xs
xsm
sm
md
lg

ภาพวาดของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์กับภาพวาดของโกย่า

เผยแพร่:   โดย: สุทัศน์ ยกส้าน


ภาพมือในถ้ำ El Castillo ในประเทศสเปน  (Pedro Saura/AFP/Getty Images)
นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์มีความสนใจใคร่จะรู้ว่า มนุษย์เริ่มรู้จักสร้างงานศิลป์ด้วยการวาดภาพเป็นครั้งแรกเมื่อใด ณ ที่ใดในโลก ใช้เทคโนโลยีอะไรในการวาด และด้วยเหตุผลใด หรือด้วยแรงดลใจอะไร การสืบค้นหาหลักฐานต่างๆ มาตอบคำถามเหล่านี้ได้เกิดมาเป็นเวลานานแล้ว

สถิติภาพวาดที่มีอายุโบราณที่สุดคือ ภาพวาดบนผนังถ้ำ El Castillo ในประเทศสเปน เป็นภาพพิมพ์ฉลุ (stencil) ที่เกิดจากการกางฝ่ามือลงบนผนังถ้ำ แล้วลงสีบนที่ว่างในบริเวณรอบนิ้วมือทั้ง 5 เทคโนโลยีนิวเคลียร์ที่ใช้ในการวัดอายุของภาพแสดงว่า มีอายุประมาณ 37,300 ปี

แต่ถ้าเป็นกรณีของภาพสัตว์ที่โบราณที่สุด ก็เป็นภาพแรดที่วาดด้วยถ่านบนผนังถ้ำ Chauvet ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 35,300-38,827 ปี

สำหรับกรณีสีที่ใช้ในการวาด (ไม่เป็นรูปใดๆ) ได้แก่ สีที่พบในถ้ำ Fumane ของอิตาลี ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 36,000 ปี – 41,000 ปี

นอกจากนี้ก็มีภาพวาดโบราณอื่นๆ อีก เช่น ที่ Kakadu National Park ในออสเตรเลีย เป็นภาพนิ้วมือบนผนังหิน โดยจิตรกรยุค Paleolithic อายุ 38,000 ปี และที่ Apollo Cave ในประเทศ Namibia อายุ 28,000 ปี เป็นภาพสัตว์คล้ายแมว รวมถึงภาพวาดวัว กวาง และกระทิง บนผนังถ้ำ Lascaux ในประเทศฝรั่งเศสที่มีอายุ 18,000 ปี กับภาพวาดที่ผนังถ้ำ Altamira ในประเทศสเปนจึงเป็นภาพวัว bison

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า มนุษย์โบราณได้เริ่มมีความสามารถในการวาดภาพ เมื่อประมาณ 40,000 ปีก่อน และความสามารถนี้ มิได้เกิดขึ้นพร้อมกันในทุกหนแห่ง แต่เกิดขึ้นได้เฉพาะในบางพื้นที่บนโลก ณ เวลาต่างๆ กัน

ในวารสาร Nature ฉบับที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.2013 ได้มีรายงานการพบงานศิลป์โบราณ เป็นภาพ พิมพ์ฉลุของมือ 12 มือ และหมูป่า 2 ตัวที่ปากถ้ำบนเกาะ Sulawesi ในประเทศอินโดนีเซีย ข้อมูลเบื้องต้นแสดงว่า ภาพมีอายุหลายหมื่นปี

การค้นพบว่าจิตรกรยุคก่อนประวัติศาสตร์ มิได้เป็นแต่ชาวยุโรป แอฟริกา หรือออสเตรเลียเท่านั้น แต่เป็นชาวเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย และในอนาคตคงครอบคลุมถึง Homo sapiens ในทวีปอเมริกาเหนือและใต้แสดงว่ามนุษย์ได้เริ่มมีความสามารถในการคิดและแสดงออกในลักษณะที่เป็นรูปธรรมแล้ว

