xs
xsm
sm
md
lg

(ชมคลิป) เก่าเก็บมาจากไหน? ก็ฟื้นคืนชีพให้กลับมีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง “ธนาชัยนาฬิกา” กว่า 50 ปีที่อยู่คู่มากับกาลเวลา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สมัยก่อนต้องเล่าไปถึง ‘คุณพ่อ’ ก่อนคุณพ่อจริง ๆ ค่อนข้างเก่งมากที่รู้เพราะว่าเนื่องจากว่า มีร้านนาฬิกาหลาย ๆ ที่ทำบางทีทำไม่ได้ก็ต้องวิ่งมอไซค์เอามาส่งให้ทำ อย่างร้านแถวเยาวราชก็มีสมัยก่อนต่อแกนนาฬิกาต่อแกนไขอย่างเงี้ยคนอื่นไม่ทำแต่คุณพ่อทำ

ตอนมามีแค่ 3 ชิ้นนี้ พร้อมคุณค่าทางใจและก็โจทย์คือ อยากได้สีเขียวเหมือนสายเดิม
แม้กระทั่งกระจกเซลลูลอยด์บางอย่างที่มีรูปทรงแปลกประหลาด มันไม่มีเบอร์-ไม่มีไซซ์ตายตัว ปกตินาฬิกาเนี่ยเขาจะไล่เรียงเป็นเบอร์ ระดับความสูง ความบาง เส้นผ่านศูนย์กลาง พวกนี้มันจะมีเบอร์สำเร็จแต่มันจะมีบางประเภทที่บางทีเก่ามากอะไหล่ไม่มีแล้วเลิกผลิตไปแล้วหรือว่า เป็นรูปทรงแปลก ๆ ซึ่งบางทีลูกค้าไม่ได้อยากเข้าศูนย์ฯเพราะว่ากลัว “ราคา” สู้ไม่ไหว พอมาให้คุณพ่อปุ๊บคุณพ่อทำกระจกเองเลยทำกรอบขึ้นรูปเซลลูลอยด์เองเลย ขึ้นรูปเองแล้วก็ใส่ให้ลูกค้าเองเลย ลูกค้าก็แฮปปี้” ณภัทร เลิศธกรกุล หรือ คุณเกียง ทายาทรุ่นที่สองของร้านนาฬิกา “ธนาชัย” ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ดูแลสาขาที่ 2 มีร้านประจำอยู่ในศูนย์การค้าเจเจมอลล์-จตุจักรได้ย้อนเล่าถึงเส้นทางธุรกิจหลักของครอบครัวโดย ณ วันนี้มี “พี่ชายคนโต” กับคุณเกียงเป็นผู้สืบทอดต่อในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 4 คน ท่ามกลางความท้าทายแห่งยุคสมัยใหม่! ที่มีการเปลี่ยนผ่านของ “เทคโนโลยี” อย่างรวดเร็ว ได้เข้ามา disrupt ในหลาย ๆ ธุรกิจที่เป็นรูปแบบเก่าทำให้ต้องมีการปรับตัว“ตอนที่ Smart Watch ออกมาใหม่ ๆ ก็แอบหวั่น ๆ อยู่นะ แอบหวั่น ๆ อยู่ว่าตลาดเริ่มเปลี่ยน มีอยู่ช่วงหนึ่งก็คิดเหมือนกันว่าธุรกิจเรามันจะจบแล้วไหม?!! คิดอย่างนี้จริง ๆ นะคะ เพราะเอาจริง ๆ ตอนนี้ร้านนาฬิกาปิดตัวไปเยอะนะคะ ถ้าได้ออกไปข้างนอกอย่างตอนนี้ ‘สะพานควาย’ ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นดงของนาฬิกาแว่นตาในอดีตสมัยก่อนจะขึ้นชื่อมาก ๆ ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ 2 ร้าน 3 ร้านซึ่งเป็นร้านเล็ก ๆ แต่ปรากฏว่าร้านที่ยืนหนึ่งที่แบบว่าลูกค้ายังมาสม่ำเสมอก็คือ ร้านเรา”

