สธ.เร่งสร้างมาตรฐานยกระดับหมอนวดไทย หลังพบเป็นที่พึ่งคนขี้เมื่อย คนอัมพฤกษ์ อัมพาต ได้ผลดี ขณะนี้สถานพยาบาลในสังกัดเปิดบริการนวดได้แล้ว 311 แห่ง ประชาชนชื่นชอบ ปีนี้ตั้งเป้าอบรมเพิ่ม 1,000 คน

วันนี้ (15 พ.ค.) ที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการรกระทรวงสาธารณสุข เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการนวดกดจุดสะท้อนเท้า 62 จุด ให้ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการแพทย์แผนไทยจากภาคใต้ กทม. และปริมณฑล จำนวน 60 คน เพื่อเพิ่มพูนทักษะและองค์ความรู้การนวดดังกล่าวอย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
นายชวรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเกิดโรคได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตการกินอยู่ ซึ่งการแก้ปัญหาสาธารณสุขเหล่านี้ต้องแก้แบบองค์รวม ไม่สามารถแก้ด้วยการจ่ายยาโดยแพทย์แผนปัจจุบันอย่างเดียว โดยเฉพาะการเจ็บป่วยที่เรื้อรัง รักษาไม่หายขาด ซึ่งมีผลต่อจิตใจของผู้ป่วยและญาติพี่น้อง ประชาชนได้หันมาพึ่งการแพทย์ทางเลือกมากขึ้น เพราะหลักการของแพทย์ทางเลือกใช้แนวคิดทำให้ประชาชนรู้เรื่องตัวเองว่าจะดูแลอย่างไร แล้วช่วยตัวเองให้มากที่สุด ถ้าต้องมีผู้ช่วยเหลือดูแลก็จะดูแลโดยเลียนแบบกลไกธรรมชาติ โดยให้ร่างกายเกิดความสมดุล อาการความรุนแรงความเจ็บป่วยก็จะบรรเทาลง
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งพัฒนา ฟื้นฟูการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรให้นำมาใช้แก้ไขปัญหาสาธารณสุขทั้งในเรื่องการบำบัดอาการเจ็บป่วย การส่งเสริมดูแลสุขภาพดี การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย โดยเฉพาะการนวด ซึ่งสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือเรียกว่าขี้เมื่อย รวมทั้งนวดคลายเครียดในกลุ่มที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์นานๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกินยาแก้ปวด เนื่องจากการนวดทำให้กล้ามเนื้อมีการผ่อนคลายและกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ขณะนี้มีโรงพยาบาลในสังกัดสามารถเปิดบริการนวดไทยได้แล้ว 311 แห่ง นอกจากนี้ การนวดไทยยังเป็นที่นิยมของผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์อัมพาตที่แขนขาอ่อนแรงเดินไม่ได้ ข้อติด ไหล่ติด ซึ่งหมอนวดสามารถเดินทางไปให้บริการได้ถึงบ้าน สะดวกมาก โดยข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจสามารถเบิกค่านวดเพื่อการรักษาได้เต็มจำนวน 200 บาทต่อการนวด 1 ครั้ง
“ทั้งนี้ สธ.ตั้งเป้าที่จะพัฒนา ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการนวดไทย ให้สามารถให้บริการได้อย่างมีมาตรฐานถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งจะเป็นผลดีและเสริมการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน บรรเทาอาการเจ็บป่วยลงได้ ในปี 2551 นี้ตั้งเป้าอบรมนวดหลักสูตรต่างๆ 1,000 คนทั่วประเทศ”นายชวรัตน์ กล่าว
ด้านนพ.ลือชา วนรัตน์ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2544-2551 กระทรวงสาธารณสุข ได้อบรมนวดไทยแล้ว 19,579 คน แบ่งเป็นหลักสูตร 800 ชั่วโมง 452 คนอยู่ในภาครัฐ 150 คนเอกชน 302 คน หลักสูตร 372 ชั่วโมง จำนวน 3,706 คน หลักสูตร 150 ชั่วโมง จำนวน 6,835 คน หลักสูตร 60 ชั่วโมง จำนวน 8,387 คน หลักสูตร 50 ชั่วโมงจำนวน 133 คน ซึ่งหมอนวดส่วนหนึ่งประกอบอาชีพอิสระในประเทศ มีรายได้คนละไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท และอีกส่วนหนึ่งเดินทางไปประกอบอาชีพที่ต่างประเทศทำให้นวดไทยเป็นที่รู้จักต่างชาติมากขึ้น นอกจากนี้ ยังอบรมนวดไทยให้ผู้พิการตาบอดหลักสูตร 225 ชั่วโมง 67 คน สามารถสร้างอาชีพมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้
