xs
xsm
sm
md
lg

“สยามไบโอไซเอนซ์” ผู้ผลิตยาชีววัตถุ รายแรกของอาเซียน ของขวัญจากพ่อ เพื่อมวลมนุษยชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด (Siam Bioscience) บริษัทผู้ผลิตยาชีววัตถุ ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง แห่งแรกของประเทศไทย และแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สามารถคิดค้น พัฒนา ผลิตวัตถุดิบยา ผลิตยา บรรจุยา และจัดจำหน่ายยาชีววัตถุ ที่สามารถผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ โดยไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบยาจากภายนอก ช่วยให้ราคาถูกกว่ายานำเข้าจากต่างประเทศ 30-40%







สำหรับ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2552 โดยทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ถือหุ้น 100% ด้วยทุนจดทะเบียน 5,000 ล้านบาท ซึ่งการถือกำเนิดของ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เกิดจากพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำรัส ดังกล่าวไว้ในเรื่องสุขภาพของประชาชน ด้วยทรงเห็นว่า ‘คน’ ปัจจัยสำคัญที่จะพัฒนาประเทศ สร้างความพอมี พอกิน จึงทรงให้ความสำคัญในการฟื้นฟูปัญหาสุขภาพของประชาชน เพื่อการพัฒนาประโยชน์สุขให้เกิดกับส่วนรวมและประเทศชาติ

นายอภิพร ภาษวัธน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด
นายอภิพร ภาษวัธน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า เดิมงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ทำงานด้านการศึกษา ศาสนา หรือ ช่วยผู้ยากไร้ มาตลอด จนครั้งหนึ่ง สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เล็งเห็นว่าน่าจะสาน ต่อพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทำเรื่องราวเกี่ยวกับยา เพื่อให้ประชาชนชาวไทย สามารถได้รับยาที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพสูง ในราคาที่ถูกลง ลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ สร้างความมั่นคงทางยาแก่สาธารณสุขของไทย ดูแลรักษาสุขภาพของคนไทย







สำหรับ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ แห่งนี้ จึงเป็นดั่ง ‘ของขวัญจากพ่อ’ ที่ไม่ได้มอบแก่คนไทย และคนทั้งโลก เพราะการวิจัยทางการแพทย์ นั้นต้องทำเพื่อมวลมนุษยชาติ ดังส่วนหนึ่งของพระราชปณิธานของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์และสาธารณสุข ความว่า “True Success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind”

ดร.ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด
ดร.ทรงพล ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ ดำเนินกิจการมาจนถึงปัจจุบัน ผ่านมา 10 ปี ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 37 ไร่ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งสถานที่แห่งนี้ เป็นศูนย์การวิจัยและผลิตยาในที่เดียว ยาที่ผลิตได้ และในขณะนี้ สยามไบโอไซเอนซ์ เกิดจากการร่วมทุนของ 2 บริษัทหลัก คือ “บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด” (Siam Bioscience) บริษัททำการวิจัย พัฒนา และผลิตยา เครื่องมือแพทย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ แบบครบวงจร ตั้งแต่ตัวยาสำคัญและสารออกฤทธิ์ จนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

และบริษัทร่วมทุนหลัก คือ “บริษัท เอเพ็กซ์เซล่า จำกัด” (Apexcela) ตั้งขึ้นใน พ.ศ.2553 เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการตลาด และการขาย ทั้งในประเทศและส่งออก รวมทั้งการพัฒนาธุรกิจสร้างเครือข่ายพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมี นายธวัชชัย พิเศษกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเพ็กซ์เซล่า จำกัด




สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ผลิต ได้แก่ ยารักษาโรคเน้นที่ยาชีววัตถุ โดยยาตัวแรกที่ออกสู่ตลาดแล้วคือ ยาเพิ่มเม็ดเลือดแดง ให้กับผู้ป่วยที่มีอาการไตวาย เนื่องจากร่างกายไม่สามารถผลิตเม็ดเลือดแดงได้เอง ยาตัวที่ 2 คือ ยาเพิ่มเม็ดเลือดขาว ให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ โดยยาทั้ง 2 ตัวผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง สามารถบำบัดรักษาโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีผลข้างเคียงต่ำ