หลังจากฟื้นคืนชีพให้กลับมีชีวิตใหม่อีกครั้ง
ความเก๋าด้านประสบการณ์งานช่างกว่า 50 ปีร้านนาฬิกา “ธนาชัย”
จริง ๆ แล้วของเกียงเนี่ยเป็นรุ่นที่ 2 ก็คือทำตั้งแต่รุ่น “คุณพ่อ” เริ่มแรกเลยคือคุณพ่อเนี่ยชอบงานช่างตั้งแต่เด็กก็ไปอยู่กับพี่ชายตั้งแต่อายุ 13 ก็ไปฝึกงานช่างแล้วก็หลังจากนั้นก็ออกมาเปิดกิจการของตัวเอง มาเปิดที่พระประแดงตอนปี 2518 หลังจากนั้นก็ได้สักประมาณ 3-4 ปีก็เปิดสาขาที่ “สะพานควาย” เลย โดยที่ตอนนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ดูกันคนละที่ คุณแม่เนี่ยจะดูที่พระประแดง คุณพ่อจะไปวิ่งที่สะพานควาย จนสุดท้ายที่พระประแดงมันเป็น “เซ้ง” ก็หมดสัญญาไปแล้วก็เลยยุบ เหลือแค่ที่สะพานควาย“จนเกียงประมาณสัก 4 ขวบตอนนั้น ถึงเริ่มทำที่สะพานควายที่เดียว คุณแม่ก็ไปเปิดร้านเพิ่มอีกอยู่ใกล้ ๆ กันห่างกันโดยประมาณ 4-5 คูหา ร้านเราจริง ๆ ตอนนั้นคุณพ่อใช้ชื่อว่า ‘เจริญชัย’ แต่พอมาอยู่เนี่ยเราก็ไม่อยากเปลี่ยนแล้ว เพราะเนื่องจากว่ามีลูกค้าฐานเดิมที่เคยอยู่กับเจ้าของเดิมที่เขาทำธุรกิจนี้ แต่ปรากฏว่าร่างกาย(สุขภาพ) ไม่ไหวเขาก็เลยถามว่าเ ราสนใจไหม? ก็คือส่วนใหญ่ในวงการนาฬิกาเนี่ยพอมีอะไรเขาก็จะมีการสื่อสารกัน เซลล์ก็จะมีการเข้ามาพูดคุยว่ามีทำเลตรงนี้ เขาจะเลิกเขาจะอะไรเราสนใจไหม? พอดีคุณพ่อคุณแม่สนใจ” ก็เลยได้เข้าไปทำตรงนั้น เจ้าของเดิมเขาก็ออกเขาก็ยกให้เราทุกสิ่งอย่าง ให้เราบริหารต่อ คุณพ่อก็เลยไม่เปลี่ยนชื่อ ก็ใช้ชื่อเดิมเพราะว่าเหมือนกับลูกค้ารู้จักจากเจ้าของเดิมอยู่แล้วอยู่ที่สะพานควายเนี่ย ก็นานมากจนถึงปัจจุบันนี้เลยเอาจริง ๆ ถ้าเทียบแล้วก็ 40 กว่าปี แต่ถ้าเอาด้วยอายุของคุณพ่อจริง ๆ ที่คุณพ่อทำมาถึงธุรกิจ ณ ตอนนี้คือ 50 ปี


