xs
xsm
sm
md
lg

ภาคประชาชนจี้ “สารี อ๋องสมหวัง” หยุดนิ่งเฉย ปมควบรวม AWN–3BB อย่าปล่อยสิทธิผู้บริโภคถูกเหยียบซ้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตามทวงความยุติธรรม! ประชาชนจี้ “สารี อ๋องสมหวัง” หยุดนิ่งเฉย ปมควบรวม AWN–3BB เตือนอย่าปล่อยสิทธิผู้บริโภคถูกเหยียบซ้ำ

นายสรศักย์ เรืองวิเศษ ประชาชนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน เดินทางไปยังสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค (TCC) เพื่อ ยื่นหนังสือ “สอบถามติดตามความคืบหน้า” ถึงนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค หลังจากเคยยื่นหนังสือครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ขอให้ TCC ใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการคุ้มครองผู้บริโภคจากผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการระหว่าง บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) และ บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3BB แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำตอบ ไม่มีความชัดเจน และไม่มีสัญญาณใด ๆ จากเลขาธิการสำนักงานฯ


นายสรศักย์ระบุว่า การยื่นหนังสือวันนี้เป็นการ “ทวงคำตอบ” อย่างเป็นทางการ เพราะการนิ่งเงียบของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค สะท้อนปัญหาที่ประชาชนไม่อาจยอมรับได้ โดยเฉพาะในประเด็นที่มีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านจำนวนมากทั่วประเทศ

“ผมยื่นหนังสือถึงเลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภคมาแล้วกว่า 2 เดือน แต่กลับไม่มีคำตอบ ไม่มีการแจ้งความคืบหน้า ไม่มีท่าทีใด ๆ ทั้งที่เรื่องนี้กระทบสิทธิผู้บริโภคโดยตรง หากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายยังเงียบ ประชาชนจะพึ่งใคร” นายสรศักย์กล่าว


นายสรศักย์ชี้ว่า กรณีควบรวม AWN–3BB มีลักษณะชัดเจนว่าอาจส่งผลให้ “ทางเลือกของผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านลดลง” และกระทบต่อโครงสร้างการแข่งขันในตลาด ซึ่งเป็นประเด็นที่สภาองค์กรของผู้บริโภคเคยมีท่าทีไม่เห็นด้วยมาก่อน พร้อมเคยแสดงความผิดหวังต่อมติของคณะกรรมการ กสทช. ที่อนุญาตให้ควบรวม โดยระบุว่าเป็นการดำเนินการที่ “จำกัดทางเลือก และละเลยสิทธิประชาชน”

นายสรศักย์ย้ำว่า หากสภาองค์กรของผู้บริโภคเคยยืนหยัดดำเนินการทางกฎหมายในกรณีควบรวมโทรศัพท์มือถือ ทรู–ดีแทค ด้วยการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค เหตุใดกรณีอินเทอร์เน็ตบ้าน AWN–3BB ซึ่งมีผลกระทบต่อการแข่งขันและสิทธิผู้บริโภคในลักษณะใกล้เคียงกัน จึงกลับไม่มีความคืบหน้าให้ประชาชนรับรู้

“มาตรฐานการคุ้มครองผู้บริโภคต้องไม่เลือกปฏิบัติ หากเรื่องนี้กระทบสิทธิประชาชนเหมือนกัน สภาผู้บริโภคก็ควรทำหน้าที่อย่างเท่าเทียม ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนต้องตั้งคำถามว่าเกิดการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่” นายสรศักย์กล่าว


ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ นายสรศักย์ขอให้เลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค แจ้งความคืบหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับหนังสือ ว่าได้มีการดำเนินการใดไปแล้วบ้าง และจะใช้มาตรการใดในการคุ้มครองผู้บริโภคจากผลกระทบการควบรวมดังกล่าว

ทั้งนี้ นายสรศักย์ย้ำว่า การติดตามครั้งนี้ไม่ใช่การขอความเมตตา แต่เป็นการ เรียกร้องความเป็นธรรม และเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยประชาชนจะไม่ยอมให้ “ความเงียบ” กลายเป็นคำตอบของหน่วยงานที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อยืนอยู่ข้างผู้บริโภค

ผู้สื่อข่าวถามว่าการดำเนินการที่ล่าช้านี้ เข้าข่าย 2 มาตรฐานหรือไม่เพราะจากการควบรวมของ 2 บริษัทก่อนหน้านี้ สภาฯ ได้มีการดำเนินการแล้ว นายสรศักย์ กล่าวว่า ในฐานะประชาชนที่เป็นผู้บริโภคยืนยันว่าไม่ใช่คู่กรณีกับสภาฯ แต่การกระทำของสภาฯจะเป็นตัวบ่งชี้ เพราะกรณีของบริษัทอื่น ยังสามารถดำเนินการได้ แต่ในอีกกรณีกลับไม่มีการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่ท่านมีหน้าที่โดยตรง มันจะเป็นสิ่งที่ประชาชนหรือผู้บริโภคอาจมองได้ว่าเข้าข่าย 2 มาตรฐานหรือไม่ แต่หวังว่าสภาฯ จะแอ๊กชั่นตามมาตรฐานที่ดีเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้บริโภค




กำลังโหลดความคิดเห็น