นอกจากนี้ ล่าสุดทางบริษัท สามารถคิดค้นวิจัย ผลิตภัณฑ์ยาแก้ปวดแบบเฉียบพลัน ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่มีการปวดรุนแรง โดยจุดเด่นของยาแก้ปวดตัวนี้ คือ ไม่มีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วย และผลพลอยได้จากการวิจัย ยาชีววัตถุ คือ โปรตีน ในกลุ่มsH- Oilgopeptide-1 นำมาเป็นส่วนผสมในการทำเวชสำอาง ภายใต้แบรนด์ Ardermis ซึ่งโปรตีนชนิดนี้ ร่างกายจะผลิตได้แค่ ตอนอายุ 30 ปี พอพ้นไปแล้ว ร่างกายไม่สามารถผลิตโปรตีนกลุ่มนี้ได้ ดังนั้น เราจึงนำมาใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิต เวชสำอาง และเป็นแบรนด์แรกในประเทศไทยที่นำโปรตีนกลุ่มนี้มาใช้กับเวชสำอาง

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด
ด้านนางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด กล่าวว่า เมื่อครั้งมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ แบรนด์เครื่องสำอาง Ardermis และก่อนที่จะรับหน้าที่ตำแหน่งดังกล่าว เดินทางมาโรงงาน 2-3 ครั้ง ตอนที่รู้จัก Ardermis ตอนนั้นยอมรับตื่นเต้น เห็นว่า ประเทศไทยมีเวชสำอาง ที่มีคุณภาพไม่แพ้ประเทศในแถบยุโรป และที่ต้องเดินทางมา 2-3 ครั้ง เพราะผ่านอะไรมาเยอะไม่ได้ว้าวกับอะไรง่าย ต้องดูให้มั่นใจ ก่อนจะมารับหน้าที่ตรงนี้ และปัจจุบัน Ardermis ยังผ่านการ Certified in GERMANY

โดยในปี 2560 ส่วนของเวชสำอาง ทาง บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ ได้ตั้งบริษัทลูกขึ้นมาดูแล เพื่อต่อยอดธุรกิจ “บริษัท อินโนไบโอคอสเมด จำกัด” (Inno-Biocosmed) ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ชีวเวชสำอาง ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าและเส้นผม และผลิตภัณฑ์ดูแลแผล โดยจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกในชื่อแบรนด์ Ardermis และ Uderma

นายธวัชชัย พิเศษกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเพ็กเซล่า จำกัด ผู้ดูแลด้านการตลาด
นายธวัชชัย พิเศษกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเพ็กเซล่า จำกัด ผู้ดูแลด้านการตลาด กล่าวถึงแนวทางการทำตลาด ว่า ในช่วงที่ผ่านมา การเติบโตของผลิตภัณฑ์ยาชีววัตถุ พบว่ามีความต้องการของตลาดเพิ่มขึ้นทุกปี การเติบโตของตลาดนี้ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 5 เท่า ซึ่งประเทศไทย เป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่สามารถผลิตยาชีววัตถุที่ได้มาตรฐาน เพราะได้ผู้ร่วมลงทุนจากบริษัทผู้ผลิตยาอันดับหนึ่งของโลก จากประเทศคิวบา และล่าสุด ได้ส่งผลิตภัณฑ์ยาของเราไปทดสอบที่ ประเทศออสเตรเลีย ถ้าสามารถผ่านมาตรฐานที่ออสเตรเลียได้ ทำให้สามารถส่งผลิตภัณฑ์ของเราไปจำหน่ายยังประเทศในแถบยุโรปได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดส่งออก ปัจจุบัน มีส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้าน 3 ประเทศ คือ กัมพูชา เมียนมาร์ และ ศรีลังกา


บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าเมื่อมีบริษัทผู้ผลิตยาที่ทำงานโดยคนไทยในทุกขั้นตอนทำให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้กับบุคลากรในประเทศ ส่งผลดีต่อวงการแพทย์และช่วยสร้างความมั่นคงให้กับสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืน โดยตลอด 1ทศวรรษที่ผ่านมา สยามไบโอไซเอนซ์ ได้เขียนบันทึกหน้าใหม่ให้กับวงการยาของประเทศไทยมากมายเริ่มจากเป็นบริษัทเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผลิตยาชีววัตถุตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำทำให้ประเทศไทยลดการพึ่งพายาจากต่างชาติ และหัวใจสำคัญของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์คือ ความมุ่งมั่นที่จะทำให้คนทั่วโลกมีโอกาสเข้าถึงยาและการรักษาที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น
* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *

SMEs manager




กำลังโหลดความคิดเห็น...