เก่าเก็บมาจากไหน?!!! ก็ฟื้นคืนชีพให้รับจบได้ทุกอาการ
บางทีบางอย่างมันเหมือนต้องใช้ทักษะมา apply มันบางทีไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวมาว่า อันนี้เสีย เราต้องใช้อะไร ต้องใช้วิธีดัดแปลง แต่งเติม ต่อเพิ่มเติมไปอะไรอย่างเงี้ย ซึ่งในสมัยก่อน “คุณพ่อ” จะเป็นแบบนั้น แต่ด้วยความที่เราเป็นดีลเลอร์ด้วยเพราะฉะนั้นแล้วบางทีมีวิวัฒนาการอะไรใหม่ ๆ เข้ามาอย่างเงี้ย ทางบริษัทเขาก็จะมีการเชิญเราเข้าไปอบรม“ว่าตอนนี้มีเครื่องตัวใหม่เข้ามาก็ส่งเราให้ตัวแทนเข้าไปอบรม เพื่อให้เรามีความรู้ในการที่จะไปเซอร์วิสลูกค้าต่อ คือของเราเนี่ยนอกจากรับงานหน้าร้านแล้วที่เราทำเอง เรายังรับและก็ส่งศูนย์บริการให้ลูกค้าด้วย ซึ่งที่อื่นเกียงไม่ทราบแต่ว่าที่ฟังจากลูกค้าเนี่ยบางที่จะไม่รับให้ ก็แต่ส่วนใหญ่ของเกียงถ้าอันไหนที่เราสามารถรับได้แล้วช่วยส่งต่อได้เนี่ยเราก็ทำให้ เราถือว่าเป็นการเซอร์วิสให้ลูกค้า” จนประมาณปี 2541 คุณพ่อป่วย ป่วยแล้วก็ปีนั้นเองคุณพ่อก็เสีย แต่ช่วงก่อนหน้านั้นพอเริ่มไม่ไหวแล้ว 1 ปีก่อนหน้านั้นก็ยังมีไปร้านบ้าง ไปบ้าง-หยุดบ้าง ก็วิ่งเข้า-ออกโรงพยาบาลจนกระทั่ง 1 ปีสุดท้ายก่อนที่จะเสีย พี่ชายคนโตจะเป็นตัวหลักไปร้านแทน“ก็ช่วงนั้นจริง ๆ งานช่างถามว่าเก่งไหม ก็ถือว่ารู้เยอะกว่าบรรดาพี่น้องทั้งหมด 4 คน แต่ว่าก็ยังไม่ถ่องทั้งหมด คือคุณพ่อไม่เคยสอนลูกเลย ไม่เคย ไม่เคยเลย แล้วก็พี่ชายอาศัยเราฟังทุกวันคุณพ่อคุยกับลูกค้าเพราะเขาก็ไปร้านตั้งแต่เล็ก ๆ(ลูก ๆทุกคนมีความใกล้ชิดอยู่กับร้านอยู่กับพ่อแม่มาตั้งแต่เด็ก ๆ) แล้วสุดท้ายพอ1 ปีสุดท้ายก่อนที่จะเสียเนี่ย พี่ชายก็ไปเป็นตัวหลักที่ร้านสะพานควายแทนแล้ว คุณพ่อก็วันไหนเหงา ๆ ก็ออกบ้างแต่ถ้าไม่ก็จะพักผ่อนอยู่บ้านเป็นหลักมากกว่า แต่ช่วงระหว่างนั้นเนี่ย ช่วงคุณพ่ออยู่บ้านก็จริงเวลาเรารับงานลูกค้ามาเนี่ย ไม่ใช่ทุกอย่างเราจะรู้ บางอย่างเราก็ไม่รู้ แบบเจอเครื่องแปลก ๆ ซึ่งจริง ๆ มันยากนะคะเพราะว่านาฬิกาเนี่ยถามว่า กลไกมันซับซ้อนไหม คือถ้าเรารู้เบสิกเขา มันมีอะไรไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ว่ารูปร่างหน้าตามันแตกต่างกัน ในบางเครื่อง เพราะฉะนั้นเขาก็จะใช้วิธีเอาเครื่องตัวนั้นกลับบ้านไปให้คุณพ่อช่วยดู” ที่บ้านจะตั้งโต๊ะซ่อมไว้ 1 ตัว เหมือนกัน เพื่อที่ว่าอันนี้เป็นช่วงสุดท้ายเลยที่ “คุณพ่อ” สอนอย่างจริงจัง จากที่ก่อนหน้านี้ไม่เคย คือมาดูนะ แล้วก็เปิดเครื่องส่องกล้องเลย อันนี้คืออะไร ตัวนี้คือเรียกว่าอะไร ตรงนี้ห้ามสัมผัสนะ ตัวนี้อันตรายถ้าโดนแล้วอาจจะทำให้เสียได้ เขาก็จะอย่างนี้เลยแล้วก็จะบอกว่า ต้อง จับเป็นขั้นเป็นตอน ถึงขั้นแรก ๆ บางทีพี่เกียงต้องสเกตภาพว่าตัวนี้เรียกว่าอะไร
ขั้นตอนการวางตำแหน่ง 1 2 3 4 เพราะว่าเนื่องจากนาฬิกายิ่งเป็นออโตเมติกเนี่ยมันจะมีขั้นตอนการวางจักรเป็นขั้นตอนซ้อนกันเพราะว่าฟันเฟืองมันเกี่ยวเนื่องกันหมดใช่ไหมคะ และก็จะต้อง แรก ๆ ก็จะยากอยู่สำหรับเขา