ในความเป็นจริง ทีมนักโบราณคดีคณะหนึ่งได้พบภาพที่วาดบนเกาะ Sulawesi ตั้งแต่เมื่อ 50 ปีก่อน แต่ไม่เคยวัดอายุของภาพอย่างจริงจัง เพราะในเวลานั้น ใครๆ ก็คิดว่า สี หรือวัตถุอะไรก็ตามที่มีอายุมากกว่า 10,000 ปี ถ้าอยู่กลางแดด กลางฝน เมื่อได้รับทั้งความร้อนและความชื้นจะถูกทำลายจนหมดสภาพ

แต่เมื่อ Anthony Dosseto แห่งมหาวิทยาลัย Wollongong ในประเทศออสเตรเลียได้วิเคราะห์ปริมาณธาตุ uranium ที่อยู่ในหินซึ่งเคลือบบนภาพเป็นชั้นบางๆ ที่หนาน้อยกว่า 10 มิลลิเมตร ข้อมูลที่ได้แสดงว่า ภาพมีอายุประมาณ 35,000 ปี

โถงหลังของถ้ำ El Castillo ในประเทศสเปน (Pedro Saura/AFP/Getty Images)
ต่อมาในวารสาร Nature ฉบับวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ.2019 นักโบราณคดีชื่อ Maxime Aubert กับคณะจากมหาวิทยาลัย Griffith ในประเทศออสเตรเลียได้รายงานการพบภาพวาดรูป “มนุษย์ครึ่งสัตว์” เป็นกลุ่มนายพราน 8 คน บางคนมีศีรษะเป็นสัตว์ในมือถือหอก และเชือกกำลังไล่ต้อนหมูป่า และควายแคระ เป็นภาพสีสนิมเหล็กบนผนังถ้ำ Leang Bulu Sipong 4 ทางตอนใต้ของเกาะ Sulawesi ตั้งแต่ปี 2017

ภาพคนครึ่งสัตว์นั้นมีประเด็นที่น่าสนใจ คือ แม้ร่างกายจะเป็นคน แต่มีหาง และบางคนมีปากเป็นจะงอยเหมือนนก แสดงให้เห็นว่าผู้วาดมีจินตนาการให้พรานสวมหน้ากาก ทำให้ดูเสมือนเป็นสัตว์ในเทพนิยาย แล้วใช้วิธีไล่ต้อนเหยื่อให้หนีออกจากที่ซ่อน ออกมาให้เหล่าพรานฆ่า และเมื่อ Aubert นำชิ้นส่วนของสีบนกำแพงถ้ำที่มีภาพวาด ไปวิเคราะห์อายุก็พบว่ามี ธาตุยูเรเนียมในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งได้สลายตัวเป็น thorium หลงเหลืออยู่ในแร่ที่เคลือบสีอยู่ ผลการวัดอายุแสดงว่า ภาพมีอายุ 44,000 ปี

ตัวเลขนี้จึงแสดงว่า ภาพวาดนี้มีอายุโบราณที่สุดยิ่งกว่าภาพวาดที่พบในยุโรปและแอฟริกาทั้งหมด แม้ว่าในปี 2018 ที่นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ลวดลายที่พบในถ้ำ Maltravies ในสเปนว่ามีอายุถึง 65,000 ปี และอ้างว่าเป็นผลงานของมนุษย์ Neanderthal ก็ตาม แต่ผลการวิเคราะห์อายุก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับ

ความสามารถในการใช้จินตนาการของคนวาด ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเป็นการคิดและการฝันถึงสิ่งที่ไม่มีจริง ออกมาเป็นภาพได้ นี่เป็นจุดเปลี่ยน ในด้านความสามารถของคนว่า ได้มีความคิดสร้างสรรค์และมีความเชื่อในความลึกลับจนสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเล่าได้ ตั้งแต่เมื่อ 44,000 ปีก่อน ความสามารถนี้ยังได้ล้มล้างความเชื่อเดิมๆ ที่ว่า มนุษย์โบราณในยุโรปเจริญก้าวหน้ายิ่งกว่ามนุษย์ในดินแดนอื่นของโลกมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว กลับเป็นว่า มนุษย์ในเอเชียก็มีความสามารถในการคิดและมีจินตนาการเช่นกัน

