“อันดาตู” แรดหนุ่มน้อยวัย 4 ปี ในป่าลึกของอินโดนีเซีย เป็นแรดสุมาตราที่โดดเดี่ยวและหายาก แต่ก็เป็นหนึ่งในความหวังสุดท้ายที่หลงเหลือของเผ่าพันธุ์ ซึ่งมีเหลืออยู่ในธรรมชาติไม่เกิด 100 ตัว
“อันดาตู” (Andatu) เป็นแรดสุมาตราในส่วนหนึ่งของโครงการขยายพันธุ์พิเศษของอุทยานแห่งชาติเวย์คัมบัส (Way Kambas National Park) ของอินโดนีเซีย และเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยขนาดใหญ่ที่เหลืออยู่น้อยบนโลก โดยประมาณว่าทั้งโลกเหลือแรดชนิดนี้อยู่ไม่เกิน 100 ตัว
เอเอฟพีระบุว่าโครงการขยายพันธุ์แรดในอุทยานแห่งชาติเวย์คัมบัสเป็นป่าลึกทางตะวันออกของสุมาตรา เป็นโครงการที่พยายามรักษาสิ่งมีชีวิตที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญำพันธุ์อย่างวิกฤต ไม่ให้หายไปตลอดกาล
สิ่งมีชีวิตสปีชีส์นี้ถูกพบเจอได้ยาก ซึ่งแม้แต่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้อุทยานแห่งชาติ ยังตะลึงงันเมื่อแรดป่าร่อนเร่เข้ามาในชุมชน
“พวกเขาคิดว่า นั่นเป็นสัตว์ลึกลับในตำนาน พวกเขาขับไล่มัน และเราจึงต้องช่วยเหลือมัน” ซัลฟี อาร์ซัน (Zulfi Arsan) หัวหน้าทีมสัตวแพทย์ผ่าตัดประจำเขตสงวนพันธุ์แรดสุมาตรา (Sumatran Rhino Sanctuary) บอกเอเอฟพี
สำหรับแรดสุมาตรานั้นเป็นแรดที่มีขนาดเล็กที่สุด และเป็นสายพันธุ์เอเชียชนิดเดียวที่มี 2 หนอ ต่างจากญาติของพวกมันซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแอฟริกา แรดในอินโดนีเซียนี้มีขนปุกปุยสีน้ำตาลแดง จนทำให้พวกมันได้รับสมญานามว่า “แรดปุกปุย”
ขนปกคลุมตัวแรดสุมาตรานั้นจะค่อยๆ เลือนหายไปเป็นสีดำหรือหายไปเกือบหมดตลอดช่วงอายุขัย ซึ่งมีช่วงเวลา 35-40 ปี ซึ่งทั้งขนปุกปุยควบคู่ไปกับหนอสูงและหนอต่ำ ทำให้แรดสุมาตราอย่าง “อันดาตู” นั้นดูอ่อนโยน นุ่มนวล มากกว่าแรดอื่นๆ ที่มีรูปร่างเหมือนสวมชุดเกราะ
ครั้งหนึ่งแรดสุมาตราเคยตะลอนไปในป่ารกทึบที่กว้างใหญ่ไพศาลจองสุมาตรา บอรืเนียว และมาเลย์เซีย แต่การจัดการพื้นที่และการล่า ทำให้แรดชนิดนี้ลดจำนวนลงอย่างมาก
เมื่อปี 2015 แรดสปีชีส์นี้เคยถูกประกาศว่าสูญพันธุ์ไปจากป่าธรรมชาติในมาเลย์เซียแล้ว เหลือเพียงแรดฝูงเล็กๆ 2-5 ฝูงที่กระจัดกระจายไปทั่วสุมาตราและเกาะบอร์เนียวของอินโดนีเซีย
อาร์ซันบอกว่าบางแห่งภายในพื้นที่ 1,300 กิโลเมตรของเวย์คัมบัสนั้นมีแรดป่าอาศัยอยู่ประมาณ 36 ตัว
ในสุมาตรานั้นมีแรดกลุ่มเล็กๆ ทางภาคตะวันตก และมีระบบนิเวศทางตอนเหนือของเกาะ ซึ่งเป็นแหล่งสุดท้ายบนโลก ที่แรดป่า อุรังอุตัง เสือ และช้าง พเนจรมาเจอกัน
อาร์ซันกล่าวว่า การล่าเป็นการคุกคามที่สำคัญ โดยการล่าแรดตัวสุดท้ายในเวย์คัมบัสเกิดขึ้นเมื่อปี 2006 แต่เจ้าหน้าที่ก็ควบคุมไม่ให้มีความเสี่ยงในพื้นที่นี้ของป่าพื้นราบอีก โดยหน่วยลาดตระเวณติดอาวุธพิทักษ์แรด จะออกลาดตระเวณไปตามถิ่นอาศัย ทำลายกับดักล่าสัตว์ และจับผู้บุกรุก รวมถึงกิจกรรมต้องสงสัย
“ทว่าก็ยังคงมีกิจกรรมผิดกฎหมายอยู่ภายในอุทยาน ความต้องการหนอแรด ผลิตภัณฑ์จากแรดยังคงเป็นที่ต้องการ” อาร์ซันกล่าว
แรดตัวผู้ 3 ตัว ซึ่งรวมถึงอันดาตูด้วย และแรดตัวเมียอีก 4 ตัว ถูกพิทักษ์ภายในพื้นที่ 100 เฮคเตอร์ ของป่าฝนธรรมชาติซึ่งมีรั้วล้อมกั้น และเป็นพื้นที่ที่สัตวแพทย์และนักวิจัยใช้โอกาสในการศึกษารูปแบบการผสมพันธุ์ที่ไม่ธรรมดา
แรดสุมาตรานั้นขึ้นชื่อว่า ผสมพันธุ์ได้ยากภายในพื้นที่กักขัง แรดตัวเมียจะเป็นสัดในช่วงเวลาสั้นๆ ในแต่ละรอบ และต้องได้รับการผสมพันธุ์กับตัวผู้ในช่วงไข่ตก ถึงกระนั้นการผสมพันธุ์ทางเพศก็ไม่ใช่สิ่งรับรองได้ว่าจะเกิดการปฏิสนธิ และยิ่งเลวร้ายเข้าไปอีกเนื่องจากแรดสุมาตราจะชอบอยู่ลำพังตามธรรมชาติอยู่แล้ว และมักต่อสู้กันเองระหว่างผสมพันธุ์กัน
“ในช่วงร้อยกว่าปีเรามีลูกแรดแค่ 7 ตัว มันยากมากๆ” อาร์ซันกล่าวถึงความพยายามในการขยายพันธุ์แรดในอดีต
การเกิดของอันดาตูเมื่อปี 2012 นั้นเป็นเหตุการณ์สำคัญ เนื่องจากเป็นแรดสุมาตราตัวแรกที่เกิดภายในโรงขยายพันธุ์ในเอเชีย ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 140 ปี และหลังจากนั้นมีน้องสาวอีกตัวมาเป็นสมาชิกใหม่เมื่อเดือน พ.ค.2016 ที่ผ่านมานี้
อีกไม่นานอันดาตูจะโตพร้อมผสมพันธุ์ และนักอนุรักษ์ก็หวังว่าแรดหนุ่มน้อยตัวนี้ จะเป็นดาวเด่นที่ทำให้สิ่งมีชีวิตสปีชีส์นี้ยังคงอยู่ต่อไปได้อีกยาวนาน
“ทุกการเกิดคือความหวัง” อาร์ซันกล่าว


