ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - ฮือฮางานแต่งบ่าวสาวที่ จ.สงขลา ลงทุนเหมารถบัสเดินทางไกลเกือบ 150 กิโลเมตร ทั้งที่บ้านบ่าวสาวอยู่ใกล้กันแค่ 1 กิโลเมตร เหตุย่าฝ่ายเจ้าสาวต้องแก้บนเนื่องจากเคยประกาศไว้ งานแต่งหลานต้องยิ่งใหญ่เหมารถบัสเชิญเพื่อนบ้านไปร่วมงาน แต่กลับได้เขยบ้านเดียวกัน จึงต้องทำตามที่พูด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 มิ.ย.) ได้มีการจัดงานมงคลสมรสขึ้นที่บ้านเลขที่ 40/3 ม.2 บ้านม่วงค่าย ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ระหว่างเจ้าบ่าว คือ นายเชษฐ์ วิเชียร หรือเชษฐ์ อายุ 26 ปี และ น.ส.ศศิกาญน์ เกปัน หรือรอส อายุ 21 ปี โดยทั้งเจ้าบ่าว และเจ้าสาว เป็นคนตำบลเดียวกัน เจ้าบ่าวอยู่หมู่ 2 บ้านม่วงค่าย ส่วนเจ้าสาวอยู่หมู่ 7 บ้านฉลุง และระหว่างบ้านเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็อยู่ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตร
ซึ่งบรรยากาศเหมือนงานแต่งงานทั่วๆ ไป ที่จัดกันตามหมู่บ้านมีการเลี้ยงอาหารตลอดทั้งวัน และมีแขกเหรื่อมาร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นเจ้าภาพ และพ่อของเจ้าบ่าวคือ นายหมัดย่าซิ่น วิเชียร มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2
แต่ที่สร้างความฮือฮาไปทั้งตำบลอยู่ที่ฝ่ายของเจ้าสาว เนื่องจาก นางตีกะ สุธากูร อายุ 59 ปี ซึ่งเป็นย่าของเจ้าสาวได้เคยบนบาน และประกาศเอาไว้ว่า หากลูกหลานตนแต่งงานจะต้องมีการเหมารถบัสยกขบวนพาเพื่อนบ้านไปร่วมงานแต่ง ไม่น้อยหน้าไปกว่างานเพื่อนบ้านคนอื่นๆ ซึ่งนิยมเหมารสบัสยกขบวนไปร่วมงานแต่งหากคู่บ่าวสาวอยู่ต่างอำเภอ หรือคนละจังหวัด
แต่ปัญหาอยู่ที่เจ้าสาวซึ่งเป็นหลานของ นางตีกะ กลับแต่งงานกับคนบ้านเดียวกัน และบ้านเจ้าสาว และเจ้าบ่าวอยู่ห่างกันไปเกิน 1 กิโลเมตร ชนิดที่เปิดเครื่องไฟในงานยังได้ยินถึงกัน จะเดินหรือขับรถจักรยานยนต์ไปก็ถึง แต่เมื่อประกาศไว้แล้วก็ต้องทำตามที่พูด จึงต้องลงทุนเหมารถบัสมา 1 คัน และเชิญเพื่อนบ้านไปร่วมงาน
แต่หากจะนั่งรถบัสจากบ้านเจ้าสาวไปยังบ้านเจ้าบ่าวก็ใกล้เกิน และไม่สนุกสนาน เมื่อถึงฤกษ์งามยามดีในเวลา 09.00 น. ซึ่งขบวนเจ้าบ่าวมารับเจ้าสาวที่บ้าน นางตีกะ พร้อมเพื่อนบ้านที่ได้เชิญเป็นแขกเกือบ 60 คน จึงขึ้นรถบัสเดินทางออกจากบ้านเจ้าสาว ยกขบวนเดินทางออกจากหมู่บ้านอ้อมไปตามเส้นทางถนนเพชรเกษม อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เข้าถนนสายเอเชีย ไปวนกลับที่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง ผ่านสี่แยกควนลัง อ.หาดใหญ่ และมุ่งหน้าสู่บ้านเจ้าบ่าว และถึงงานในเวลา 11.30 น. รวมระยะทางกว่า 150 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเกือบ 3 ชั่วโมง จากเวลาปกติระหว่างบ้านเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวซึ่งใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 3 นาที
ซึ่งการเดินทางของคณะเจ้าสาวที่ลงทุนเหมารถบัสนั้น ไม่ใช่ไปฟรีเนื่องจากเก็บค่าหัวคนละ 150 บาท แบ่งเป็นค่าเหมารถบัส 4,000 บาท ที่เหลือเป็นเงินที่นำไปช่วยงานแต่ง ซึ่งบรรยากาศตลอดการเดินทางเป็นไปอย่างสนุกสนาน มีการร้องรำทำเพลงกันตลอดทาง ตั้งแต่ออกจากบ้านเจ้าสาวจนถึงบ้านเจ้าบ่าว โดยเฉพาะเมื่อคณะรถบัสถึงบ้านเจ้าบ่าวได้รับการต้อนรับ และเลี้ยงดูเป็นอย่างดีจากเจ้าภาพ เนื่องจากต้องเดินทางไกล และเหนื่อยล้า แต่ก็ได้สร้างความเฮฮา และสนุกสนานกันทั้งงาน