วันนี้ (15 พ.ค.) ที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการรกระทรวงสาธารณสุข เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการนวดกดจุดสะท้อนเท้า 62 จุด ให้ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการแพทย์แผนไทยจากภาคใต้ กทม. และปริมณฑล จำนวน 60 คน เพื่อเพิ่มพูนทักษะและองค์ความรู้การนวดดังกล่าวอย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐานเดียวกัน
นายชวรัตน์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเกิดโรคได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตการกินอยู่ ซึ่งการแก้ปัญหาสาธารณสุขเหล่านี้ต้องแก้แบบองค์รวม ไม่สามารถแก้ด้วยการจ่ายยาโดยแพทย์แผนปัจจุบันอย่างเดียว โดยเฉพาะการเจ็บป่วยที่เรื้อรัง รักษาไม่หายขาด ซึ่งมีผลต่อจิตใจของผู้ป่วยและญาติพี่น้อง ประชาชนได้หันมาพึ่งการแพทย์ทางเลือกมากขึ้น เพราะหลักการของแพทย์ทางเลือกใช้แนวคิดทำให้ประชาชนรู้เรื่องตัวเองว่าจะดูแลอย่างไร แล้วช่วยตัวเองให้มากที่สุด ถ้าต้องมีผู้ช่วยเหลือดูแลก็จะดูแลโดยเลียนแบบกลไกธรรมชาติ โดยให้ร่างกายเกิดความสมดุล อาการความรุนแรงความเจ็บป่วยก็จะบรรเทาลง
นายชวรัตน์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งพัฒนา ฟื้นฟูการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรให้นำมาใช้แก้ไขปัญหาสาธารณสุขทั้งในเรื่องการบำบัดอาการเจ็บป่วย การส่งเสริมดูแลสุขภาพดี การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วย โดยเฉพาะการนวด ซึ่งสามารถบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือเรียกว่าขี้เมื่อย รวมทั้งนวดคลายเครียดในกลุ่มที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์นานๆ ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องกินยาแก้ปวด เนื่องจากการนวดทำให้กล้ามเนื้อมีการผ่อนคลายและกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ขณะนี้มีโรงพยาบาลในสังกัดสามารถเปิดบริการนวดไทยได้แล้ว 311 แห่ง นอกจากนี้ การนวดไทยยังเป็นที่นิยมของผู้ป่วยโรคอัมพฤกษ์อัมพาตที่แขนขาอ่อนแรงเดินไม่ได้ ข้อติด ไหล่ติด ซึ่งหมอนวดสามารถเดินทางไปให้บริการได้ถึงบ้าน สะดวกมาก โดยข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจสามารถเบิกค่านวดเพื่อการรักษาได้เต็มจำนวน 200 บาทต่อการนวด 1 ครั้ง
“ทั้งนี้ สธ.ตั้งเป้าที่จะพัฒนา ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีด้านการนวดไทย ให้สามารถให้บริการได้อย่างมีมาตรฐานถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งจะเป็นผลดีและเสริมการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบัน บรรเทาอาการเจ็บป่วยลงได้ ในปี 2551 นี้ตั้งเป้าอบรมนวดหลักสูตรต่างๆ 1,000 คนทั่วประเทศ”นายชวรัตน์ กล่าว
ด้านนพ.ลือชา วนรัตน์ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2544-2551 กระทรวงสาธารณสุข ได้อบรมนวดไทยแล้ว 19,579 คน แบ่งเป็นหลักสูตร 800 ชั่วโมง 452 คนอยู่ในภาครัฐ 150 คนเอกชน 302 คน หลักสูตร 372 ชั่วโมง จำนวน 3,706 คน หลักสูตร 150 ชั่วโมง จำนวน 6,835 คน หลักสูตร 60 ชั่วโมง จำนวน 8,387 คน หลักสูตร 50 ชั่วโมงจำนวน 133 คน ซึ่งหมอนวดส่วนหนึ่งประกอบอาชีพอิสระในประเทศ มีรายได้คนละไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท และอีกส่วนหนึ่งเดินทางไปประกอบอาชีพที่ต่างประเทศทำให้นวดไทยเป็นที่รู้จักต่างชาติมากขึ้น นอกจากนี้ ยังอบรมนวดไทยให้ผู้พิการตาบอดหลักสูตร 225 ชั่วโมง 67 คน สามารถสร้างอาชีพมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้



