21 มกราคม 2569 ณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มูลนิธิเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ขยายผลนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคไตสู่การใช้ประโยชน์ ผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/โรงพยาบาลในสังกัด 21 แห่ง ศูนย์การแพทย์ 4 แห่ง และโรงพยาบาล 4 แห่ง หวังคัดกรองประชาชนในพื้นที่ได้ทันท่วงที รับแนวคิดการดูแลเชิงป้องกัน (Preventive care) เพื่อดูแลสุขภาวะของประชากรไทยอย่างยั่งยืน
ดร.เดือนเพ็ญ จาปรุง นักวิจัยอาวุโส ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และผู้อำนวยการขับเคลื่อนแผนงานนวัตกรรมชุดตรวจรวดเร็ว สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า โครงการ“การนำนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคไต เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการสุขภาพในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต” เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมและขยายผลการนำนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคไต ที่ต่อยอดงานวิจัย 'AL-Strip' โดย ดร.สาธิตา ตปนียากร เพื่อสนับสนุนระบบบริการสุขภาพและส่งเสริมให้ประชาชนสามารถตรวจคัดกรองโรคไตได้ด้วยตนเอง
“จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ มีประชากรแฝงและแรงงานจำนวนมาก รวมถึงกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมทั้งโรคไต ซึ่งเป็นโรคแทรกซ้อนสำคัญของโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ดังนั้น เป้าหมายของกิจกรรมนี้คือการนำนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองโรคไต มาส่งเสริมการบริหารจัดการสุขภาพในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ผ่านการทำงานร่วมกันของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ นาโนเทค สวทช. สนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยี, อบจ.ภูเก็ต ที่กำกับดูแล รพ.สต. ในพื้นที่จะส่งเสริมและสนับสนุนการนำนวัตกรรมชุดตรวจคัดกรองไปใช้ใน รพ.สต. และหน่วยบริการในสังกัด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการคัดกรองอย่างทั่วถึง ร่วมกับ สสจ. ภูเก็ตที่สนับสนุนด้านวิชาการและระบบบริการสาธารณสุขโดยรวม และสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย ในการสนับสนุนชุดตรวจคัดกรองโรคไตเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินงานตรวจคัดกรองฯ สำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต”
…… ผู้อำนวยการขับเคลื่อนแผนงานนวัตกรรมชุดตรวจรวดเร็ว สวทช. ชี้
นายธนพลธ์ ดอกแก้ว นายกสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์คนไทยที่ป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในปัจจุบันมีจำนวนสูงมาก คาดว่ามีผู้ป่วยรวมทุกกลุ่มโรคประมาณ 20–30 ล้านคน โดยโรค NCDs ถือเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคนไทย ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตราว 400,000 คน หรือเฉลี่ยมากกว่า 1,000 คนต่อวัน นอกจากนี้ โรค NCDs ยังสามารถพัฒนาไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ โดยเฉพาะโรคไตวายเรื้อรัง ปัจจุบันไทยมีผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมากกว่า 8 ล้านคน และมีผู้ป่วยที่เข้าสู่การบำบัดทดแทนไตราว 150,000 ราย ซึ่งใช้งบประมาณด้านการรักษาพยาบาลจากทั้ง 3 กองทุนหลักของประเทศรวมกันประมาณ 19,000 ล้านบาทต่อปี ส่งผลกระทบต่อระบบงบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศอย่างต่อเนื่อง
