xs
xsm
sm
md
lg

เปิดไทม์ไลน์ยิบ ลุงวัย 72 ไป รพ.หลายแห่งก่อนตรวจพบติด “โควิด” ศบค.ชี้คนสงสัยเกี่ยวข้องไปตรวจเชื้อที่ รพ.ฟรี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศบค.แจงไทม์ไลน์ชาย 72 ปี ป่วยโควิด คาดอาจติดเชื้อจากการไป รพ. เผยไปรับเคมีบำบัด รพ.รัฐแห่งที่หนึ่งตั้งแต่ 30 เม.ย. และยังไป รพ.อีกหลายแห่งหลายครั้ง จนมีอาการวันที่ 17 พ.ค. พบไปร้านอาหาร ร้านตัดผม วันที่ 18 พ.ค. กักตัวคนเสี่ยงสูงแล้ว ส่วนลูกค้ารายอื่นไม่น่าเสี่ยง เหตุร้านมีมาตรการป้องกัน แต่หากคนที่ไปในไทม์ไลน์เดียวกันกังวลสงสัย สามารถเข้าตรวจได้ฟรี

วันนี้ (25 พ.ค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวถึงการสอบสวนโรคชายอายุ 72 ปี ที่ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ผู้ป่วยชายไทยอายุ 72 ปี ที่รายงานไปวันก่อนนั้น วันที่ 18 พ.ค. คือ วันที่ตรวจพบเชื้อ จึงมีการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อหาที่มาของการติดเชื้อ และสอบสวนการนำไปติดต่อสู่บุคคลอื่น ซึ่งจากการสอบสวนย้อนไปจนถึงสิ้นเดือนเม.ย. พบว่า วันที่ 30 เม.ย. ไปรับเคมีบำบัดที่ รพ.รัฐแห่งที่หนึ่ง วันที่ 7 พ.ค. ไปทำโบนสแกน รพ.รัฐแห่งที่สอง วันที่ 8 พ.ค. ไปรับผลโบนสแกน รพ.รัฐแห่งที่สอง แล้วนำผลไปให้แพทย์ รพ.รัฐแห่งที่หนึ่ง ซึ่งใช้เวลา 5 นาที วันที่ 12 พ.ค. ไปเจาะเลือดรพ.รัฐแห่งที่หนึ่ง ใช้เวลา 10 นาที

วันที่ 14 พ.ค. ไปทำซีทีสแกน รพ.รัฐแห่งที่หนึ่ง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยซักประวัติว่ามีการใส่หน้ากากหรือไม่ พบว่า ใส่ตลอด ยกเว้นช่วงดื่มคอนทราสต์ ทำให้เวลาเอกซเรย์เกิดการทึบแสง เป็นเวลา 5 นาที วันที่ 15 พ.ค. ไปตลาดแห่งหนึ่ง จ.นนทบุรี วันที่ 16 พ.ค. ไปตรวจ รพ.เอกชนแห่งที่หนึ่งช่วงเช้า ก็ใส่หน้ากากตลอด วันที่ 17 พ.ค. เริ่มมีอาการหนาวสั่น อ่อนเพลีย

วันที่ 18 พ.ค. ตอนเช้ารับยา รพ.เอกชนแห่งที่หนึ่ง ไปรับประทานอาหารร้านอาหารแห่งหนึ่ง และไปร้านตัดผม ช่วงบ่ายเข้าตรวจรพ.เอกชนแห่งที่หนึ่ง ตอนดึกๆ เริ่มมีอาการไข้ หนาวสั่น ไอ จึงเรียกรถพยาบาล รพ.เอกชนแห่งที่สองไปรับที่บ้าน พอเข้า รพ.ก็ย้ายไปรับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์จักรีนฤบดินทร

