นครศรีธรรมราช - ชาวนครศรีธรรมราช แห่ให้กำลังใจอดีตนักกีฬากระโดดสูงทีมชาติ และครอบครัว ผอ.รพ.ทุ่งสง จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแลอย่างต่อเนื่อง ระบุโอกาสน้อยที่จะกลับเป็นปกติเหมือนเดิม
วันนี้ (31 พ.ค.) ที่บ้านเลขที่ 59/2 ถนนสายทุ่งสง - ทุ่งใหญ่ หมู่ที่ 12 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช บ้านพักของ น.ส.ชไมภรณ์ แก้วเกื้อ หรือ น้องบุ๋ม อายุ 22 ปี อดีตนักกีฬากระโดดสูงทีมชาติไทย ที่ป่วยหลังจากผ่าตัดเสริมจมูกเมื่อปี 2551 แล้วกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน มีนายสุชีพ และนางสุภัทรา แก้วเกื้อ พ่อและแม่ ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากสื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวไปทั้งทางทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ได้มีเพื่อนบ้านและญาติมิตรจำนวนมาก เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ
นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอทุ่งสง ในฐานะนายกกิ่งกาชาดอำเภอทุ่งสง และคณะ ได้นำกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมให้กำลังใจ ในส่วนของ น้องบุ๋ม มีอาการดีใจที่มีคนมาเยี่ยม นางสุภัทรา ผู้เป็นแม่ต้องคอยปลอบขวัญ พร้อมกับระบุว่า จะร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่อำเภอทุ่งสง และจะประสานกับสำนักงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้การช่วยเหลือน้องบุ๋มต่อไป ทางด้านนายสุชีพ แก้วเกื้อ พ่อของ น้องบุ๋ม ได้แสดงความขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือลูกสาว ตนเองและครอบครัว ทำให้มีกำลังใจคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
นายแพทย์ จรัส จันทร์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุ่งสง กล่าวว่า น.ส.ชไมภรณ์ แก้วเกื้อ หรือ น้องบุ๋ม ได้มารับการรักษาที่โรงพยาบาลทุ่งสง เมื่อปี 2551 มีอาการแขนขาเป็นอัมพาต ป่วยด้วยโรคสมองอักเสบ รักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชระยะหนึ่ง เมื่ออาการคงที่ แต่แขนขาเป็นอัมพาต ต่อมาเข้าทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลทุ่งสง ประมาณหนึ่งปี และไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบว่า สมองมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่ข้อกระดูกต่าง ๆ อาจผิดรูปไป ต้องรอการทำกายภาพบำบัด ให้คนป่วยช่วยเหลือตนเองได้ก่อน จึงจะผ่าตัดได้
และเมื่อวันที่ 30 พ.ค.54 โรงพยาบาลทุ่งสงได้รับตัวมาตรวจสุขภาพ เป็นที่น่ายินดีว่าน้องบุ๋มป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น ไม่มีภาวะปอดอักเสบแต่อย่างใด สำหรับ ขายังใช้งานไม่ได้ ส่วนแขนขยับได้ น้องบุ๋มโต้ตอบได้แต่พูดไม่ได้ ได้แต่แสดงท่าทางรับรู้ได้ และมีภาวะโลหิตจางเนื่องจากการเจ็บป่วยเรื้อรัง ได้จัดยาให้แล้ว อีก 1 เดือน แล้วจะติดตามอาการว่าดีขึ้นหรือไม่ และโรงพยาบาลจะดูแลเรื่องการทำกายภาพบำบัด วางโปรแกรมเสริมให้ในบางส่วน
คาดหวังว่า จะช่วยฟื้นฟูพละกำลังร่างกายขึ้นมาได้ จะมีโอกาสผ่าตัดข้อเท้าหรือข้อที่ยึดติดกับข้ออื่นๆ ได้ เป็นแผนในระยะยาว สำหรับการดูแลทั่วไป วางแผนจะส่งเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาลไปตรวจเยี่ยมเป็นระยะๆ สำหรับโอกาสกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ในทางการแพทย์ มีโอกาสค่อนข้างน้อย เพราะเป็นผลมาจากอาการผิดปกติทางสมอง ไม่สามารถฟื้นคืนสภาพได้เหมือนเดิม