เปรียบเทียบกับสมัยก่อน “งานขาย” สร้างรายได้ปังกว่า! งานรับซ่อม
ก็ต้องยอมรับเครื่องออโตเมติกกับเครื่องไขลานเนี่ย ความสลับซับซ้อน ความยุ่งยากในขั้นตอนของเครื่องจักรเนี่ยการจดจำมันยากกว่า นาฬิกาที่เป็นควอทซ์ ซึ่งควอทซ์เนี่ยจะเป็นเรื่องของระบบ การใช้วงจรไฟฟ้าแล้ว ใส่แบตเตอรีลงไป 1 ก้อนแล้วก็เขาก็จะทำงานตามระบบของเขา แต่ด้วยออโต้เนี่ยมันทุกอย่างต้องอาศัยแรงขับเคลื่อน การเคลื่อนไหวของร่างกายเราพอเราเริ่มเหวี่ยงปุ๊บ ลานมันก็จะเริ่มเข้า ตัวจักรก็จะเริ่มวิ่ง เพราะฉะนั้นถ้าขั้นตอนไหนขั้นตอนหนึ่งคุณหายไป มันไม่เดินแน่ อันนี้เป็นความยาก ยากมาก“เพราะส่วนใหญ่การซ่อมเครื่องทุกครั้งเนี่ย เราจะต้องล้างเครื่องใหม่ให้ลูกค้าด้วย เพราะเวลาเราซ่อมเนี่ยเรารื้ออะไหล่ออกมาเนี่ยบางทีเรามีการสัมผัส เราใช้อุปกรณ์จับก็จริงแต่บางทีมันโดนลม โดนอากาศ โดนฝุ่นละออง ถ้าเราไม่ล้างเลยเราไม่หยอดน้ำมันใหม่อย่างเงี้ย โอกาสที่ประกอบกลับไปแล้วเกิดสนิมจะง่ายมาก เช่น คราบเหงื่อ คราบไขมันจากนิ้วเรา อะไรอย่างเงี้ยช่างเขาถึงพยายามที่จะไม่สัมผัสเครื่องโดยตรง ใช้อุปกรณ์ใช้แผ่นรองเพื่อซับน้ำมันหรือซับน้ำ” มันมีอะไรมาให้เราตื่นตาตื่นใจ(หัวเราะ) ตลอดเวลา เป็นพัก ๆ จากเคสหรืออาการของนาฬิกาลูกค้า บางทีเราสันนิษฐานว่าอะไหล่ชิ้นนี้เสียแน่นอน เพราะเราส่องกล้องแล้วเราเห็นแล้ว ว่ามันมีอะไรผิดปกติ เช่น เฟืองมันอาจจะมีความบิ่น มีสนิมเกาะ หรือมีอาการหัก อันนี้เรารู้แล้วแต่ปรากฏว่า บางทีมันมีอะไรมากกว่านั้น“จนบางทีเนี่ยเราต้องอธิบายลูกค้าว่า งานพวกนี้บางทีการซ่อม มันไม่จบซะทีเดียว เพราะว่าลูกค้าบางคนเข้าใจโดยเฉพาะลูกค้าเก่า ๆ ที่อยู่กับเรามานานจะไม่ค่อยตั้งคำถามในใจ อยากทำอะไรทำเลยเพราะลูกค้าเชื่อ เชื่อในความว่าเราซื่อสัตย์ แต่ว่าถ้าเป็นลูกค้าใหม่ ๆ ที่ไม่เคยหรือมาจากการแนะนำอะไรเงี้ย ลูกค้าก็จะยังไม่มั่นใจจนกว่าจะได้สัมผัสว่าร้านเราเป็นยังไง”เราก็จะบอกก่อนว่าสมมติว่า ตอนนี้ที่ดูด้วยตานะ อันนี้เสีย แต่ว่าถ้าซ่อมแล้วมันยังมีอาการอื่น ๆ เราต้องมาประเมินตัวอื่นต่อเนื่องนะคะว่า อาจจะกลับมาเดินแล้วแต่ทำไมเดินไม่ตรงอย่างงี้ ก็จะต้องบอกลูกค้าว่ามันจะมีสเต็ป 2 3 4 ยังไงต่อไป หลังจากที่สเต็ป 1 เราเปลี่ยนตรงนี้ ก็จะต้องบอกลูกค้าก่อน เราจะแจ้งลูกค้าเป็นระยะและก็จะต้องแจ้งงบประมาณในการซ่อมโดยคร่าว ๆ ก่อน เพราะบางอย่างเนี่ยสามารถบอกได้เลยว่างบประมาณอยู่ในกี่ร้อย กี่พัน แต่บางตัวเนี่ยไม่ได้เพราะว่าเนื่องจากว่าอย่างที่บอก มันมีความเสียต่อเนื่อง ปุ๊บก็จะต้องบอกลูกค้าเลยว่ามันอาจจะอยู่ในช่วงระยะหลักเท่านี้ ถึงจำนวนเท่านี้ ลูกค้ารับได้ไหม? ถ้าลูกค้าโอเค รับได้ช่วยดูให้เลย เราถึงจะทำ เพราะบางทีพอมันไม่จบปุ๊บเนี่ยแล้วพอบานปลายปุ๊บลูกค้าก็จะ เหมือนเราหลอกหรือเปล่า เราไม่จริงใจหรือเปล่า อ้าว! ทำไมบอกเสียเท่านี้ มันทำไมมีอย่างโง้นอย่างงี้ต่ออีก

