xs
xsm
sm
md
lg

สธ.ห่วงคนไทยไม่กังวล “โควิด” ย้ำระบาดรอบ 2 ได้ หากประมาท-การ์ดตก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สธ.ห่วง ปชช.ไม่กังวลโรคโควิด-19 ย้ำประมาท การ์ดตก ไม่ใส่หน้ากาก ไม่เว้นระยะห่าง เสี่ยงระบาดระลอก 2 ชี้ โควิดจะกลับมาหรือไม่ ขึ้นกับความร่วมมือของคนไทย วอนใส่มาสก์ ล้างมือ รักษาระยะห่าง เช็กอินเช็กเอาต์ไทยชนะ

วันนี้ (7 ก.ค.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีประชาชนเริ่มผ่อนคลายจากการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้สถานการณ์โรคโควิด-19 ทั่วโลก ยังมีแนวโน้มผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ติดเชื้อสะสม 11,739,171 ราย ประเทศเพื่อนบ้านก็ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ นอกจากนี้ ยังมีหลายประเทศที่มีการกลับมาระบาดของโรคโควิด-19 ในระลอก 2 เช่น ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และ โครเอเชีย แม้ประเทศไทยจะไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศต่อเนื่องเป็นวันที่ 43 และผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ในอันดับที่ 99 ของโลก ซึ่งตรงนี้มาจากความร่วมมือของประชาชนในการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ แต่โรคโควิด-19 อาจกลับมาระบาดระลอกใหม่ได้อีกครั้ง หากคนไทยประมาท ซึ่งน่าเป็นห่วงเพราะจากผลสำรวจของสวนดุสิตโพล เมื่อวันที่ 1-4 ก.ค. 2563 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,109 คน พบว่า หลังผ่อนคลายมาตรการประชาชนมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ลดลง ถึงร้อยละ 52.93 กังวลเหมือนเดิมร้อยละ 29.94 ไม่กังวลเลยร้อยละ 12.44 และกังวลมากขึ้นร้อยละ 4.69

นพ.โสภณ กล่าวว่า สธ.ขอความร่วมมือร้านค้า/ผู้ประกอบการ รักษามาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ เช่น ทำความสะอาดสถานที่ พื้นผิวที่มีผู้สัมผัสบ่อย จัดพื้นที่ลดความแออัด จัดจุดคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย จุดบริการล้างมือ มีระบบระบายอากาศถ่ายเท ส่วนประชาชน ขอให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ร่วมกับการเว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่น ล้างมือบ่อยๆ งดการนำมือมาสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก เลี่ยงการไปสถานที่แออัดคนรวมอยู่มาก และลงทะเบียน เข้า-ออก พร้อมประเมินกิจการ/สถานที่ ในแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” ทุกครั้งที่เข้าใช้บริการในสถานที่ต่างๆ หากพบผู้ติดเชื้อจะใช้เป็นข้อมูลในการติดตามผู้สัมผัสเพื่อนำเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคต่อไป ทั้งนี้ ย้ำว่าโรคโควิด-19 จะกลับมาอีกหรือไม่ขึ้นอยู่กับความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน


กำลังโหลดความคิดเห็น...