อนึ่ง การพบภาพวาดในถ้ำที่อยู่สูงจากระดับพื้นถึง 7 เมตรทำให้การปีนขึ้นหน้าผาไปดูภาพเป็นเรื่องที่ไม่สะดวกจึงต้องใช้กระได แต่ก็ไม่ลำบากมากเพราะภาพอยู่ที่ปากถ้ำ ซึ่งมีแสงสว่างจึงแตกต่างจากภาพวาดที่ Chauvet และที่ Lascaux ซึ่งภาพวาดมีอยู่ในส่วนลึกของถ้ำ การสำรวจบริเวณภายในถ้ำ ก็ไม่ได้พบหลักฐานใดๆ ที่แสดงว่า บริเวณนั้นเคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนโบราณ หรือเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจใดๆ แต่ก็ยังไม่รู้ชัดว่าจิตรกรที่วาดภาพต้องการเพียงให้คนรุ่นหลังได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้นใช่หรือไม่ ซึ่งถ้าภาพวาดมีรายละเอียดของใบหน้า สายตา อากัปกริยาและท่าทางของพราน การล่วงรู้จิตใจของคนวาดก็จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเหมือนดังเวลาที่เราดูภาพของจิตรกรยุคปัจจุบัน เช่น ภาพ “Saturn” ของ Francesco Goya ซึ่งอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ Prado ในกรุง Madrid ประเทศสเปน

ในภาพเราจะเห็นภาพ Cronus ซึ่งเป็นเทพเจ้าประจำดาวเสาร์ว่า ทรงดึงทึ้งแขน ขา ลูกๆ จนขาด แล้วกัดกินเนื้อ เลือดสดๆ เหมือนคนป่าเถื่อนที่มีแววตาดุร้าย ภาพของ Cronus จึงเป็นภาพที่น่ากลัวสยดสยอง ซึ่งบอกให้คนดูรู้ว่าจิตใจของ Goya กำลังคลุ้มคลั่งหนัก เพราะสุขภาพกายของตนกำลังมีปัญหา และสภาพแวดล้อมของสเปนในเวลานั้นก็มีแต่ความวุ่นวาย เพราะมีสงครามกลางเมือง ลังคมสเปนทุกหนแห่งกำลังเสื่อมหนักด้วยปัญหาคอรัปชั่นและการเห็นแก่ตัว สาเหตุเหล่านี้ทำให้จิตใจของ Goya อยู่ในสภาพย่ำแย่ จนต้องแสดงออกด้วยการวาดภาพ “Saturn”

ในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ Goya เป็นจิตรกรสเปนผู้ยิ่งใหญ่รองจาก Diego Velaquez และ Pablo Picasso เขาเกิดเมื่อปี 1746 (ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ) ที่หมู่บ้านใกล้เมือง Saragosa บิดาเป็นช่างเคลือบทอง มารดาเป็นผู้ดีมีฐานะ

ในวัยเด็ก Goya ชอบวาดภาพมาก เมื่ออายุ 14 ปี Goya ได้ไปฝึกวาดภาพกับ Jose Lujan แต่รู้ว่าไม่ได้เรียนรู้อะไรมาก จึงเดินทางไปฝึกงานต่อที่อิตาลี ประสบการณ์ในอิตาลีเมื่อกลับถึงบ้านทำให้ได้รับการว่าจ้างให้วาดภาพ Christ on the Cross (เยซูบนไม้กางเขน) ประดับมหาวิหาร Saragosa ซึ่งได้ทำให้ชาวเมืองภูมิใจมาก


ในช่วงเวลานั้น Goya ได้ล้มป่วยหนัก จนหูทั้งสองข้างหนวกสนิท ชีวิตที่เหลือของ Goya จึงเงียบสงัด แต่จิตใจไม่เงียบสงบ กลับฟุ้งซ่าน จนต้องระบายออกด้วยการวาดภาพที่แสดงออกซึ่งอาการบ้าคลั่ง และความป่าเถื่อนของจิตใจมนุษย์ ภาพที่วาดในช่วงเวลานี้คือภาพ “The Shootings of May Third” ซึ่งแสดงเหตุการณ์ ชาวสเปนถูกทหารฝรั่งเศสสังหารด้วยการยิงในระยะเผาขน ขณะฟ้าใกล้สางเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ปี 1808

