xs
xsm
sm
md
lg

ข้าวต้มมัดเนินขุมทอง ชู 8 ไส้ ขนมไทยใส่นวัตกรรม สุดยอดของฝากปักษ์ใต้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


     ขนมไทยใส่นวัตกรรมอย่าง ข้าวต้มมัดเนินขุมทอง ของดีเมืองปักษ์ใต้ ที่ใส่ใจในเรื่องความอร่อยและคุณภาพมาต่อยอดเป็นธุรกิจที่โดดเด่น  พร้อมพัฒนามาเป็นข้าวต้มมัดที่สามารถแช่แข็งเพื่อทำการอุ่นร้อนบริโภคได้ในภายหลัง นอกจากความอร่อยแล้วยังมีการใส่ความเป็นภาคใต้ลงไปในขนมไทยที่ขึ้นชื่อ ทำให้ข้าวต้มมัดเนินขุมทองเติบโตและเป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก
     นางบุลภร บุญสุวรรณ์ เจ้าของธุรกิจข้าวต้มมัดเนินขุมทอง เล่าว่า ที่มาของธุรกิจก่อนหน้านี้เป็นร้านอาหาร ทำแล้วมีลูกค้าจำนวนมาก เป็นการมองเห็นโอกาสที่มีลูกค้า ก็เลยนึกถึงขนม ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี หลังจากนั้นก็พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนกลายมาเป็นของฝาก และมีออเดอร์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมาจากการบอกต่อของลูกค้าที่มาบริโภคอาหารในร้านอาหารข้าวต้มมัดเนินขุมทองทำมา 10 ปี แต่ร้านอาหารเปิดมาประมาณ 30 ปี เป็นร้านอาหารตามสั่งปักษ์ใต้ มีอาหารพื้นบ้าน


     สำหรับการทำการตลาดทางร้านเผยว่าใช้กลยุทธ์ในเรื่องของการอาศัยขายจากร้านอาหารที่มีเป็นทุนเดิม เนื่องจากในร้านอาหารนั้นมีลูกค้าประจำและขาจรเข้ามาเป็นจำนวนมาก รวมถึงใช้วิธีบอกต่อปาก สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ผลิตภัณฑ์เพื่อดึงดูดความสนใจ นอกจากนี้ยังได้มีการโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อครอบคลุมลูกค้าทั้งในและนอกโซเชียล
     ในส่วนของราคาของข้าวต้มมัดอยู่ที่ มัดละ 18 บาท ทุกไส้ ซึ่งใน 1 วันผลิตเพื่อออกจำหน่ายประมาณ 1,000 มัด ส่วนข้าวต้มสามเหลี่ยมผลิตประมาณ 400-500 มัดต่อ 1 วัน ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าส่วนมากเป็นกลุ่มลูกค้าที่เดินทางผ่านในร้านของฝาก นักท่องเที่ยว รวมถึงลูกค้าประจำทั้งนี้ข้าวต้มมัดมีหลากหลายไส้ เช่น ไส้เผือก เห็ดหอม ถั่วกวนไข่เค็ม กุ้งมะพร้าว ไก่ และธัญพืช

       นอกจากนี้ทางร้านได้ใช้บริการของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ซึ่งได้มีการเข้าไปปรึกษาเกี่ยวกับหลักทรัพย์ โดยที่ทางร้านมีหลักทรัพย์จำนวนหนึ่งแต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่ง ธ.ก.ส. มีโครงการร่วมกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. จึงได้แนะนำให้ปรึกษากับทาง บสย. และทำโปรเจ็กต์เพื่อยื่นกู้หลักประกัน ซึ่งผู้ประกอบการที่ขาดหลักประกันและทุนทรัพย์สามารถปรึกษากับทาง บสย. โดยหลักประกันในส่วนนี้ที่จะได้ คือ ในส่วนของธนาคารและในส่วนของ บสย. ซึ่งจะมีข้อระเบียบในการกู้ยืมว่าผู้ประกอบการต้องมีหลักทรัพย์ประมาณเท่าไหร่ถึงจะได้หลักประกันตามหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงิน

    หลังจากได้รับความช่วยเหลือจาก บสย. แล้ว ทางร้านได้นำมาพัฒนาธุรกิจในส่วนของการสร้างอาคารผลิตเพื่อที่จะขอมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ รวมถึง อ.ย. รวมถึงพัฒนาในส่วนของการเปิดหน้าร้านเอง เนื่องจากทางร้านมีสาขาจำนวนมาก เวลามีลูกค้าเพิ่มมากขึ้นทางร้านจึงต้องการจัดโปรโมชั่นให้ลูกค้าเพื่อเป็นการคืนทุนให้แก่ลูกค้า ซึ่งในขณะนี้กำลังดำเนินการยื่นกู้เพิ่มเพื่อจะนำหลักประกันมาขยายหน้าร้านในเส้นทางไปสนามบิน ทั้งนี้ทางร้านได้ยื่นขอการค้ำประกันสินเชื่อกับ บสย. ไปทั้งหมด 2 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 3 กำลังรอการอนุมัติ


     ทั้งนี้จากการยื่นขอสินเชื่อทำให้สามารถขยายตลาดได้มากขึ้น มีความมั่นคงในการรักษาธุรกิจให้เติบโตและสามารถพัฒนาสินค้าตัวอื่นๆ ได้หลากหลายรูปแบบ เพราะนอกเหนือจากข้าวต้มมัด ยังมีการทำสินค้าที่เป็นนวัตกรรมเพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ในอนาคตวางแผนการขยายและส่งต่อความรู้ คือ ต้องการเปิดสอนการทำข้าวต้มมัด รวมถึงต่อยอดการทำข้าวต้มมัดแช่แข็ง
     อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ บสย. ที่นอกจากจะให้บริการการค้ำประกันสินเชื่อต่างๆ แล้วนั้น ยังสามารถให้คำปรึกษาและแนะนำผู้ประกอบการคนตัวเล็กให้มีความรู้เรื่องธุรกิจและพัฒนาธุรกิจที่ตนมีอยู่ให้สามารถเติบโตและมั่นคงได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยมีการจัดอบรมให้องค์ความรู้ต่างๆ การหาช่องทางการจำหน่าย ซึ่งถ้ามีผู้ประกอบการที่มีธุรกิจที่ตรงกับการจัดงานต่างๆ ก็จะมีการแจ้งให้ทราบไปยังผู้ประกอบการเพื่อมาออกบูธเผยแพร่ธุรกิจสู่สาธารณชนต่อไป
 
 
ติดต่อ : ข้าวต้มมัดเนินขุมทอง  โทร.080 545 0122 หมู่บ้านเนินขุมทองการ์เด้น ถนนสนามบิน-หาดใหญ่ ตำบลควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เฟสบุ๊ค https://th-th.facebook.com/Noenkhumthong/

บทความโดย : บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) (Link : www.tcg.or.th)







กำลังโหลดความคิดเห็น...