xs
xsm
sm
md
lg

วช. เดินหน้ายกระดับคุณภาพการศึกษาไทย ผ่านกลไกการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาทักษะยุคดิจิทัล ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดการเสวนาในหัวข้อ เรื่อง “ยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต: พลวัต โอกาส และความท้าทาย” ภายในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2569 (Thailand Inventor’s Day 2026) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียน กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ร่วมเสวนาในครั้งนี้ และดำเนินรายการโดย รองศาสตาจารย์ ดร.ณัฐดนัย หาญการสุจริต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ เวทีกลาง Event Hall 100 - 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้จำนวนผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาลดลง ระบบการศึกษาจึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเปิดโอกาสให้ทุกช่วงวัยสามารถพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการเรียนรู้และการทำงาน กระทรวง อว. จึงผลักดันระบบสนับสนุนการเรียนรู้ผ่าน “ธนาคารหน่วยกิต” เพื่อสะสมผลการเรียนรู้จากหลากหลายรูปแบบและนำไปต่อยอดเป็นประกาศนียบัตรเฉพาะทาง รวมถึง “สกิลล์ พอร์ทโฟลิโอ” เพื่อสะท้อนสมรรถนะและทักษะที่แท้จริงของบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางตลาดแรงงานที่ให้ความสำคัญกับทักษะมากกว่าวุฒิการศึกษา ระบบดังกล่าวจะเชื่อมโยงการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และการจ้างงาน ช่วยลดปัญหาช่องว่างทักษะและเพิ่มโอกาสการมีงานทำอย่างตรงความต้องการ พร้อมกันนี้ กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม และเตรียมบูรณาการเนื้อหา AI อย่างน้อย 6 หน่วยกิตในทุกหลักสูตร เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดความยั่งยืนทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และประเทศ

ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ กล่าวต่อว่า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งพัฒนามาจากหน่วยงานเดิมของการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) มีภารกิจหลักในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่ประชาชนทุกช่วงวัย โดยมุ่งขยายโอกาสการเข้าถึงการศึกษาแก่บุคคลทั่วไป กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผ่านแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ ห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งสามารถนำผลการเรียนรู้เข้าสู่ระบบเทียบเคียงและสะสมหน่วยกิตในระบบธนาคารหน่วยกิตได้ นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเรียนรู้ยังดำเนินการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองในรูปแบบหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้นที่เน้นการฝึกทักษะเพื่อการประกอบอาชีพและการนำไปใช้ได้จริง โดยมีการจัดการเรียนการสอนผ่านศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ในระดับอำเภอและตำบล เพื่อเพิ่มความครอบคลุมและความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ ทั้งนี้ ผู้เรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปเทียบโอนเป็นวุฒิการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือรายวิชาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายตามบริบทของสถานศึกษา อีกทั้งยังมีการจัดหลักสูตรการพัฒนาทักษะใหม่และยกระดับทักษะเดิม (Reskill–Upskill) ที่สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ เพื่อรองรับประชาชนวัยแรงงานและกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป โดยเปิดโอกาสให้เรียนรู้ในสายสามัญและสายอาชีพ สามารถสำเร็จการศึกษาได้อย่างรวดเร็ว และนำผลการเรียนรู้ไปเชื่อมโยงกับระบบธนาคารหน่วยกิต อันเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

การเสวนาครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและตลาดแรงงานในอนาคต โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะที่จำเป็นในยุค AI และการสร้างระบบสนับสนุนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงการศึกษา การทำงาน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสการเรียนรู้และการมีงานทำของประชาชนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ วช. ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมงาน “วันนักประดิษฐ์” 2569 (Thailand Inventors’ Day 2026) ระหว่างวันที่ 5 – 9 มกราคม 2569 เวลา 09.00 – 17.30 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://www.inventorsdayregis.com/
























กำลังโหลดความคิดเห็น