“จากการสอบสวนใน 2 ช่วงนี้ ปรากฏว่า การหาต้นทางแล้วน่าสงสัยอาจเป็น รพ. ซึ่งอาจจะมีคนมีเชื้อที่อาจไม่มีอาการแล้วไปตรวจที่นั่น ส่วนคนที่ไปร้านตัดผม ร้านอาหาร เราก็ไปสืบสวนต่อถึงการให้บริการ ก็พบว่า ปฏิบัติการตามมาตรการที่รัฐกำหนด โดยร้านตัดผมมีการกักตัวพนักงานเสี่ยงสูง 14 วัน ลูกค้าที่รับบริการมากสุด 3 คน ไม่มีการนั่งรอในร้าน อาจจะมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่า ผู้ป่วยท่านนี้ไม่ได้แพร่เชื้ออะไรให้คนอื่น เพราะใช้เวลาบริการไม่นาน ส่วนร้านอาหาร จัดโต๊ะวางห่างมากกว่า 1 เมตร มีจุดล้างมือ ทำความสะอาดพื้นผิว โต๊ะ พนักงานสวมหน้ากากตลอดเวลา ให้ความมั่นใจระดับหนึ่ง และมีการกักตัวพนักงานเสี่ยงสูง 14 วัน” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สาเหตุที่นำเคสนี้ขึ้นมา เพราะวันที่ 17 พ.ค. เราเพิ่งให้มีการใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ ร้านค้าต่างๆ ที่เพิ่งเข้าร่วมมีไม่เยอะ โดย 2 ร้านนี้ยังไม่เข้าระบบ คนไปใช้บริการยังไม่มีการสแกนคิวอาร์โคด ถ้าใช้ระบบไทยชนะจะง่ายขึ้นกว่านี้ เพราะระบบจะบอกทันที อย่างไรก็ตาม ตนได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) ว่า คนที่สงสัยว่าอยู่ในไทม์ไลน์ของผู้ป่วยชายไทยอายุ 72 ปีดังกล่าว ถ้าสงสัยคิดว่าไปสัมผัส เกี่ยวข้องเกี่ยวโยง ให้มารับการตรวจที่ รพ.ได้เลย และอ้างว่าท่านอยู่ตรงนี้ ก็จะให้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการตรวจ

เมื่อถามว่า คนที่มีความเสี่ยงกับเคสนี้ให้มาตรวจฟรี เป็นเฉพาะ ร้านตัดผม ร้านอาหาร หรือคนที่ไป รพ.ด้วย ต้องเปิดเผยรายชื่อหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ก็มีการพูดคุยกันว่าเปิดเผยรายชื่อรพ.หรือไม่ แต่เข้าใจว่าโซเชียลออกไปกันมากพอสมควร สามารถดูได้ในหลายที่ ก็เป็น รพ.รัฐที่มีชื่อเสียง สังกัดกองทัพบกด้วย แต่อย่างไรถ้ามีความสงสัยต้องการไปตรวจ จะเกี่ยวโยงหรือไม่เกี่ยวโยงก็ไปตรวจได้เลย ถ้าสงสัยตอนนี้ ทางรัฐ สธ. ศบค. ยินดีให้บริการอย่างเต็มที่ เพื่อดึงคนมีความสงสัยเข้ามามากที่สุด ซึ่งตอนนี้มีการตรวจไปแล้ว 375,453 ตัวอย่าง ซึ่งเรายังไม่พอใจ ต้องการตรวจให้ได้มากขึ้น ถ้าสงสัยก็มาได้เลย

เมื่อถามว่า กรณีเสียชีวิตระหว่างกักตัวเองที่ จ.บุรีรัมย์ ตรวจสอบหรือไม่ว่ามีการติดเชื้อ และมีการตรวจญาติหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ประสานไปยังกรมควบคุมโรค โดยกองโรคติดต่อทั่วไปและกองระบาดวิทยา ตอนนี้ผลยังไม่ชัดเจน เท่าที่ทราบยังไม่มีผลยืนยันว่าเป้นบวก แต่มาตการเข้าไปอาจเห็นแต่งชุดเต็มที่ แต่นั่นคือมาตรการป้องกันเต็มที่ แต่ยังไม่มีอะไรน่ากังวลหรือน่ากลัว อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนโรค ขอให้รอทำงานเพื่อให้มั่นใจก่อนที่จะตอบอะไรออกไป ส่วนรายละเอียดจะนำมาชี้แจงในวันต่อๆ ไป

“ขอความร่วมมือทุกท่น สัปดาห์นี้เข้าสู่การเตรียมเพื่อประกาศผ่อนคลายระยะที่ 3 จะผ่านไปได้ดี ไม่ได้ดี ก็ขึ้นกับช่วงเวลาที่เหลืออีก 1 สัปดาห์ อยากให้ทำอย่างที่เคยทำมา มี 0 หลายๆ วัน เพราะเราใส่หน้ากากตลอดเวลา ล้างมือ เว้นระยะห่าง เป็นสิ่งที่ป้องกันพวกเราได้ดีที่สุด ขอให้การ์ดอย่าตกและทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว






กำลังโหลดความคิดเห็น...