ถ้าเป็นยุคสมัยก่อน “งานขาย” งานขายเพราะเนื่องจากว่าเศรษฐกิจมันไม่ได้ฝืดเคืองขนาดนี้ คนใช้เงินง่าย“ยิ่งสมัยก่อนเคยฟังคุณแม่เล่าให้ฟังตอนนั้นเกียงยังเด็ก ๆ ก็คืออยู่สะพานควายใช่ไหมคะ สะพานควายเนี่ยจริง ๆ เป็นดงนาฬิกาเนาะสมัยก่อนจะมีอยู่ประมาณ 6-7 ร้านที่อยู่ในสี่แยกสะพานควาย จะเส้นประดิพัทธ์ เส้นพหลโยธิน จะมีร้านนาฬิกา แว่นตา แล้วก็จะมีโรงแรมเล็ก โรงแรมน้อยโรงแรมแบบ 3 ดาวที่สมัยก่อนคุณแม่บอกว่า แขกซาอุฯ(หัวเราะ) จะมาพักทุกซีซั่น อะไรอย่างเงี้ยค่ะ แล้วเวลาพวกนี้มาเขาก็จะแบบเปย์ เปย์มาก แล้วมาถึงเนี่ยอยากได้เรือนนี้ก็จะพาสาว ๆ มา อยากได้เรือนไหนชี้ ฉันก็ซื้อ สมัยก่อนเป็นอย่างงั้น” คุณแม่บอกว่าคนสมัยก่อนหนึ่งคือ ด้วยคนต่างชาติค่าเงินเขาใช้ง่ายในบ้านเรา เรือนนึงสมัยก่อนหลักพันต้น ๆ เองก็ได้ไซโก้ดี ๆ แล้วนะคะ สมัยก่อนไซโก้เรือนนึงสองพันกว่าบาท หรือถ้าจะเป็นหลักร้อยก็มี การ์แลนด์อย่างงี้ก็เป็นหลักร้อย และก็วัสดุก็โอเคเป็นสเตนเลสแต่ว่าช่วงนั้น “งานบริการ” ถือว่าสูสีไหม? ก็ยังไม่ได้เยอะมากเท่าไร ที่มาซ่อมก็จะเป็นนาฬิการาคาแพง ๆ ส่วนนาฬิกาถูกหรือไม่แพงมากส่วนใหญ่เขาก็ซื้อใหม่ ช่วงนั้นนอกจากได้อย่างงี้แล้วยังมีตาม “เทศกาล” วันพ่อ วันแม่ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ ฯลฯ สมัยก่อนห่อของขวัญให้ลูกค้ากันมือเป็นระวิงเลย


หลังจากนั้นพอหมดยุคของคุณพ่อไปแล้วเนี่ย งานขายก็ต้องบอกว่าแค่ประคองตัวดีกว่า“แต่งานบริการเนี่ยด้วยความที่ว่าเราไม่ได้เซอร์วิสแค่ร้านเรา ปรากฏว่ามันมีร้านอื่นที่เขาทำไม่ได้อย่างเงี้ยให้เราช่วยดูให้ ช่วยทำให้ มันก็มีบ้างหรือแม้กระทั่งบางทีร้านขายของเก่า โรงรับจำนำ อย่างเงี้ยค่ะก็จะวิ่งมาให้ที่ร้านดู” คือเราดูแลร้านเอง พอเราดูแลร้านเองปุ๊บเนี่ยเราเข้าถึงลูกค้ามากกว่าลูกค้ามีความรู้สึกว่าคุยกับเรามันคือคำตอบสุดท้าย ราคาได้ไหม ต้องทำอะไรบ้างอย่างเงี้ย เราเคลียร์ให้


จัดเต็มสำหรับ “คนรักนาฬิกา” ตอบโจทย์ครบ/มีงบเท่าไรก็บอกได้
ลูกค้าบอกว่าไม่น่าเชื่อว่าปัจจุบันยังจะหาร้านอย่างนี้ได้อยู่ ลูกค้าใช้คำนี้ ผมหาร้านแบบนี้นานมาก! แต่เขามาด้วยมีลูกค้าแนะนำก็เลยลองมาคุยดู“หนึ่งอาจจะด้วยราคาคือก็ต้องยอมรับว่า เวลาเราส่งงานเข้าศูนย์บริการจริง ๆ มันทุกสายอาชีพการเข้าศูนย์ฯ เนี่ยทุกอย่างมันคือ ครบวงจร เพราะฉะนั้นอะไรที่เปลี่ยนได้เขาก็แจ้งลูกค้าให้ลูกค้าเปลี่ยนใช่ไหมคะ ทีนี้ค่าใช้จ่ายมันก็จะสูง แต่ว่าการที่ลูกค้ามาร้านข้างนอกเนี่ยคือเขาก็หวังว่า ราคามันจะเบาลง รับมือไหว แต่ว่าด้วยความว่าพอมาร้านข้างนอกเนี่ยบางทีลูกค้า เคยถามเหมือนกันว่า มีช่างเหรอ? อย่างลูกค้ามาที่นี่ ไหนช่าง? (หัวเราะ) ลูกค้าจะคิดในใจอันดับแรกคือ เราส่งงานไปที่ไหน มีค่ะมีลูกค้าคิด” ช่วงหลังเริ่มรู้แล้วพอเห็นอากัปกิริยาลูกค้าเราจะรู้แล้ว เราก็จะบอกลูกค้าเลยว่าของที่ร้านทำเองนะคะ ที่นี่เราไม่ส่งใคร

