xs
sm
md
lg

“Soullezz Denim” ยีนส์ไทยน้องใหม่ป้ายแดง สร้างแบรนด์จากเงิน 4 หมื่น

เผยแพร่:

กว่า 10 ปี ในตำแหน่งดีไซเนอร์เสื้อผ้าแบรนด์ผู้ชาย “พงษ์หฤษฏ์ จรัณยานนท์” พอจะมองเห็นโอกาสในการสร้างธุรกิจ หากคิดจะลุกขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการ

“ประสบการณ์ในแวดวงนี้กว่า 10 ปีของเราค่อนข้างจะแข็งแรง เพราะตั้งแต่เรียนจบก็ทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้กับแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายมาโดยตลอด และอยู่ในแบรนด์ที่เรียกว่าประสบความสำเร็จ
จากที่เคยร่วมงานกับหลายๆแบรนด์ พบว่าความคิดของผู้บริหาร และวิธีการแก้ปัญหาของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป บางครั้งเรามีความคิดเห็นว่าน่าจะทำอย่างนี้ทำไมเขาไม่ทำ มันเป็นความรู้สึกที่เก็บสะสมมาเรื่อยๆจนวันหนึ่งก็อยากจะทำเองในแบบที่เราคิด ในแนวทางของตัวเอง เป็นที่มาของการลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้ชาย”

พงษ์หฤษฏ์ เริ่มต้นสร้างธุรกิจในปี 2555 ร่วมกับแฟนสาว “วิภาวี กิ่งเกตุ” ด้วยเงินลงทุนเพียงคนละ20,000 บาท เท่านั้น เพราะเชื่อมั่นว่าหากมีระบบการบริหารจัดการที่ดี ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
“ตอนแรกที่คิดกันไว้ การจะสร้างแบรนด์เสื้อผ้าน่าจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 400,000 บาท แต่ปัญหาก็คือ แล้วจะไปเอาเงินจากไหน เราไม่อยากจะกู้หนี้ยืมสิน ถ้าจะไปขอพ่อแม่ มันก็ดูเป็นงบที่น่ากลัวสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ

แต่ก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า อย่างนี้คนที่ไม่มีเงินลงทุน ก็ไม่มีสิทธิจะสร้างธุรกิจได้เลยหรือ มันต้องมีทางเลือกอื่นหากเรามีกระบวนการบริหารจัดการที่ดี รวมถึงมีแนวทางในการออกแบบสินค้าที่ชัดเจน จับกลุ่มเป้าหมายได้

ตอนแรกก็คิดว่าจะทำงานประจำควบคู่ไปก่อน แต่ในการทำธุรกิจนั้นมันต้องทุ่มเท ยิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้น และมีเงินในการลงทุนน้อย ยิ่งต้องทุ่มเท และใช้เวลากับมันมาก จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และออกมาวางแผนการสร้าง แบรนด์ เริ่มต้นจากออกแบบ สร้างคาแรคเตอร์ของแบรนด์ให้ชัด รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร และเขามองหาอะไร

จากนั้นจึงหาแหล่งในการผลิต ด้วยความที่อยู่ในวงการนี้มานาน ทำให้มีคอนเน็คชั่นที่ดีกับทางโรงงานต่างๆ เราจะรู้ว่าโรงงานไหนเหมาะกับการผลิตอะไร ไม่ว่าจะเป็นยีนส์ เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด ป้ายแบรนด์ หรือแอ็คเซสซอรีต่างๆ ทำให้เราได้สินค้าที่มีคุณภาพเดียวกับแบรนด์ดังๆในราคาที่ถูก

โดยเริ่มต้นจากการผลิตเสื้อเชิ้ตก่อน เพราะมองว่าอย่างไรผู้ชายก็ต้องใส่เสื้อเชิ้ตทำงาน 5 วันเป็นอย่างน้อย ก่อนจะขยายไลน์สินค้าไปในส่วนของกางเกงยีนส์ เสื้อยืด และแอคเซสซอรี่ต่างๆในเวลาต่อมา”
จากจุดเริ่มต้นดังกล่าว แบรนด์ Soullezz Denim เสื้อผ้าสำหรับผู้ชายจึงเกิดขึ้น แต่โจทย์ต่อมาที่ยากยิ่งกว่า คือ การหาช่องทางการขายที่เหมาะสม

“สินค้าล็อตแรกของแบรนด์ Soullezz Denim เป็นเสื้อเชิ้ต 20 ตัว คละแบบกันไป 3-4 แบบ เราให้เพื่อนผู้ชายที่หน้าตาดี รูปร่างดีหน่อย มาเป็นนายแบบให้ เวลาถ่ายรูปออกมาสินค้าจะได้ดูดี ดูมีราคา จากนั้นก็วางขายในเว็บไซต์ soullez.in.th และ facebook.com/soullezz ซึ่งผลตอบรับก็ดีมาก สินค้าล็อตแรกที่ผลิตมาก็ขายหมด
ทำอยู่อย่างนี้มาประมาณ 3 เดือน ยอดขายก็ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เป้าหมายของเราในการสร้างธุรกิจจริงๆนั้น อยู่ที่ตลาดส่งออก หากยังคงขายผ่านช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว ก็อาจจะใช้เวลานานกว่าจะไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้