วันนี้ (31 พ.ค.) ที่บ้านเลขที่ 59/2 ถนนสายทุ่งสง - ทุ่งใหญ่ หมู่ที่ 12 ต.ควนกรด อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช บ้านพักของ น.ส.ชไมภรณ์ แก้วเกื้อ หรือ น้องบุ๋ม อายุ 22 ปี อดีตนักกีฬากระโดดสูงทีมชาติไทย ที่ป่วยหลังจากผ่าตัดเสริมจมูกเมื่อปี 2551 แล้วกลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน มีนายสุชีพ และนางสุภัทรา แก้วเกื้อ พ่อและแม่ ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด หลังจากสื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวไปทั้งทางทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์ ได้มีเพื่อนบ้านและญาติมิตรจำนวนมาก เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ
นายภาคภูมิ อินทรสุวรรณ นายอำเภอทุ่งสง ในฐานะนายกกิ่งกาชาดอำเภอทุ่งสง และคณะ ได้นำกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมให้กำลังใจ ในส่วนของ น้องบุ๋ม มีอาการดีใจที่มีคนมาเยี่ยม นางสุภัทรา ผู้เป็นแม่ต้องคอยปลอบขวัญ พร้อมกับระบุว่า จะร่วมกับทุกภาคส่วนในพื้นที่อำเภอทุ่งสง และจะประสานกับสำนักงานกาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้การช่วยเหลือน้องบุ๋มต่อไป ทางด้านนายสุชีพ แก้วเกื้อ พ่อของ น้องบุ๋ม ได้แสดงความขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้การช่วยเหลือลูกสาว ตนเองและครอบครัว ทำให้มีกำลังใจคืนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง
นายแพทย์ จรัส จันทร์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทุ่งสง กล่าวว่า น.ส.ชไมภรณ์ แก้วเกื้อ หรือ น้องบุ๋ม ได้มารับการรักษาที่โรงพยาบาลทุ่งสง เมื่อปี 2551 มีอาการแขนขาเป็นอัมพาต ป่วยด้วยโรคสมองอักเสบ รักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราชระยะหนึ่ง เมื่ออาการคงที่ แต่แขนขาเป็นอัมพาต ต่อมาเข้าทำกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลทุ่งสง ประมาณหนึ่งปี และไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พบว่า สมองมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่ข้อกระดูกต่าง ๆ อาจผิดรูปไป ต้องรอการทำกายภาพบำบัด ให้คนป่วยช่วยเหลือตนเองได้ก่อน จึงจะผ่าตัดได้
และเมื่อวันที่ 30 พ.ค.54 โรงพยาบาลทุ่งสงได้รับตัวมาตรวจสุขภาพ เป็นที่น่ายินดีว่าน้องบุ๋มป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น ไม่มีภาวะปอดอักเสบแต่อย่างใด สำหรับ ขายังใช้งานไม่ได้ ส่วนแขนขยับได้ น้องบุ๋มโต้ตอบได้แต่พูดไม่ได้ ได้แต่แสดงท่าทางรับรู้ได้ และมีภาวะโลหิตจางเนื่องจากการเจ็บป่วยเรื้อรัง ได้จัดยาให้แล้ว อีก 1 เดือน แล้วจะติดตามอาการว่าดีขึ้นหรือไม่ และโรงพยาบาลจะดูแลเรื่องการทำกายภาพบำบัด วางโปรแกรมเสริมให้ในบางส่วน
คาดหวังว่า จะช่วยฟื้นฟูพละกำลังร่างกายขึ้นมาได้ จะมีโอกาสผ่าตัดข้อเท้าหรือข้อที่ยึดติดกับข้ออื่นๆ ได้ เป็นแผนในระยะยาว สำหรับการดูแลทั่วไป วางแผนจะส่งเจ้าหน้าที่ แพทย์ พยาบาลไปตรวจเยี่ยมเป็นระยะๆ สำหรับโอกาสกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม ในทางการแพทย์ มีโอกาสค่อนข้างน้อย เพราะเป็นผลมาจากอาการผิดปกติทางสมอง ไม่สามารถฟื้นคืนสภาพได้เหมือนเดิม