สมัยก่อนเนี่ยเราขาย ถ้าเป็นแบรนด์สวิตช์ก็จะมีพวก MIDO, RADO,TISSOT พวกนี้คือเรามีประมาณนี้ เป็นแบรนด์ระดับกลาง (ค่อนข้างบนนิดหนึ่ง) แต่ว่าสมัยก่อนแบรนด์พวกนี้คือจริง ๆ ก็ไม่ค่อยแพงมาก ไม่ได้แพงเหมือนปัจจุบันนี้มาก แต่ถ้ายุคก่อนโน้นเรือนนึงประมาณ 5,000-6,000 (แต่ในยุคที่ทองคำบาทละไม่กี่ร้อย)“สมัยก่อนจริง ๆ เขาจะมีทั้ง SEIKO, CITIZEN, ORIENT, SANDOZ, POMAR, GALANT เคยได้ยินไหมคะแบรนด์พวกนี้ จริง ๆ มันเป็นแบรนด์เก่าซึ่งแต่ว่าคุณภาพเขาก็ดี เป็นแบรนด์ระดับกลาง ๆ ก็ใช้เครื่องคุณภาพดี ทนอยู่”สมัยนี้เท่าที่เกียงเห็นนี่คือ SANDOZ ก็ยังมี GALANT ก็ยังมี เพียงแต่ว่าวัสดุเปลี่ยน เครื่องอาจจะเปลี่ยนเวอร์ชัน คือจริง ๆ มันดีทั้งเครื่องญี่ปุ่นและสวิตช์ อยู่ที่ความต้องการของลูกค้ามากกว่า ลูกค้าบางคนติดเครื่องอยากได้สวิตช์ บางคนอยากได้ญี่ปุ่น แต่บางคนไม่ได้ติดอะไร ติดที่รูปโฉมใส่แล้วสวยไหมถูกใจไหมก็พอใจแล้ว“จริง ๆ แบรนด์ที่เราจำหน่ายตอนนี้ก็มีทั้งญี่ปุ่น และก็สวิตช์นะคะ แต่ว่าก็จะมีตั้งแต่หลัก พันต้น ๆ จนถึงหลักหมื่นก็อยู่ที่ว่าลูกค้า หนึ่งตั้งงบประมาณยังไง สองติดในแบรนด์ไหม ถ้าอย่างแบรนด์ญี่ปุ่นเราก็จะมี SEIKO มี ORIENT หรือ OP อย่างนี้ ถ้าสวิตช์เราก็จะมี TITONI เราก็จะมี RADO คือแบรนด์หลากหลาย แม้กระทั่งบางทีบางแบรนด์ที่เราไม่ได้เป็นดีลเลอร์แต่เซลล์วิ่งมาเสนอก็มี ซึ่งเราก็รับไว้มาจำหน่าย”แต่ว่าของเหล่านี้มี “ใบรับประกัน” ทั้งหมดนะคะ ที่นี่จะไม่จำหน่ายของปลอมเราไม่เอาเลย หนึ่งงานปลอม งานก๊อปปี้ หรือแม้กระทั่งงานที่เป็นงานจีน เราก็ไม่ได้จำหน่าย


กระแสของ Smart Watch ที่เข้ามาแต่ว่าสุดท้ายแล้ว “ความเดิม ๆ” ก็ยังอยู่
แต่ถามว่ากระทบงานนาฬิกาที่มีมาแต่โบราณไหม? เป็นแน่นอน! มีอยู่ช่วงหนึ่งคนไม่เปลี่ยนถ่านนาฬิกาเลย คือนาฬิกาเสีย นาฬิกาตายก็ไม่ซ่อม ถ่านหมดก็ไม่เปลี่ยน เพราะว่าไม่คิดที่จะใช้แล้ว“ก็คิดว่ามาใช้นาฬิกาแบบนี้ดูแลสุขภาพดีกว่า เพราะเทรนด์สุขภาพเขามาใช่ไหมคะ มีอยู่ช่วงหนึ่งเทรนด์ปั่นจักรยานก็มาใช่ไหมคะและก็จะต้องแบบจับชีพจร จะต้องแบบว่าดูการเต้นของหัวใจ ออกซิเจน อย่างโน้นอย่างนี้ แต่ว่าหายไป ลูกค้าหายไป เงียบ เงียบมากจนเราหันมามองหน้ากันเองว่า ไม่เป็นไรเนาะเรากินแรงงานตัวเองมีน้อยเราก็ใช้น้อย มีเยอะเราก็ดีใจหน่อยเท่านั้นเอง แต่ว่าก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะว่าลูกค้าเดิม ๆ ที่นาฬิกาเขาแพง เขายังคงเซอร์วิส” แต่ว่านาฬิการะดับกลาง ๆ จนล่างเนี่ย ไม่มีมาเลย! แต่ตอนนี้ด้วยกระแสพอมันมาได้สักพักหนึ่ง(นานเนอะก็หลายปีแล้ว) ลูกค้าก็เริ่มหันกลับมาใช้แบบเดิมอีกแล้ว“มีนะคะ เคยเจอกระทั่งว่าลูกค้าใส่ มือซ้าย-มือขวาด้วย จริงค่ะลูกค้าก็บอกว่า ก็ยังชอบความเดิม ๆ ก็ยังอยากจริง ๆ ลูกค้าชอบความเดิม ๆ แต่จำเป็นต้องใส่ Smart Watch เพราะต้องการดูแลเรื่องสุขภาพหรือไม่ก็บางคนเนี่ยใส่เพราะลูกบังคับ ลูกอยากให้ใส่ว่าพ่อเดินกี่ก้าว แม่เดินกี่ก้าว เป็นยังไงบ้างวันนี้อัตราการเต้นเป็นยังไงหัวใจเป็นยังไง อยากจะรู้”