จึงเริ่มมองหาพันธมิตรในการทำธุรกิจ รวมถึงหน่วยงานต่างๆของภาครัฐ ที่จะมาช่วยสนับสนุนเราได้ จนในที่สุดก็ได้เข้าร่วมโครงการ Designers’ Room ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ที่ช่วยเปิดโอกาสทางธุรกิจให้เรามากขึ้น ทำให้ได้ออเดอร์เข้ามาจากการไปออกงานแฟร์ต่างๆที่ทางกรมจัดขึ้น และยังสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าอีกด้วย”
เพียงแค่ 8 เดือนที่สร้างแบรนด์ Soullezz Denim ก็สามารถขยายช่องทางการวางจำหน่าย ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Zen ได้สำเร็จ และขยายสาขาที่ 2 ไปยัง สยามพารากอน ในอีก 3 เดือนถัดมา รวมถึงการออกงานแฟร์ต่างๆ ก็ช่วยให้เริ่มมีออเดอร์จากต่างประเทศเข้ามาบ้างแล้ว

“เหตุผลที่เลือกเปิดจุดขายในห้างสรรพสินค้าแทนที่จะเปิดร้านเองข้างนอก ข้อแรกก็คือเรื่องค่าเช่าร้าน ทำเลดีๆข้างนอกจะใช้ทุนสูงกว่าเปิดในห้างซึ่งเป็นการหักเปอร์เซนต์จากยอดขาย ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้จึงเสี่ยงเกินไป และทำให้มีหลายแบรนด์ต้องปิดตัวไปเพราะหมดไปกับค่าเช่า และมีทุนสำรองไม่เพียงพอ ที่แบรนด์จะโตทันเพื่อสร้างยอดขาย

สอง - ลูกค้าที่เดินห้างเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราตั้งใจไว้ เพราะเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ มีรสนิยมที่ดี มีการเปรียบเทียบราคาและรับรู้ถึงคุณภาพสินค้าได้ง่ายโดยไม่ต้องอธิบายมาก เพราะวัสดุส่วนใหญ่ของเราโดยเฉพาะผ้าเดนิมส์ และCottonที่ใช้ทำเสื้อเชิ้ต และกางเกงยีนส์จะนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ผ่านคอนเน็กชั่นของซัพพลายเออร์ ผ้าที่มีจึงสามารถแข่งขันในตลาดได้ทั้งเรื่องคุณภาพและราคา รวมทั้งการเดินทางไปมาก็สะดวกเพราะอยู่ในห้างใจกลางเมือง

สาม - เป็นการสร้างอิมเมจที่ดีให้กับสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั้งออเดอร์ต่างประเทศ ลูกค้าออนไลน์ และลูกค้าบนห้าง เพราะเหมือนได้รับการคัดเลือกมาแล้วในเรื่องของมาตรฐานสินค้า จึงสามารถเข้ามาในจุดนี้ได้
“ต้องขอบคุณและให้เครดิตกับทางฝ่ายจัดซื้อของห้าง ZEN และสยามพารากอน ที่คัดเลือกแบรนด์ของเราให้เข้าไปวางขาย นอกจากช่วยให้แบรนด์ไทยให้มีโอกาสเติบโตและแข่งขันได้ในตลาดโลกในอนาคต เพื่อรองรับAEC ที่จะมาถึงแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาส ให้ฟันเฟืองใหม่ๆในระบบทั้งเล็กและใหญ่ ซึ่งเป็นคอนเน็คชั่นของเรา ให้มีโอกาสเติบโตไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานเย็บ ซัพพลายเออร์ผ้า โรงพิมพ์ โรงฟอก นักออกแบบ ไปจนถึงแรงงานรายวัน ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของบ้านเรา”

ส่วนจุดเด่นของแบรนด์ Soullezz Denim นั้น พงษ์หฤษฏ์ ให้ความสำคัญกับเรื่องของการสร้างอิมเมจและคาแรคเตอร์ของแบรนด์เป็นหลัก
“ตลาดนี้มีคู่แข่งเยอะ เรื่องแบบและเทคนิคต่างๆ ทุกๆแบรนด์ทำได้เหมือนกันหมด เพราะส่วนใหญ่จะอิงกระแสแฟชั่นหลักจากต่างประเทศ ที่เรามุ่งไปในเรื่องของยีนส์ ส่วนหนึ่งก็เพื่อโฟกัสตลาดคู่แข่งให้แคบลง แต่ก็ไม่ใช่ยีนส์ที่เป็นสไตล์คันทรี หรือคาวบอย ต้องเป็นยีนส์ที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้ ทั้งใส่ทำงานและเที่ยว เน้นความเรียบง่าย แต่ดูดี เพราะหากไปเพิ่มความแปลกหรือแตกต่างของเสื้อผ้ามากเกินไป ก็อาจจะเกินความต้องการที่ลูกค้าจะรับได้”

ใครสนใจจะแลกเปลี่ยนมุมมอง หรือจับคู่ธุรกิจกับ Soullezz Denim สามารถติดต่อได้ที่ 08 0593 4481

@@@@ ข้อมูลโดยนิตยสาร SMEs Plus @@@@

* * * คลิก Like เพื่อมาเป็นแฟนเพจของหน้า "SME ผู้จัดการออนไลน์" รับข่าวสารในแวดวงธุรกิจเอสเอ็มอีที่สมบูรณ์แบบที่สุด และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายคลิกที่นี่เลย!! * * *


กำลังโหลดความคิดเห็น...