xs
xsm
sm
md
lg

"จุรินทร์" นำทีมดารา “สนต์ ยุกต์ -โบวี่ อัฐมา” ขายหน้ากากอนามัย ย้ำขายเกินราคาจับ ปรับจริง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




รมว.พาณิชย์ นำทีมดารา "สนต์ ยุกต์" และ "โบวี่ อัฐมา" ดารานักแสดง เข้าร่วมงานขายหน้ากากอนามัยอย่างเป็นธรรม 800 ร้านค้าทั่วประเทศรวมทั้งที่กระทรวงพาณิชย์-ทำเนียบรัฐบาล การร่วมกิจกรรมครั้งนี้ของดาราหนุ่มสาวทั้งสองคนได้รับความสนใจจาก รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นพิเศษ บรรยากาศการเปิดขายหน้ากากที่มีคนมารอซื้อจำนวนมาก ด้าน รมว.พาณิชย์ ย้ำ ใครขายเกินราคา โดนจับติดคุกและปรับ140,000บาท

สำหรับบรรยากาศการขายหน้ากากอนามัยที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีประชาชนมารอซื้อจำนวนมาก ซึ่งขายให้คนละ 1 แพ็ค 10 ชิ้น 25 บาท โดยนายจุรินทร์ทำความเข้าใจประชาชน เพื่อให้เกิดการใช้อย่างเพียงพอ และการขายชิ้นละ 2.50 บาท เป็นราคาที่กรมการค้าภายในกำหนด ให้เกิดความเป็นธรรมโดยเชื่อว่าเป็นราคาที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน ในส่วนที่ส่วนราชการแจกจ่ายให้ประชาชนก็เป็นการเสริมที่จุดต่างๆ แต่ในส่วนที่จำหน่ายก็ให้เป็นราคาตามที่มีการควบคุม


"จุรินทร์" ย้ำ ขายหน้ากากอนามัย ราคามาตรฐาน คุมราคาห้ามเกิน พบถูกจับปรับติดคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับ 140,000 บาท

นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดจำหน่ายหน้ากากอนามัย เพื่อกระจายให้กับประชาชนในการป้องกันไวรัสโคโรน่า เบื้องต้นจำนวน 200,000 ชิ้น และ ร้านธงฟ้า 500,000 ชิ้น กระจายไป 820 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งนายจุรินทร์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวในงานว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์ไวรัสโคโรน่ามาโดยต่อเนื่องและได้มีการเตรียมการที่จะเข้าไปมีส่วนช่วยในการคลี่คลายปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นโดยมีการจัดตั้งวอรูมเพื่อติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาในส่วนงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพาณิชย์มาตลอด 2 สัปดาห์

รัฐบาล จึงมีความเห็นว่าสินค้าที่มีความจำเป็นต่อประชาชน 2 อย่างได้แก่1.หน้ากากอนามัย 2.เจลล้างมือ อาจไม่เพียงพอต่อการบริโภคของประชาชนในประเทศด้วยเหตุผลใดก็ตาม กระทรวงพาณิชย์มองว่าถึงเวลาที่ต้องกำหนดให้หน้ากากอนามัยวัตถุดิบในการผลิตและเจลทามือเป็นสินค้าควบคุมเพื่อใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งที่สุดคณะรัฐมนตรีได้มีความเห็นชอบกำหนดให้สินค้า 2 รายการเบื้องต้นเป็นสินค้าควบคุมตามกฏหมาย

จึงเป็นที่มาให้กระทรวงพาณิชย์ โดยอธิบดีกรมการค้าภายใน สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งการควบคุม ให้มีการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ให้มีการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง ให้มีการตรวจสอบสต๊อกสินค้า รวมทั้งการส่งออกและการนำเข้าสินค้าควบคุมดังกล่าวด้วย โดยเรื่องของการส่งออกได้มีการกำหนดไว้ชัดเจนว่าหากจะมีผู้นำออกนอกราชอาณาจักรราช เกิน 500 ชิ้นไปจะต้องมีการขออนุญาตต่ออธิบดีกรมการค้าภายใน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตแม้แต่รายเดียว ด้านนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงพาณิชย์ หากพบว่ามีการกระทำผิดกฏหมายต้องดำเนินการตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งขณะนี้มีการจับกุมดำเนินคดี 11 ราย พฤติกรรมที่ผิดกฎหมายคือมีการจำหน่ายราคาเกินจริง ซึ่งได้ส่งให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไป ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงพาณิชย์ก็จะเฝ้าติดตามพฤติกรรมดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวสามารถแจ้งมาที่สายด่วน 1569 ได้ 24 ชั่วโมง



ในส่วนของการผลิตและการกระจายสินค้านั้นอธิบดีกรมการค้าภายในได้กำชับไปยังผู้ผลิต 10รายใหญ่ทั่วประเทศให้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้ของประชาชนคนไทยทั้งประเทศซึ่งทุกโรงงานก็ตอบรับด้วยดี ส่วนการกระจายสินค้า อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้อำนาจสั่งการให้ผู้ผลิตได้กระจายสินค้า ผ่านช่องทางจำหน่ายไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศโดยเร่งด่วนและทั่วถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยกำหนดให้มีการส่งสินค้าจำนวนหนึ่งเพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าหน้ากากอนามัยไปยังพี่น้องประชาชนที่ต้องการโดยให้กระจายไปที่ 1.ทำเนียบรัฐบาล จำนวน 300,000 ชิ้น 2. กระทรวงพาณิชย์ 200,000 ชิ้น และ 3.ร้านธงฟ้า 820 สาขาทั่วประเทศ จำนวน 500,000 ชิ้น โดยจะเริ่มกระจายสินค้าตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 ก.พ.63 เป็นต้นไป ซึ่งจะมีการจำหน่ายต่อเนื่องอีกประมาณ 15 วัน

“วันนี้กระทรวงพาณิชย์ได้นำหน้ากากอนามัย มากระจายในราคาที่สมควรคือ 2.50 บาทโดยคำนึงถึงต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง โดยกระทรวงได้ตรวจสอบทั้งปริมาณและเรื่องของคุณภาพด้วย วันนี้กระทรวงนำมาจำหน่าย 200,000 ชิ้นแต่หากประเมินถึงความจำเป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน ก็จะตัดสินใจร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง” รมว.พาณิชย์กล่าว

และสำหรับคนที่กักตันสินค้าขายราคาสูงเกินไปจะมีโทษจไคุกไม่เกิน 7 ปี ปร้บไม่เกิน 140,000 บาท ไม่แสดงราคาจำหน่าย ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ไม่แจ้งข้อมูล จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละ 2,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน หรือจนกว่าจะแจ้ง ไม่ขออนุญาตขนย้าย หรือไม่ปันส่วน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


** * คลิก Likeเพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า“SMEs ผู้จัดการ”รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุดและร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!!* * *
SMEsmanager



กำลังโหลดความคิดเห็น...