คือเกียงมองว่าหนึ่ง กระแส ก็มีผลกับธุรกิจ แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความอดทนของเราด้วยนะ การใช้ชีวิตของเราด้วย เราอาจจะลดความฟุ่มเฟือยลง อาจจะใช้ชีวิตให้มันเรียบง่ายขึ้น เพื่อรอเวลาให้มันผ่านไป“เคยมีคนบอกว่า สูงสุดสู่‘สามัญ’ แล้วมันก็จะกลับมาอีก มันเป็นวงจร แต่มันก็เกียงก็มองว่าเออคำพูดนี้มันใช้ได้ มันย้อน มันย้อนกลับมาแฟชั่นมันถูกเวียน เวียนกลับมาจริง ๆ” มันก็คือ ความหมายตรงตัวเลยมันก็คือ “นาฬิกา” ใช่ไหมคะแต่ Smart Watch นั่นคือนาฬิกาเป็นของแถม อันนี้คือมุมมองของเกียงเนาะ แต่ความหมายของนาฬิกาคือมันคือนาฬิกาใช่ไหมคะมันบ่งบอกแล้วจริง ๆ นาฬิกาแต่ละแบบมันก็บ่งบอกตัวตนของผู้ใส่ด้วย“ยังไงในโลกใบนี้คนก็ยังใช้ ถูกไหมคะ ไม่งั้นการผลิตนาฬิกาหลักแสน-หลักล้านออกมา ทำไมเขาก็ยังขายได้”


“ความซื่อสัตย์” ที่ลูกค้าทรงจำร้าน บริการจริงใจในราคาสุดน่ารัก
ทายาทรุ่นที่สองของร้านนาฬิกาธนาชัย “คุณเกียง-ณภัทร เลิศธกรกุล” สาขาเจเจมอลล์ ยังบอกด้วย จริง ๆ ทุกวันนี้ด้วยการดูแลร้านเองเรารู้อยู่แล้ว ว่าหนึ่งความจริงใจที่เราให้ลูกค้าอันดับแรกเลยคือ ไม่ยัดเยียด ร้านเราไม่ยัดเยียดคือประสบการณ์แย่ ๆ ของลูกค้าที่ลูกค้าเคยส่งต่อมาให้เราเนี่ย ที่ลูกค้าประสบมาแล้วมาเล่าสู่กันฟังเนี่ย คือหลาย ๆ ร้านบางร้านมีความยัดเยียดอยู่ว่าจะต้องทำ 1 2 3 4 5 เป็นลำดับไป นอกจากความยัดเยียดแล้วคือบางร้านก็มีความ ไม่ตรง ไม่ตรง ๆ กับลูกค้า“เพราะบางทีลูกค้ามาปุ๊บเนี่ย น้องช่วยดูให้หน่อยได้ไหม เขาก็บอกเราตรง ๆ แหละว่าเขาไปเปิดมาแล้ว แล้วมีการแจ้งค่าใช้จ่ายมาแล้วมันเสียอันนี้อันนั้น อะไรอย่างเงี้ย แต่พอเราดูเราก็เจอปัญหาว่าลูกค้าเจอความไม่ซื่อสัตย์ มีค่ะ เช่นลูกค้าโดนวางยามาก็มีค่ะ มีนะในยุคปัจจุบันก็ยังมีอยู่ เราก็เลยมองว่ามันก็เป็นข้อคิดให้เรานะคะว่า อ้อ นี่แหละมันเลยทำให้เรายังอยู่ได้ คือเกียงมองว่าร้านเกียงอยู่ได้ทุกวันนี้จริง ๆ น่ะก็ยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ไม่ได้คิดราคาแพงเลย ราคาเกียงน่ะค่อนข้างน่ารักลูกค้าหลายคนก็บอกว่าที่นี่ราคาจับต้องได้ ราคาน่ารัก” แล้วมันยังอยู่ได้ยังไง มันยังเลี้ยงตัวเองได้ยังไง เพราะเราอยู่แบบไม่ได้หวือหวา เราไม่ได้ตามกระแสมาก เราอยู่ของเราเพื่อที่จะรอลูกค้ามาและก็ให้บริการด้วยความจริงใจอย่างเงี้ยแหละ เสียก็ว่าเสีย ได้ก็ว่าได้ ไม่ได้ก็ว่าไม่ได้ แต่ด้วยความว่าพอลูกค้าเจอประสบการณ์ไม่ดีมา สุดท้ายลูกค้าจะกลับมาหาเรา

