบอกว่าลูกชายไปก่อเหตุยิงบริเวณลานพะยูน หาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง จากนั้นนำตัวลูกชายไปตรวจพบเขม่าดินปืนที่เสื้อ แต่ตามลำตัวไม่เพราะสิ่งปกติใดๆ พร้อมยืนยันว่าลูกชายไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิด จึงไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่วันนี้กลับติดคุกแล้ว 18 วัน
“พยานที่ซัดทอดลูกชาย ก็ไม่รู้จักลูกชาย ส่วนลูกชายก็ไม่เคยเห็นหน้า เพียงแต่มีแฟนของพยานที่ให้ปากคำนั้น เคยเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน โดยเป็นเพื่อนนักเรียนรุ่นน้อง ขณะที่การสอบปากคำเพียงพยานมีเพียงแค่ 3 ปาก และพยานก็มาชี้ตัวจากภาพถ่ายเท่านั้น แล้วมาถูกจับกุมดำเนินคดีทันที ส่วนผู้เสียหายที่ถูกยิงก็หลบหนีหายไป และไม่ได้เดินทางเข้าให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใดด้วย
นายอุดม เขาบาท อดีตกำนันตำบลบ่อหิน กล่าวว่า ตนขอยืนยันว่า วันเกิดเหตุ นายภาณุวัฒน์ อยู่ร่วมในงานแต่งงานโดยตลอด ตนเป็นกำนันมา 9 ปี สิ่งที่ไม่ถูกต้องตนจะไม่ยอมเด็ดขาด ถ้าทำผิดก็ต้องรับโทษ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง
ขณะที่ ร.ต.อ.โอภาส ชัยขุน พนักงานสอบสวน สภ.สิเกา เจ้าของคดี กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีประจักษ์พยานที่อยู่ในเกิดเหตุ 5 คน ตนสอบไป 3 ปาก และเมื่อนำเสื้อมาตรวจเขม่าดินปืน ปรากฏว่าผลตรวจพิสูจน์ตรงกัน ส่วนผู้เสียหาย คือ นายภูกิจ ปัตตานี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 5 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง เนื่องจากเคยต้องคดีฆ่าและถูกออกหมายจับที่ สภ.เมืองตรัง เมื่อมามีเหตุถูกยิงจึงหลบหนี และมีการปลอมแปลงชื่อขณะที่เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล
“เหตุเกิดประมาณ 16.00 น. โดยกลุ่มผู้เสียหายนั่งกินเหล้าบริเวณลานพะยูน มีจำนวน 6 คน ในนั้นเป็นหญิง 1 คน ช่วงแรกมีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียน ก่อนตะโกนว่ายิงกันดีกว่า ต่อมาคนร้ายก็ขับขี่รถเข้ามาและชักอาวุธปืนออกมายิงถูก นายภูกิจ โดยพยานที่เป็นผู้หญิงรู้จักกับคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายรถ ส่วนคนร้ายที่ขับขี่รถ พยานไม่ทราบว่าเป็นใคร ซึ่งจริงๆ แล้วคดีนี้ตนไม่ได้สรุป หลังจากที่รวบรวมพยานหลักฐานได้ 80% เพราะมีคำสั่งย้ายไปที่อื่น ก่อนมาทราบภายหลังว่ามีการสั่งฟ้อง นายภาณุวัฒน์ และถูกศาลตัดสินในที่สุด” ร.ต.อ.โอภาส กล่าว
ด้าน พ.ต.ท.พีรพศ์ กาลรักษ์ สวป.สภ.สิเกา กล่าวว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาไปแล้ว โดยที่ผู้ต้องหายังสามารถต่อสู้คดีได้ใน 3 ศาล หากมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถนำไปหักล้างได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งพ่อแม่ ญาติๆ และชาวบ้านที่เดินทางมาขอความเป็นธรรมให้รื้อคดีใหม่นั้น ตนแนะนำให้มีการทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม พร้อมลงบันทึกประจำวันถึงเหตุผลดังกล่าว เป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ เพื่อที่พนักงานสอบสวนจะได้นำเสนอไปยังพนักงานอัยการทำการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กำลังมีการรวมตัวขอความเป็นธรรมอยู่บน สภ.สิเกา นั้น ได้เกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรงและส่งเสียงโห่ร้องกันดังลั่น โดยเฉพาะในช่วงที่ นายอุดม เขาบาท อดีตกำนันตำบลบ่อหิน ได้สอบถาม ร.ต.อ.โอภาส ชัยขุน พนักงานสอบสวน สภ.สิเกา ถึงคดีที่เกิดขึ้น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจนายอื่นๆ ต้องรีบเข้ามาห้ามปรามให้ใจเย็นๆ และนำไปสู่การพูดคุยเพื่อหาทางออกของปัญหาที่เกิดขึ้นจนยุติลงในระดับหนึ่ง


