“เท้ง” ลุยหาเสียงมุกดาหาร-สกลนคร มั่นใจ นโยบายพรรค-ทีมบริหาร-การคัดเลือกผู้สมัคร มัดใจประชาชน เป็นทางออกประเทศ เผย โค้งสุดท้ายจ่อส่งคาราวานหาเสียง ครบ 77 จังหวัด มอง 81 นักวิชาการคว่ำบาตรพรรคสีเทา เป็นสิทธิ ขอให้มองถึงวิธีจัดการ เพราะไม่รู้ใครเป็นใคร
วันนี้ (15 ม.ค.) ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงในจังหวัดมุกดาหารและจังหวัดสกลนครจะสื่อสารขอคะแนนกับประชาชนอย่างไร ว่า ให้ประชาชนมีการตื่นตัวเยอะๆ และมั่นใจว่า นโยบายของพรรคประชาชนพร้อมกับโครงสร้างของทีมบริหารที่เปิดตัวไปจะเป็นทางเลือกและทางออกให้กับประเทศอย่างแท้จริง เชื่อมั่นว่าการเอาวาระของประชาชนเป็นตัวตั้งโดยไม่มีการแบ่งมุ้ง โควตากระทรวง หรือแบ่งการทำงาน และผลประโยชน์กันจะเป็นวิธีการบริหารประเทศที่สามารถหาทางออกให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง
ส่วนทำไมถึงเลือกไปจังหวัดมุกดาหารกับสกลนคร ในช่วงนี้นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นพื้นที่ที่เราให้ความสำคัญ แต่เราก็ให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่ หากมีโอกาสจะพยายามไปให้ครบทุกภูมิภาคให้ได้มากที่สุด ไม่ได้เป็นการเลือกพื้นที่ที่พิเศษอะไรมากกว่ากัน เพียงแต่มีการจัดหมายและตนที่สะดวกจะไปจึงไปลงพื้นที่นี้ก่อน
เมื่อถามว่า โค้งสุดท้ายจะมีกลยุทธ์อะไรในการหาเสียงเพื่อมัดใจคน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่า สุดท้ายแล้วประชาชนทุกคน จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ให้กับตัวเองรวมถึงประเทศ และเชื่อว่า พรรคประชาชนเองเราพยายามนำเสนอทุกอย่าง เช่น วิธีการบริหารประเทศ โครงสร้างทีมบริหาร นโยบาย รวมถึงการคัดเลือกผู้สมัครที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดและเต็มที่มากที่สุด ส่วนโค้งสุดท้ายเองจะมีการจัดคาราวานที่กระจายตัวทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายไปให้ครบ 77 จังหวัด เชื่อว่าจะสามารถสร้างความตื่นตัวและสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้มากยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่า วันเปิดตัวทีมบริหารพรรคประชาชนยังเปิดไม่ครบ 40 คน รายชื่อที่เหลือจะมีอะไรพิเศษหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องรอหลังทราบผลการเลือกตั้งถ้าพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล เราพร้อมที่จะเปิดตัวซึ่งมีคนที่พร้อมจะเข้ามาทำงานร่วมกับรัฐบาลประชาชนมากยิ่งขึ้น
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับกรณี 81 นักวิชาการออกมาแถลงรณรงค์ให้คว่ำบาตรคะแนนเสียงการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยไม่ให้เลือกพรรคการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาธิปไตย เช่น พรรคสีเทา นายณัฐพงษ์ มองว่า โดยหลักการคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเราไม่ได้อยากได้คนที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับเรื่องสีเทาเข้าสู่อำนาจทางการเมือง แต่ละคนมีสิทธิรณรงค์ในจุดยืนและความเชื่อของตัวเอง แต่ตนอยากตั้งคำถามว่าจริงๆ ในเรื่องของคนมีประวัติสีเทาค้ายาค้ามนุษย์ พนันออนไลน์
เราอาจมีบุคคลต่างๆ เหล่านี้พัวพันอยู่ในหลายองค์กรและหลายครั้งเราไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นใคร สิ่งที่สำคัญมากกว่า คือ เมื่อรู้แล้วองค์กรต่างๆ จัดการกับบุคคลเหล่านั้นอย่างไร เช่น กรณีของพรรคประชาชน เราก็ได้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดถ้าเราได้รับทราบข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นใครจะรณรงค์อย่างไร ก็ขอให้ประชาชนได้มองเห็นวิธีในการจัดการ ของแต่ละพรรคของแต่ละองค์กร