คือที่นี่ถ้าใช้เวลามาก ๆ จริง ๆ เต็มที่ก็อาจจะบอกว่าลูกค้าก็คือใช้เวลา 1 ชม.นะ ลูกค้าไปเดินเล่นก่อนก็ได้ขอเบอร์โทรไว้(เดี๋ยวพอเสร็จแล้วเราโทรแจ้ง) ลูกค้าก็เดินมารับ หรือถ้าลูกค้าสะดวกนั่งรอก็นั่งรอที่ร้านได้ ซึ่งนี่คือที่เกียงมองว่าเป็นเสน่ห์ของร้านเรา เช่นบางอย่างที่ลูกค้ามาเนี่ยถ้าซ่อมแล้วคุ้มค่า ต่อให้ลูกค้าไม่อยากซ่อมนะแต่เราก็จะบอกเลยว่า สภาพเขาเนี่ยน่าทำมากเลยนะคะพี่ ถ้าเป็นหนู หนูทำนะถ้าเรือนนี้เป็นนาฬิกาหนู เพราะว่าเนื่องจากว่าบางทีนาฬิกามียี่ห้อแต่ลูกค้าบางคนได้มาฟรี เช่น รับช่วงต่อมรดกพ่อแม่หรือได้มาเป็นของขวัญ เขาไม่รู้เลยว่าเรือนนั้นมันมีมูลค่า แต่กลับกัน ถ้าลูกค้ามาแล้วนาฬิกามันย่ำแย่มากเลยดูแล้ว ซ่อมยังไงก็ไม่คุ้ม แต่ลูกค้าอยากจะทำนะ เราก็จะบอกเลยว่าพี่มันซ่อมน่ะบานปลายแน่ตัวนี้ เผลอ ๆ ราคาเท่าซื้อเรือนใหม่เลยนะ จะแจ้งลูกค้าเลยค่ะ“แล้วเราก็จะบอกเลยพี่อย่าทำเลยนะมันไม่คุ้มหรอกพี่เอาเงินไปซื้อเรือนใหม่เถอะ อันนี้คือเราบอกลูกค้าอย่างงี้เลย เว้นเสียแต่ ก็จะถามอีกมีความหมายไหม? มีความหมายมีคุณค่าทางจิตใจไหม ถ้าเขาบอกว่าเรือนนี้ของคุณแม่ คุณแม่ไม่อยู่แล้วอยากจะเก็บอยากจะรักษา คงสภาพไว้อย่างเงี้ย ก็จะ อ่ะงั้นก็ทำแต่จะ save cost ให้ได้เยอะที่สุดนะ ก็จะบอกลูกค้าว่าก็จะช่วยคุมงบประมาณให้มัน ประหยัดสุด ก็คืออันไหนไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็จะไม่เปลี่ยน อันไหนสามารถซ่อมได้ก็จะซ่อม ก็จะแจ้งลูกค้าไปตรง ๆ” แล้วหลังจากที่แบบเราฟื้นคืนชีพให้เขาแล้ว ลูกค้าก็ดีใจ ใช่ไหมคะเขานอกจากว่าไม่ได้แค่ไปเก็บ ปรากฏว่ามันก็ใช้งานได้ตามปกติด้วยทั้ง ๆ ที่มันนอนเสียมานานมาก ลูกค้าบางคนบอกมันเสียมาเป็นสิบปีแล้วก็ไม่ได้ไปยุ่งเลย แต่วันหนึ่งไปรื้อขึ้นมาแล้วก็คิดถึง “คิดถึง” เขาใช้คำนี้ว่าคิดถึง แล้วเขาก็ดีใจว่าเราฟื้นคืนชีพให้เขาได้



เก่าเก็บมาจากไหน? ก็ฟื้นคืนชีพให้กลับมีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง “ธนาชัยนาฬิกา” กว่า 50 ปีที่อยู่คู่มากับกาลเวลา ความซื่อสัตย์ และจริงใจในการให้บริการโดยไม่คิดราคาที่แพงเกินไป ราคาจับต้อง ซึ่งเป็นอีกกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ลูกค้าเกิดการซื้อซ้ำหรือการเป็น “ลูกค้าประจำ” แถมยังช่วยบอกต่อให้กับทางร้านอีกด้วย และความแปลกมาก ๆ อีกอย่างหนึ่งของร้านนาฬิกาธนาชัยทั้ง 2 สาขาหากเทียบกับในยุคนี้ก็คือว่า ไม่ออนไลน์เลย(แบบ100%) แต่ว่ามีแต่ลูกค้าไปตามหาจนเจอถึงที่ร้านเอง และก็เป็นแบบนี้ทั้ง สาขาสะพานควาย และก็ สาขาเจเจมอลล์-จตุจักร เป็น "ผู้รอด" ในธุรกิจที่ยังคงเป็นรูปแบบเดิมและการตลาดที่ช่างสวนทางกันกับคนส่วนใหญ่ในยุคนี้อย่างน่าทึ่งมาก ๆ ขอบคุณที่กรุณาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ธุรกิจที่แข็งแกร่ง อยู่คู่กับกาลเวลามากว่า 50 ปีสำหรับห้างนาฬิกาธนาชัย ในครั้งนี้

คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด


กำลังโหลดความคิดเห็น