ภาพของ Goya ได้ช่วยให้เราเข้าใจของคนวาดว่าอัดอั้นที่สเปนกำลังตกอยู่ในความยึดครองของฝรั่งเศส และกำลังถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายหนึ่งต้องการให้ฝรั่งเศสยึดครองต่อไป ซึ่งจะทำให้สเปนมีสภาพทางเศรษฐกิจดีขึ้น แต่อีกฝ่ายหนึ่งต้องการให้ฝรั่งเศสถอยทัพไป จึงลอบสังหารทหารฝรั่งเศสตลอดเวลา แม่ทัพฝรั่งเศสจึงประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมเป็นต้นไป ถ้าทหารฝรั่งเศสเห็นชาวสเปนคนใดมีอาวุธในมือ ก็ให้ทหารฝรั่งเศสทำวิสามัญฆาตกรรมทันที ถ้อยแถลงนี้ทำให้ชาวสเปนถูกฆ่าไปประมาณ 400 คน

Goya ได้วาดภาพใบหน้าของชาวสเปนขณะกำลังจะถูกยิงว่า กลัวตายอย่างเห็นได้ชัด บางคนกำลังสวดมนต์ให้ตนเองและเพื่อนๆ Goya ใช้สีดำเป็นพื้นหลังของภาพเพื่อแสดงความน่ากลัวและน่าสยดสยองของเหตุการณ์ จุดเน้นของภาพคือฝ่ายทหารที่มีวินัยและหน้าที่คือฆ่าให้ตาย กับฝ่ายชาวสเปนที่มีความว้าวุ่น โกลาหล อลหม่าน เพราะกำลังจะถูกฆ่า

ภาพของ Goya จึงแสดงอารมณ์แค้น และความน่ากลัวของเหตุการณ์เหมือนมนุษย์ได้กลายสภาพเป็นสัตว์ป่าที่บ้าคลั่ง ให้เราปัจจุบันได้เห็น จิตใจ และความคิดของตน เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 และใช้จินตนาการเสริมเพื่อให้เห็นภาพ

ภาพวาดยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่อินโดนีเซียก็เช่นกัน การวาดภาพคนครึ่งสัตว์เป็นจินตนาการของคนวาดที่กำลังบรรยายเหตุการณ์ล่าสัตว์ในเวลานั้น การสวมหน้ากาก การปลอมตัวเป็นสัตว์อาจจะเป็นวิธีที่ทำให้คนปลอมตัวเชื่อว่าตนมีความแข็งแรงและว่องไวเหมือนสัตว์

ความสามารถในการเล่าเรื่อง จึงเป็นความสามารถที่สำคัญประการหนึ่งของมนุษย์ในการเรียนรู้และได้แสดงออกเมื่อ 44,000 ปีก่อน

Sulawesi ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะ Borneo และอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ Australia และมีถ้ำกว่า 240 ถ้ำ

ภาพวาดที่พบในถ้ำ Leang Bulu’ Sipong 4 อยู่บนผนังถ้ำที่กว้าง 5 เมตร สีที่ระบายเป็นสีน้ำตาลอมแดง (ochre) ของแร่ที่อยู่ในน้ำ ซึ่งไหลซึมออกมาจากถ้ำ

ภาพคนสวมหางปลอมและหน้ากากนกที่ Sulawesi ก็เหมือนๆ กับภาพวาดคนกับนกในถ้ำที่ Lascaux และภาพคนสวมเครื่องประดับเป็นเขากวางในอารยธรรม Aztec และอารยธรรม Mesopotamia

นี่จึงเป็นภาพที่แสดงให้เห็นความสามารถในการบรรยายเรื่องราวว่า เป็นความสามารถสากลของมนุษย์ทุกหนแห่ง

อ่านเพิ่มเติมจาก Cave Artists of Sulawesi ใน Arameo World, Vol.66 Numbers 3 ปี 2015


สุทัศน์ ยกส้าน

ประวัติการทำงาน-ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ สาขาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ และ ศาสตราจารย์ ระดับ 11 ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขากายภาพและคณิตศาสตร์ ประวัติการศึกษา-ปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยลอนดอน, ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

อ่านบทความ "โลกวิทยาการ" จาก "ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน" ได้ทุกวันศุกร์


กำลังโหลดความคิดเห็น...