ชง "มท.หนู" ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งสภาสถาปนิก ไฟเขียวร่างข้อบังคับฉบับใหม่ กรณี ยื่นขอออก/ต่ออายุ/รับรอง "ใบอนุญาติผู้ประกอบวิชาชีพสถาปนิก" ให้เพิ่มผลงานก่อสร้าง "โปรเจกต่างประเทศ" ก่อนยื่นขอใบอนุญาตในทุกระดับ รวมถึงนําผลงานที่นําไปดําเนินการในต่างประเทศ ภายใต้นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาสถาปนิก หรือเป็นผลงานของผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "สถาปนิกอาเซียน" หลังผ่านมติที่ประชุมใหญ่ สามัญสภาสถาปนิก เมื่อกลางปีที่แล้ว
วันนี้ (23 ม.ค.2569) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้า ในการยกร่างข้อบังคับสภาสถาปนิก ว่าด้วยคุณสมบัติของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมแต่ละระดับ การออกใบอนุญาต การต่อใบอนุญาต อายุใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาต และการออกหลักฐานรับรองการได้รับใบอนุญาต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
หลังผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ สามัญ สภาสถาปนิก ประจําปี 2568 โดยมี กรมโยธาธิการและผังเมือง (ยธ.) ตรวจสอบกลั่นกรอง เพื่อเสนอ รมว.มหาดไทย "สภานายกพิเศษแห่งสภาสถาปนิก"
ล่าสุด คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย คณะที่ 1 เห็นชอบ ร่างข้อบังคับสภาสถาปนิกฯ ตามที่ ยธ. เสนอ
โดยมีความเห็นว่า ควรกําหนดหลักเกณฑ์ในการกําหนดผลงาน ซึ่งเป็นโครงการในต่างประเทศ ในร่างข้อบังคับสภาสถาปนิกฯ ให้ชัดเจนว่า จะใช้หลักเกณฑ์ใดในการกําหนดผลงานของโครงการในต่างประเทศ เช่น สถานที่ก่อสร้างของโครงการ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการพิจารณาผลงาน ตามโครงการในต่างประเทศ
ทั้งนี้ ยังมีความเห็นเพิ่มเติมว่า เนื่องจาก ตามแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ที่ประชุมใหญ่สภาสถาปนิก ให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับสภาสถาปนิกแล้ว จะส่งให้ รมว.มหาดไทย ในฐานะสภานายกพิเศษ พิจารณา
ซึ่งจะมีกระบวนการตรวจสอบกลั่นกรองก่อนให้ความเห็นชอบร่างข้อบังคับสภาสถาปนิก และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย มท. คณะที่ 1 มีความเห็นเป็นประการใด
สภาสถาปนิก ก็จะรับความเห็นดังกล่าวไปเพื่อพิจารณาดําเนินการแก้ไขร่างข้อบังคับสภาสถาปนิกตามความเห็น ก่อนดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
โดยสภาสถาปนิกจะยังไม่ดําเนินการนําข้อบัญญัติ ที่ล่วงเลยระยะเวลาตามมาตรา 44 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. 2543 ไปประกาศ ใช้บังคับ
"ซึ่งอาจทําให้การพิจารณาร่างข้อบังคับดังกล่าวไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกําหนด ดังนั้น จึงเห็นควรให้ ยธ. หารือกับสํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย (นายกพิเศษแห่งสภาสถาปนิก) กําหนดแนวทางในการพิจารณาเรื่องนี้ให้ชัดเจนเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกําหนดเพื่อพิจารณา"
มีรายงานว่า สภาสถาปนิก ได้มีหนังสือ ที่ สภส 490/2568 ลงวันที่ 7 ส.ค. 2568 ถึง รมว.มหาดไทย ในฐานะสภา นายกพิเศษแห่งสภาสถาปนิก เพื่อเสนอโดยร่างข้อบังคับสภาสถาปนิก หลังผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่สามัญ ด้วยมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของสามัญสมาชิกที่เข้าประชุม ให้ความเห็นชอบ
ต่อมา สํานักงานรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมือง พิจารณาดําเนินการ เรื่องดังกล่าว และมีความเห็นว่า ร่างข้อบังคับสภาสถาปนิกฯ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ข้อกําหนดผลงานที่สามารถนํามาใช้เพื่อประกอบการพิจารณาขอรับ ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ
เพื่อให้ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ สามารถนําผลงานที่นําไปดําเนินการในต่างประเทศ ซึ่งเป็นผลงานที่ดําเนินการภายใต้นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาสถาปนิก หรือเป็นผลงานของผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "สถาปนิกอาเซียน" จากสภาสถาปนิก สามารถนํามายื่นเป็นผลงานประกอบการขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ควบคุมได้
ทั้งนี้ สภาสถาปนิกได้ผ่านการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากกฎหมายของร่างข้อบังคับ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายแล้ว.