นพ.ดุษฎี คงตระกูลทรัพย์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า โรคไตเรื้อรัง ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ในจังหวัดภูเก็ต ปี 2568 พบผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง 4,076 ราย เมื่อจำแนกตามระยะ (Stage) พบว่า ผู้ป่วย Stage 1 จำนวน 490 ราย Stage 2 จำนวน 958 ราย Stage 3 จำนวน 1,895 ราย Stage 4 จำนวน 431 ราย และ Stage 5 จำนวน 302 ราย จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า จำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในโครงการ “คนไทย 7.2 ล้านคน รู้ค่าความเสี่ยงโรคไต” จังหวัดภูเก็ตคัดกรองได้ 45.26 % (เป้าหมาย 51,317 คน ผลงาน 23,227 คน) โดยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ และให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการดูแลสุขภาพไตอย่างถูกต้อง เราได้ส่งเสริมให้หน่วยงานสาธารณสุข โรงพยาบาลชุมชน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ความรู้ รวมถึงเตรียมความพร้อมในด้านการรักษา
"แม้ว่าจะมีการจัดระบบบริการรักษาไว้รองรับอย่างเพียงพอ ทั้งการเตรียมพร้อมด้านบุคลากรและเทคโนโลยีทางการแพทย์ การให้บริการ CKD Clinic ซึ่งมีครอบคลุมเกือบทุกโรงพยาบาล การให้บริการ APD (ล้างไตช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ) CAPD (ล้างไตทางช่องท้องแบบต่อเนื่อง) รวมถึงการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) แต่เราเชื่อว่า การป้องกัน ย่อมดีกว่าการรักษา นวัตกรรมชุดตรวจโรคไตนี้ สามารถคัดกรอง ค้นหากลุ่มเสี่ยงโรคไต และทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ตั้งแต่ระยะแรก ซึ่งตอบโจทย์ทางการแพทย์ได้ ในขณะเดียวกัน การป้องกันโรคไตเรื้อรังก็สามารถทำได้ เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หันมาใส่ใจสุขภาพ เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ"
นพ.บัญชา ค้าของ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตเป็นหน่วยงานท้องถิ่นมีหน้าที่บริหารจัดการบริการสาธารณะ ที่เป็นปัญหาและความต้องการของประชาชนในจังหวัดภูเก็ตอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการรับถ่ายโอน รพ.สต.ทั้งจังหวัด 21 แห่งมาแล้วนั้น ทำให้สมรรถนะการดูแลประชาชนด้านสุขภาพสามารถทำได้อย่างเข้มแข็ง และกระจายการดูแลได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น หลังการรับมอบชุดตรวจคัดกรองไตในครั้งนี้ จะดำเนินการจัดบริการคัดกรองผ่านสถานบริการ รพ.สต.ในสังกัดทั้งหมด 21 แห่ง โดยมีเจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. เป็นกำลังสำคัญ
"เราจะเชิญชวนพี่น้องประชาชนอายุตั้งแต่ อายุ 35 ปีเป็นต้นไป เข้ารับบริการตรวจคัดกรองภาวะไตเสื่อม โดยใช้ชุดตรวจจากปัสสาวะ ซึ่งใช้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ประชาชนชาวภูเก็ตสามารถขอรับบริการตรวจคัดกรองนี้ได้ทุก รพ.สต. ใกล้บ้าน ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2569 เป็นต้นไป จนกว่าชุดตรวจจะหมด กิจกรรมบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนนี้ ตอบภารกิจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตในการให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชน โดยเปิดกว้างให้กับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพผ่านการประสานความร่วมมือจากหน่วยงานวิชาการวิจัยที่เชี่ยวชาญ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตจะนำความใส่ใจผ่านอุปกรณ์และเครื่องมือทางเทคโนโลยี ไปให้ถึงประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนให้สูงสุด"
ดร. เดือนเพ็ญ ผู้อำนวยการขับเคลื่อนแผนงานนวัตกรรมชุดตรวจรวดเร็ว สวทช. ย้ำว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์ และร่วมกันสร้างจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ที่ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเข้าถึงการตรวจคัดกรองโรคไตเป็นประจำทุกปีอย่างเท่าเทียม และหากมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีบทบาทในการกำหนดนโยบาย จะสามารถขยายผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการคัดกรองโรคไตในระยะเริ่มต้นด้วยตนเองได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนระบบบริการสุขภาพ พัฒนาคุณภาพชีวิต และส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป


