xs
xsm
sm
md
lg

‘ZOLUTION’ เครื่องสำอางจัดหนักนวัตกรรม แบรนด์เล็กไม่ง้อกระแส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

เครื่องสำอาง แบรนด์ “โซลูชั่น” (ZOLUTION)
ตลาดเครื่องสำอางกำลังเติบโตร้อนแรง ไม่แปลกจะมีนักธุรกิจกระโดดเข้าชิงเค้กในวงการนี้จำนวนมาก สำหรับระดับเอสเอ็มอีหน้าใหม่หากจะแทรกตัวยืนอยู่ในยุทธจักรนี้ต้องมีความพิเศษระดับใส่ไข่ อย่างเช่นราย “โซลูชั่น” (ZOLUTION) มุ่งสร้าง “นวัตกรรมเครื่องสำอาง” ที่ไม่เดินตามกระแส สำหรับตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

นิธิกร สิงห์สัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีสตางค์มีทรัพย์ จำกัด เจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ “โซลูชั่น” เริ่มต้นธุรกิจนี้ โดยต่อยอดจากอาชีพเดิมที่ร่วมกับภรรยา (สุทธารัตน์ สิงห์สัตย์) เปิดร้านสปา ซึ่งลูกค้าผู้มาใช้บริการมักขอซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ภายในร้าน เลยพัฒนาเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอาง ซึ่งได้ผลตอบรับอย่างดีมาก
นิธิกร สิงห์สัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีสตางค์มีทรัพย์ จำกัด
จุดนี้ทำให้เขาเห็นโอกาสว่า ตลาดเครื่องสำอางยังมีความต้องการอีกมาก ประกอบกับเรียนจบทั้งปริญญาตรีและโทด้านเคมีภัณฑ์ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้เอง รวมถึง รู้จักตัวแทนขายวัตถุดิบผลิตเครื่องสำอาง เมื่อเห็นโอกาสประกอบกับมีความพร้อมทั้งความรู้และการผลิต จึงลงมือลุยธุรกิจเครื่องสำอางภายใต้แบรนด์ตัวเอง เมื่อปี พ.ศ. 2554

“ตลาดเครื่องสำอางมีคู่แข่งอยู่จำนวนมาก เมื่อเราคิดจะทำแบรนด์เอง ผมวางจุดยืนต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต้องแข่งกับเจ้าใหญ่ ซึ่งจากประสบการณ์ซื้อมาขายไปเครื่องสำอาง ลูกค้ามักหาผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาเฉพาะตัว ซึ่งในท้องตลาดไม่ค่อยมีขาย ดังนั้น ผมเลยกำหนดทำผลิตภัณฑ์ที่มี “นวัตกรรม สำหรับแก้ปัญหาเฉพาะจุด” โดยค้นหาข้อมูลงานวิจัยต่างๆ เพื่อหาสารสกัดที่น่าสนใจ ประกอบกับสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคว่ามีปัญหาเรื่องใดบ้าง จนได้เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก “ครีมทาใต้วงแขน” ช่วยลดปัญหาผิวดำคล้ำและตุ่มหนังไก่ รวมถึงช่วยดับกลิ่นได้ด้วย ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีใครทำครีมชนิดนี้อย่างจริงจังเลย” นิธิกรเผยแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ครีมทาใต้วงแขน ผลิตภัณฑ์แจ้งเกิดของแบรนด์  “โซลูชั่น”
เขาเสริมต่อว่า การสร้างนวัตกรรมเครื่องสำอาง จะคัดสรรสารสกัดเครื่องสำอางที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพจากทั่วโลก ส่วนใหญ่มาจากยุโรป สหรัฐฯ และญี่ปุ่น แล้วนำมาผสมกัน โดยอาศัยความรู้ที่เรียนด้านเคมีภัณฑ์มาโดยตรง พัฒนาจนเกิดสูตรใหม่ของตัวเอง อยู่ตรงกลางระหว่างยารักษาโรคกับสารบำรุง
ผลิตภัณฑ์ต่างๆ
จากไอเดียนี้ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ แบรนด์ “โซลูชั่น” ล้วนคงยึดจุดยืนเป็นเครื่องสำอางแก้ปัญหาเฉพาะจุด และเติมเต็มช่องว่างของสินค้าในท้องตลาดเสมอ เช่น ลดฝ้า หรือตัวใหม่ชุดครีม “ไบรท์ เฟส ครีม” เป็นครีมใช้กลางวันและกลางคืนคู่กันในซองเดียว นับเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ไม่เคยมีในท้องตลาดเช่นเคย โดยพัฒนาสูตรจากสารสกัดโปรตีนเปปไทด์เลียนแบบพิษงู มาผสมกับไข่มุกและสาหร่าย เป็นต้น

ด้านวิธีทำตลาด นิธิกรย้อนให้ฟังว่า ช่วงแรกที่ยังโนเนม เงินทุนน้อย อาศัยออกบูทแจกตัวอย่างให้ลูกค้าเป้าหมายทดลองใช้โดยตรง หลังจากนั้นจึงเกิดการซื้อซ้ำ และบอกต่อ ควบคู่กับติดต่อเข้าขายในร้าน “เซเว่น อีเลฟเว่น”(7-11) และทเวนตี้โฟร์ ชอปปิ้ง เว็บไซต์ชอปปิ้งออนไลน์เจ้าดัง นอกจากนั้น ส่งผลิตภัณฑ์เข้าประกวดผลงานนวัตกรรมต่างๆ เพื่อสร้างชื่อและความน่าเชื่อถือ โดยล่าสุดผลิตภัณฑ์ครีมชุด “ไบรท์ เฟส ครีม” คว้ารางวัล “ครีเอเตอร์ อวอร์ดส์” จากการประกวดสุดยอดนวัตกรรม เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ด 2015 ด้วย

“เนื่องจากเราเป็นรายเล็ก หากซื้อโฆษณา หรือจ้างคนดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ค่าใช้จ่ายสูงเกินไป ผมจึงพยายามพาสินค้าไปวางขายในช่องทางตลาดที่มีชื่อเสียง อย่าง 7-11 ที่รู้กันดีว่าสินค้าแต่ละตัวที่เข้าขายได้ผ่านการคัดแล้วคัดอีก ดังนั้น เมื่อเราเข้าได้ลูกค้าและตัวแทนขายในและต่างประเทศก็ให้การยอมรับ ยิ่งได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมด้วย ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น” เจ้าของธุรกิจหนุ่มระบุ
เราเป็นรายเล็ก ถ้าจะทำแบบทั่วไป ไม่มีทางแข่งกับเจ้าใหญ่ได้เลย เราเลยหนีมาทำในสิ่งที่เจ้าใหญ่ไม่ทำ หรือทำได้ยาก และไม่ทำผลิตภัณฑ์ตามกระแส เจ้าของธุรกิจ กล่าว
แนวคิดสร้างนวัตกรรมให้ผลิตภัณฑ์ขยายไปถึงแผนธุรกิจในอนาคต เร็วๆ นี้เตรียมออก “เครื่องสำอางฮาลาล” เจาะตลาดชาวมุสลิมโดยตรง

นิธิกรอธิบายว่า ปัจจุบันแม้หลายโรงงานผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจะได้มาตรฐานฮาลาล แต่ยังไม่มีเจ้าใดเลยที่นำเสนอตัวเองเป็นผลิตภัณฑ์ “ฮาลาล 100%” ถูกต้องตามหลักศาสนาทุกประการ ทั้งวัตถุดิบ และกระบวนการผลิต ฯลฯ เช่น ภายในโรงงานต้องมีคนงานชาวมุสลิมกี่คน เป็นต้น จึงเห็นช่องว่างของตลาด เตรียมออกแบรนด์ใหม่ในปีนี้ (2558) เพื่อชาวมุสลิมโดยตรงทั้งในและต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

“ผมเน้นทำผลิตภัณฑ์ทางเลือกให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่สุด อย่างเครื่องสำอางฮาลาล เพื่อให้ชาวมุสลิมมีทางเลือกตรงกับเขามากที่สุด ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีใครจับตลาดนี้เลย นี่เป็นวิธีคิดของเรา เนื่องจากเราเป็นรายเล็ก ถ้าจะทำแบบทั่วไปไม่มีทางแข่งกับเจ้าใหญ่ได้เลย เราเลยหนีมาทำในสิ่งที่เจ้าใหญ่ไม่ทำ หรือทำได้ยาก และไม่ทำผลิตภัณฑ์ตามกระแส ที่มักจะขายได้หวือหวาชั่วคราว และต้องใช้เงินลงทุนสูง ในขณะที่เราเน้นทำผลิตภัณฑ์สำหรับแก้ปัญหาเฉพาะจุด ขายได้เรื่อยๆ และสม่ำเสมอมากกว่า” เขาระบุจุดยืนของธุรกิจ พร้อมเล่าด้วยว่า
ชุดครีม “ไบรท์ เฟส ครีม” ได้รางวัล “ครีเอเตอร์ อวอร์ดส์” จากการประกวดสุดยอดนวัตกรรม “เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ด 2015”
เริ่มต้นธุรกิจนี้ด้วยเงินทุนแค่หลักหมื่นบาท ช่วงแรกซื้อมาขายไป นานกว่า 2 ปี จนมีออเดอร์แน่นอนและมากพอค่อยตัดสินใจลงทุนกว่า 10 ล้านบาทสร้างโรงงานและทำแบรนด์ กระทั่งปัจจุบันกำลังผลิตเครื่องสำอางประเภทครีมกว่า 10-15 ตันต่อเดือน ขายทั้งแบรนด์ตัวเอง และรับจ้างผลิต (OEM) ให้กว่า 100 ราย รวมถึงส่งออกไปจีน ลาว และพม่า เป็นต้น ผลประกอบการปีที่แล้ว (2557) ประมาณ 30 ล้านบาท ส่วนปีนี้เป้าคาดจะเติบโตได้กว่า 60%

“ธุรกิจเครื่องสำอางสามารถทำกำไรได้สูง แบรนด์ใหญ่ๆ เลยใช้งบทำการตลาดเยอะมากเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์ขายได้ราคาสูง และส่วนใหญ่จะเน้นผลิตภัณฑ์ตามกระแส อย่างตอนนี้เทรนด์เกาหลีมาแรง ทุกแบรนด์ก็จะชูว่าเป็นเครื่องสำอางสวยใสสไตล์เกาหลี แต่ของผมจะไม่ไปแข่งในตลาดเหล่านั้น แต่คงจุดยืนสร้างนวัตกรรมเพื่อตลาดเฉพาะเจาะจง เพราะเป็นสิ่งที่เราถนัดมากกว่า และเป็นตลาดใหม่มีโอกาสมากกว่าสำหรับรายเล็กๆ อย่างเรา” นิธิกรระบุ

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SMEsผู้จัดการ" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย คลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...