xs
xsm
sm
md
lg

ประชาธิปไตยไทยๆ....ไม่ได้แก้ปัญหาความยากจน/บรรจง นะแส

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


คอลัมน์ : ฝ่าเกลียวคลื่น
โดย...บรรจง นะแส

20 กว่าปีที่ทำงานเกี่ยวข้องกับพี่น้องในชนบทที่เป็นเกษตรกร ซึ่งถือว่าเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ พบเห็นปัญหาต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละปัญหาก็เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน เป็นเสมือนมีเหตุปัจจัยที่สามารถอธิบายได้ถึงต้นเหตุของปัญหา นักวิชาการแต่ละด้านก็พยายามอธิบายถึงต้นตอของปัญหานั้นๆ นักการศึกษาก็บอกว่า สังคมเราต้องแก้ที่ระบบการศึกษา นักพัฒนาตามกระแสหลักก็บอกว่า เราต้องไล่ให้ทันกับประเทศอุตสาหกรรมเพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้แก่คนในชาติ โดยมองว่า มูลค่าของภาคอุตสาหกรรมมีความสำคัญกว่าภาคเกษตรกรรม เราต้องลดภาคเกษตรกรรมลง และเน้นการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้มากขึ้น นักการเมืองก็บอกว่าเราต้องแก้ที่ความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ ถ้าประเทศไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ปัญหาต่างๆ ของประเทศไม่สามารถแก้ไขอะไรได้

ความขัดแย้งในสังคมส่วนบน อันหมายถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองการปกครอง จึงวนเวียนอยู่กับความเป็นประชาธิปไตย หรือไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนธรรมดาๆ ที่หาเช้ากินค่ำก็ถูกลากเข้าสู่วังวนของความขัดแย้งตามวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้น โดยลืม และละเลยปัญหาข้อเท็จจริงที่เผชิญอยู่เบื้องหน้า และไม่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถามว่า ประชาธิปไตยจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร ปัญหาจริงๆ จะจะที่พบเห็นทุกหมู่บ้านในวันนี้ก็คือ ปัญหาจากยาเสพติดที่มีทุกตรอกซอกซอย ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน เป็นปัญหาที่กัดกร่อนสังคมเหมือนมะเร็งร้ายที่ขยายตัวลุกลามไปในทุกส่วนของอวัยวะ ไปหมู่บ้านไหนก็ได้ยินชาวบ้าน ผู้นำ ต่างหมดหวังกับเยาวชนของชุมชนที่ถูกครอบงำด้วยเครือข่ายยาเสพติด ทุกหมู่บ้านพูดตรงกันว่าเกินกำลังที่จะต้านทานได้ โจทย์เช่นนี้ ปัญหาหนักขนาดนี้ ประชาธิปไตยช่วยตอบหน่อย

วันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา มีโอกาสไปฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ศาลจังหวัดลำพูน กรณีผู้นำบุกรุกยึดที่ดินของเอกชนเพื่อเข้าไปทำมาหากินปลูกพืชผักในที่ดินในชุมชนที่รกร้างว่างเปล่า โดยคดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2540 หลังจากที่ชาวบ้านเข้าไปทำกินในที่ดินรกร้าง ก่อนถูกนายทุนแจ้งความ กระทั่งปี 2545 มีมติคณะรัฐมนตรีให้ชะลอการดำเนินคดีกับชาวบ้าน ระหว่างการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน แต่กลับมีการเร่งรัดดำเนินคดี โดยภายหลังพบว่า ที่ดินพิพาทบางส่วน มีกระบวนการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ และอยู่ในโครงการที่ดินจัดสรร 15,000 ไร่ที่รัฐบาลมอบให้เกษตรกร

กรณีเช่นเดียวกันนี้ ก็เกิดขึ้นในเกือบทุกภูมิภาคของประเทศ มีชาวบ้านที่ต้องการพื้นที่ทำกินจำนวนมาก ถูกดำเนินคดีเพียงเพราะต้องการพื้นแผ่นดินเพื่อการเพาะปลูก เพื่อการยังชีพ และต้องการอาชีพที่อาศัยพื้นแผ่นดินมาใช้เป็นปัจจัยในการผลิตแต่พวกเขาไม่มีที่ดิน ไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของแผ่นดิน ในขณะที่มีข้อมูลว่า ประเทศไทยเรามีพื้นที่ถึง 320 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับเกษตรกรรมถึง 130 ล้านไร่ ที่ดินจำนวนนี้เพียงพอสำหรับคนไทยทุกคน และเพียงพอสำหรับการทำการเกษตรของเกษตรกรรายย่อยที่มีอยู่ 30 ล้านคน แต่ในความเป็นจริงคือ คนไทยเกือบ 60 ล้านคนถือครองที่ดินไม่เกินคนละ 1 ไร่ ขณะที่มีคนไทย 6 ล้านคน ถือครองที่ดินมากกว่าคนละ 100 ไร่ เกษตรกรไทยร้อยละ 40 ไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีน้อยกว่า 10 ไร่ ในจำนวนนี้เกษตรกรไทย 5 ล้านคนไม่มีที่ทำกินเลย

นายศรีราชา เจริญพานิช ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตอนนี้ที่ดินกว่า 1 ใน 3 ของประเทศไทย หรือประมาณ 100 ล้านไร่ ถูกถือครองโดยชาวต่างชาติ เป็นการแย่งดินแดนของไทยไปครอบครองโดยใช้ระบบเศรษฐกิจ และช่องโหว่ของกฎหมาย มีข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประเทศของเราต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปี 2540 ทำให้คนต่างชาติที่มีเงินเพียง 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถเข้ามาถือครองที่ดินได้เป็นกรณีพิเศษ และที่น่ากลัวที่สุดก็คือ ที่ดินแถบชายทะเล เช่น หาดบ้านเพ จ.ระยอง ตรวจสอบพบว่า เป็นของต่างชาติกว่า 90% เช่นเดียวกับที่หัวหิน พัทยา คาดว่าจะอยู่ในมือของต่างชาติแล้วประมาณ 30% รวมทั้งใน จ.ภูเก็ต และเกาะสมุย ซึ่งมีการถือครองที่ดินของต่างชาติเป็นไปในหลายรูปแบบ เช่น สมรสกับคนไทย ตั้งบริษัทไทย และไปแปลงสภาพภายหลังการถือครองแบบนอมินี

ในขณะที่นักการเมือง และกลุ่มเคลื่อนไหวที่เรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายก้าวหน้า ได้มุ่งรณรงค์แก้ไขกฎหมาย และรัฐธรรมนูญเพื่อเรียกร้องให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยมีตัวชี้วัดของความเป็นประชาธิปไตยแค่การเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่ชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงและการยกมือในรัฐสภา และยกเลิกกฎหมาย/รัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร จริงหรือว่าตัวชี้วัดของความเป็นประชาธิปไตยมีเพียงแค่นั้น ไม่เป็นประชาธิปไตยตามนิยาม หรือวาทกรรมเช่นนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา หากมีการปกครองที่สามารถขจัดปัญหายาเสพติดที่เกลื่อนเมือง สามารถกระจายการถือครองปัจจัยในการผลิตให้แก่คนส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกร มีเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ลดช่องว่างทางสังคม จะเรียกมันว่าระบบอะไรก็ได้ เพราะที่แน่ๆ ประชาธิปไตยแบบไทยๆ ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ยกเว้นเป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพของนักการเมือง และข้าราชการกังฉินเท่านั้น.
กำลังโหลดความคิดเห็น