กาญจนบุรี - อาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ยกขบวนเข้าพบ ผอ.สพป.กาญจนบุรี เขต 1 ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม หลังสมาชิกโดนผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านเก่าถ่มน้ำลายใส่ ขณะดูแลการจราจรในงานแต่ง หลังไม่ยอมไปซื้อเหล้าให้
เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (3 มี.ค.) นายวี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ชาวบ้าน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าอาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปี่ที่ 5 โรงเรียนวัดบ้านเก่า หมู่ 1 พร้อมด้วยนางโกสุม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ย่า และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ กว่า 50 คน เดินทางไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมจาก นายอนันต์ กัลปะ ผู้อำนวยการ สพป.กาญจนบุรี เขต 1 โดยนายอนันต์ ได้มารับหนังสือด้วยตนเอง และรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
นายวี เปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนวัดบ้านเก่า และได้สมัครใจเข้าไปเป็นจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคมด้วยความบริสุทธิ์ใจในนามของมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ได้ประมาณ 2 เดือน โดยเหตุการณ์ได้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของคืนวันที่ 2 มี.ค.57 ขณะที่ตนกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ประจำจุดบ้านเก่า กำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสะดวกด้านการจราจรบริเวณถนนด้านหน้าโรงเรียนวัดบ้านเก่า เนื่องจากภายในโรงเรียนได้มีการจัดงานแต่งงาน ซึ่งทางเจ้าภาพได้ร้องขอให้มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ส่งเจ้าหน้าที่มาอำนวยความสะดวกด้านการจราจรให้แก่แขกที่มาร่วมงาน
นายวี กล่าวต่อว่า ต่อมาเวลาประมาณ 20.30 น. นายณัฐศักดิ์ สระทองอุ่น ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านเก่า ขับรถยนต์ผ่านมามีท่าทางมึนเมาสุรา ได้จอดรถแล้วถามพวกตนว่าพวกมึงมาทำอะไรกัน ซึ่งตนก็ตอบไปว่ามาช่วยดูแลจัดการจราจร
ต่อจากนั้นได้ลงจากรถยนต์แล้วเดินมาสั่งให้ตนไปซื้อเหล้ามาให้ แต่ตนได้ปฏิเสธไปและบอกว่าตนขับรถไม่เป็น และอายุไม่ถึง 18 ปี ซื้อเหล้าให้ไม่ได้ สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้อำนวยการ เป็นอย่างมาก และผู้อำนวยการได้ถ่มน้ำลายใส่รถยนต์ของมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ และถ่มน้ำลายใส่หน้าตนด้วย
นอกจากนี้ ยังจะเข้ามาทำร้ายตน แต่พี่ๆ มูลนิธิฯ ได้เข้าไปช่วยกันตัวเอาไว้ และนายณัฐศักดิ์ สระทองอุ่น ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านเก่า ยังตะโกนอีกว่า ตนไม่มีทางเรียนจบแน่ๆ หลังจากเกิดเหตุแล้วตนได้กลับบ้าน และเล่าเหตุการณ์ให้แก่ย่า และพี่ๆ ในมูลนิธิฯ ฟัง ทุกคนได้แนะนำให้ตนเดินทางไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อเป็นหลักฐาน ซึ่งตนได้ไปแจ้งความเอาไว้ตั้งแต่เวลา 00.30 น.ที่ผ่านมา
ส่วนการเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านเก่าคนดังกล่าวโดยตรง
ด้าน นายอนันต์ กัลปะ ผู้อำนวยการ สพป.กาญจนบุรี เขต 1 กล่าวว่า ตนไม่เคยทราบเรื่องดังกล่าวมาก่อน เพราะเหตุเพิ่งเกิดเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากรับทราบข้อมูลเบื้องต้น ตนจะเรียกนายณัฐศักดิ์ สระทองอุ่น ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านเก่า ที่ถูกร้องเรียนมาพบเพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง โดยจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และหากได้ผลสรุปว่าอย่างไรก็จะดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ตนจะต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่ายต่อไป
ล่าสุด เวลา 16.30 น.นายณัฐศักดิ์ สระทองอุ่น ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบ้านเก่า ที่ถูกกล่าวหาได้เปิดเผยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกดขึ้นว่า ตนยอมรับว่าได้เดินทางไปร่วมงานแต่งงานที่โรงเรียนวัดบ้านเก่าจริง แต่เรื่องที่ถูกกล่าวหาตอนนี้ไม่อยากพูดอะไร เพราะเราเป็นข้าราชการยังไม่เหมาะที่จะพูด ต้องรอชี้แจงต่อคณะกรรมการก่อน เพราะหากพูดอะไรออกไปน่าจะไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย
ดังนั้น จึงขอให้ปากคำต่อคณะกรรมการก่อน ในส่วนตัวตนมองว่าการปฏิบัติหน้าที่อาสาสมัครเป็นเรื่องของการเสียสละเพื่อสังคมที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ตนไม่มีเจตนาในการที่จะกระทำการใดๆ อันเป็นเรื่องที่จะทำให้เกิดปัญหาแก่ผู้ใด และองค์กรใด ตนจะยอมรับในกระบวนการสืบสวนสอบสวน และพร้อมที่จะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง แต่ในส่วนของเรื่ององค์กรของมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์นั้นตนไม่ได้มีเจตนาไปลบหลู่แต่อย่างใดทั้งสิ้น และตอนนี้ได้พยายามติดต่อผู้บริหารของมูลนิธิเพื่อทำการพูดคุยชี้แจงในเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะหากไม่พูดคุยกันอาจจะเกิดความเข้าใจผิดกันได้ วันนี้ต้องพูดคุยกัน และร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ ตอนนี้ได้ให้เพื่อนติดต่อเพื่อพูดคุยกันแล้ว
ส่วน นายกฤษณะ อินทร์สว่าง ประธานฝ่ายบริหารมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ตนในฐานะผู้บริหารมูลนิธิฯ ได้รับรายงานเรื่องนี้ และจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับคณะกรรมการบริหารเพื่อพิจารณาว่าควรดำเนินการอย่างไร ในส่วนของคู่กรณีได้ส่งคนมาประสานงานเพื่อขอพูดคุยกับคณะกรรมการแล้ว แต่ต้องรอการพิจารณาของคณะกรรมการก่อนว่าพิจารณาอย่างไร ตนพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายเช่นกัน เพราะเราทำงานเพื่อสังคม แต่ก็มีเกียรติและศักดิ์ศรีในการทำงานจิตอาสา แต่เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต้องร่วมกันแก้ไขให้เกิดความเข้าใจและเหมาะสมต่อไป



