วันนี้( 16 ม.ค.)พรรคกล้าธรรม เปิดเวทีปราศรัยใหญ่กลางตลาดนัดสี่แยกบ้านนาเดิมอ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และนางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ฝ่ายสังคม ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม ขึ้นวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม หาเสียง
ได้แก่ นายภูวิช เกลี้ยงมล เขต 2 เบอร์ 7 ,นายกฤษพณ หวานแก้ว เขต 3 เบอร์ 4,นายปรเมษฐ์ จินา เขต 5 เบอร์ 5,น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เขต 6 เบอร์ 5 และนายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว เขต 7 เบอร์ 6
โดยนางปวีณา กล่าวว่า ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม และความเดือดร้อนในสังคม เป็นปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่ทุกวัน พรรคกล้าธรรมพร้อมเข้าไปแก้ไขอย่างจริงจัง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีผู้แทนของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา พร้อมย้ำขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัครของพรรคทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อให้พรรคมีพลังในการผลักดันกฎหมายและนโยบายที่ทำได้จริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญา พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคกล้าธรรมยกทีมในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์
ด้าน ศ.ดร.นฤมล กล่าวปราศรัยย้ำจุดยืนว่า พรรคกล้าธรรมไม่ใช่พรรคที่ขายฝันหรือใช้นโยบายประชานิยมที่ทำไม่ได้จริง พรรคการเมืองบางพรรค ปกติไม่เคยลงพื้นที่ ไม่เคยดูแลประชาชน แต่มาปรากฏตัวเฉพาะช่วงเลือกตั้ง พร้อมแจกคำสัญญาและตัวเลขที่ไม่สามารถทำได้จริง สุดท้ายไปกู้มาแจก จนกลายเป็นภาระหนี้สาธารณะของประเทศ ที่ไม่รู้ว่าอีกกี่สิบปีจะใช้หมด
“พรรคกล้าธรรม ทำการเมืองบนความจริงและความรับผิดชอบ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเกษตรกร ตั้งแต่การทวงคืนที่ดินจากนายทุน การออกเอกสารสิทธิ์เพื่อการเกษตร และการยกระดับมูลค่าที่ดินให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่สุราษฎร์ธานีอย่างเป็นระบบ จึงขอเชิญชวนประชาชนเลือกบัตรบัญชีรายชื่อพรรคกล้าธรรม เบอร์ 42 เพื่อให้พรรคมีพลังในการผลักดันนโยบายเข้าสู่การปฏิบัติ”ศ.ดร.นฤมล กล่าว
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวตอนหนึ่งว่า ผมรักคนสุราษฎร์ รักคนภาคใต้ ผมเกิดที่จังหวัดพะเยา แต่ชีวิตผมไม่ได้อยู่ที่นั่น พอจบประถม ผมย้ายมาอยู่ที่อำเภอเบตง มาเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่นี่ ผมมีคุณพ่อบุญธรรม เป็นคนใต้แท้ ๆ คนใต้จึงหล่อหลอม เลี้ยงดู และปลูกฝังวัฒนธรรมคนใต้ให้กับผม จนกลายเป็นธรรมนัสในวันนี้ ผมโตมากับหนังตะลุง ชอบโนรา ชอบวิถีชีวิต ชอบความจริงใจของพี่น้องคนใต้ ผมกล้าพูดเต็มปากเลยว่า ความเป็นคนใต้ของผมไม่น้อยไปกว่าคนที่เกิดที่ภาคใต้ด้วยซ้ำ
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า พรรคกล้าธรรมจะเดินหน้าทวงคืนที่ดินทำกินให้เกษตรกร เราพร้อมทำสงครามกับกลุ่มทุนที่ครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ปัญหาที่ดินทำกิน โดยเฉพาะเอกสารสิทธิ ส.ป.ก.01 ในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ไปจนถึงนราธิวาส จำนวนมากตกอยู่ในมือกลุ่มทุน ทั้งสวนปาล์มน้ำมัน สวนยางพารา ทั้งที่เจตนารมณ์ของ ส.ป.ก. จัดสรรไว้เพื่อพี่น้องเกษตรกร
“ตั้งแต่วันที่ผมเข้ามาทำงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมประกาศชัดเจนว่าจะทำสงครามกับกลุ่มทุน เพื่อเอาที่ดินกลับคืนให้พี่น้องเกษตรกร แม้รู้ว่ามันคือเผือกร้อน ถึงขั้นที่ในอดีต พรรคการเมืองบางพรรคที่เป็นรัฐบาลขณะนั้นต้องยุบสภาหนีการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในเรื่องนี้ แต่สำหรับผม ผมไม่กลัว เพราะผมทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อพี่น้องเกษตรกร แม้ในช่วงแรกจะมีเสียงวิจารณ์ว่า ผมไม่สามารถทำได้จริง แต่ขณะนี้เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม ทั้งการนำเครื่องจักรเพื่อการเกษตรเข้าไปสนับสนุนในพื้นที่ และการนำที่ดินกลับคืนสู่มือเกษตรกร ”ร.อ.ธรรมนัส กล่าว
ในด้านการช่วยเหลือประชาชนยามเกิดภัยพิบัติ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ อย่างเช่นที่ จ.สงขลา อำเภอหาดใหญ่ ตนเองจะลงพื้นที่ทันที และเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย ซึ่งพี่น้องสุราษฎร์ไปถามคนหาดใหญ่ได้เลยว่า เราทำจริง ไม่ใช่มาแค่ถ่ายรูปแล้วกลับ
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวยืนยันว่า พรรคยึดหลักไม่ขายฝัน นโยบายทุกเรื่องต้องสามารถทำได้จริง โดยเราให้ความสำคัญกับนโยบายด้านปากท้องของประชาชนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปศุสัตว์ ฟาร์มเกษตร และการเพิ่มศักยภาพการผลิต เพื่อให้ประชาชน อยู่ได้ กินได้ อย่างยั่งยืน แทนการใช้นโยบายแจกเงินที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจนและไม่สามารถทำได้จริง
ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึง ศ.ดร.นฤมล หัวหน้าพรรคกล้าธรรมว่า เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินการคลัง จบการศึกษาด้านบัญชีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับทุนศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลังมาตั้งแต่ปี 2557 ดังนั้น อาจารย์แหม่มถือเป็นกำลังสำคัญที่จะมาวางระบบการเงิน การคลัง และการปฏิรูปธนาคารเพื่อประชาชนและเกษตรกร ให้ดอกเบี้ยต่ำอย่างแท้จริง เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ยังมีหนี้สินกันอยู่จำนวนมาก
”พรรคกล้าธรรม เป็นพรรคการเมืองที่มีทั้งวิสัยทัศน์ ความรู้ และความกล้าตัดสินใจ พร้อมย้ำจุดยืน “กล้าคิด กล้าทำ และทำจริง” เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วประเทศ“
ทั้งนี้ บรรยากาศเวทีปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมรับฟังจนเต็มพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเย็น


