xs
xsm
sm
md
lg

แก้รธน.วัดใจประชามติ เพิ่มคะแนนพรรค !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


อนุทิน ชาญวีรกูล - ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
เมืองไทย 360 องศา

แม้จากคำพูดของ นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกระแสการรณรงค์การลงคะแนนประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่ายังค่อนข้างเงียบ และขณะนี้ สำนักงาน กกต.ได้จัดส่งเนื้อหาการทำประชามติไปยังผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศ และนอกราชอาณาจักรแล้ว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า การตื่นตัวของประชาชนในการทำประชามติไม่คึกคักเท่าที่ควร กกต.แต่ละจังหวัดอาจต้องขอความมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายภาคประชาชนช่วยรณรงค์การทำประชามติตามบ้านผู้มีสิทธิออกเสียงให้มากขึ้น

พร้อมทั้งให้ กกต.แต่ละจังหวัดเร่งจัดทำรายละเอียดผู้ขอจัดเวทีแสดงความคิดเห็นและเปิดเวทีดีเบตประชามติ อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะขึ้นเวทีดีเบตรณรงค์สนับสนุนให้ประชาชนออกมาลงมติ เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ นั้น จะต้องมีการลงทะเบียนกับ กกต.จังหวัดแต่ละจังหวัดก่อน โดยมี กรมประชาสัมพันธ์ และ อสมท. เป็นแม่ข่ายรณรงค์ประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุและโทรทัศน์

สำหรับเนื้อหาการทำประชามติครั้งนี้ เป็นการถามประชาชนว่า เห็นชอบ หรือ ไม่เห็นชอบ กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ2560 เท่านั้น ถ้าเสียงประชามติส่วนใหญ่เห็นชอบ จึงจะมีกระบวนการทำประชามติในขั้นตอนต่อไป แต่ถ้าเสียงประชามติส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ กระบวนทำประชามติก็จบลงทันที ทั้งนี้ พรรคการเมือง ภาคประชาชนต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชนแต่ละแขนง สามารถทำกิจกรรมรณรงค์ให้ความรู้ชักชวนให้ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงออกมาใช้สิทธิได้ แต่ต้องไม่สัญญาว่าจะให้ ขัดขวาง หรือเผยแพร่ข้อมูลการทำประชามติอันเป็นเท็จ ซึ่งการกระทำผิด พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ

แน่นอนว่าบรรยากาศค่อนข้างเงียบจริงๆ ซึ่งหากพิจารณากันตามความเป็นจริงแล้วก็คือ “บรรยากาศ” ที่เป็นสาเหตุหลักทำให้ชาวบ้านไม่สนใจกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะหากย้อนกลับไปในยุค “ 3 ป.” ที่มีการรณรงค์ในเรื่องการ “สืบทอดอำนาจ” หรือบางส่วนเกิดอาการ “เบื่อลุง” อะไรก็แล้วแต่ทำให้กระแสต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมไปถึงการ “ฉีกรัฐธรรมนูญเพื่อยกร่างใหม่” มีความร้อนแรงมากขึ้น

แต่สำหรับในยุคปัจจุบัน บรรยากาศแบบนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว กลายเป็นว่าเวลานี้ชาวบ้านรู้สึก “เฉยๆ” รวมไปถึงแนวโน้มไม่อยากให้แก้ไข โดยเฉพาะการ“ยกร่างใหม่” เพราะสิ่งที่ชาวบ้านมองเห็นก็คือ “ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน” หรือมีความจำเป็นอะไรมากมายนัก อีกทั้งการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลับต้องใช้เงินจำนวนมาก อย่างน้อยก็ไม่น้อย “กว่าหมื่นล้านบาท” ซึ่งแค่ทำประชามติครั้งนี้ ก็ต้องใช้เงินไปกว่า “สามพันล้านบาท” เข้าไปแล้ว

ขณะเดียวกัน หลายคนมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็ถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก และที่สำคัญยังผ่านการลงประชามติมาแล้ว และหากมีการยกร่างใหม่ ก็ไม่มีหลักประกันอะไรที่จะได้นักการเมืองที่ดีกว่าเดิม อีกทั้งมีความเป็นไปได้ที่อาจมีการ “หมกเม็ด” ที่จะเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงใน “หมวดที่ 1 และ 2” รวมไปถึงกระทบต่อการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

สิ่งที่ชาวบ้านต้องการในช่วงเร่งด่วนก็คือ ต้องการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องมากที่สุด และหลายคนเริ่มมองเห็นตรงกันก็คือ ปัญหาของประเทศไม่ใช่รัฐธรรมนูญ แต่เป็นนักการเมืองมากกว่า

อย่างไรก็ดี เมื่อสำรวจท่าทีของพรรคการเมืองแล้ว มีพรรคการรเมืองหลายพรรคยังต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การยกร่างใหม่ทั้งฉบับ คือ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย รวมไปถึงพรรคประชาธิปัตย์

ขณะที่พรรคไทยภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรครักชาติ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพรรคเล็ก และพรรคตั้งใหม่ ต่างไม่สนับสนุนการยกร่างใหม่ หรืออย่างน้อยก็หนุนการแก้ไข รายมาตรา

สำรับท่าทีของพรรคใหญ่ อย่างพรรคภูมิใจไทย นายนิกร จำนง ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ชี้แจงแทน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ที่ก่อนหน้านี้สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การยกร่างใหม่โดยยืนยันจะไม่ไปแตะหรือแก้ไขใดๆในรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และหมวด 2 อันตลอดรวมถึงกฎหมายอาญาใน มาตรา 112 ด้วย ส่วนการไปตัดทอนอำนาจขององค์กรสำคัญก็ยืนยันว่า ไม่มี ถ้าจะมีการปรับปรุงกันบ้างเท่าที่จำเป็นก็หารือกัน

ขณะที่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงจุดยืนในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า พรรคเพื่อไทยพูดถึงจุดยืนตรงนี้มาตลอดว่าการที่จะทำให้ต่างประเทศ หรือทุกคนมีความเชื่อมั่นใน ประเทศไทย รัฐธรรมนูญควรมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และสิ่งสำคัญ มี 3 ข้อที่ จำเป็นต้องยึดถือ และต้องปรับเพื่อทำให้ได้รับการยอมรับ คือการบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการยุติธรรม และความเหลื่อมล้ำ ทั้งเรื่องการศึกษาและสาธารณสุข ที่สำคัญต้องไม่แตะ หมวด 1 หมวด 2 ซึ่งเป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทยมาตลอด

ส่วนพรรคประชาชนนั้นคงไม่ต้องพูดถึง พวกเขายังถือว่า เรื่องแกไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การยกร่างใหม่นั้น เป็นเรื่องสำคัญของพวกเขาอยู่แล้ว ซึ่งรับรู้กันดี 

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องพิจารณากันก็คือ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อยู่ในอารมณ์และความต้องการของชาวบ้านหรือไม่ และที่สำคัญก็คือ มีความจำเป็นต้องแก้ไข หรือไม่ และหากมีความจำเป็นต้องแก้ไขแล้ว จะเป็นการแก้ไขแบบยกร่างใหม่ หรือแก้ไขเป็นรายมาตรา ซึ่งสามารถทำได้เลย และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ใช้งบประมาณเป็นหมื่นล้านบาท

สิ่งที่ต้องพิจารณา และเป็นกรณีที่น่าสนใจก็คือ การลงประชามติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังมีขึ้น พร้อมกันในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ นี้ ทำไมถึงเงียบ ไม่ได้รับความสนใจจากชาวบ้านนัก คำตอบก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเพราะชาวบ้านเขารู้สึก “เฉยๆ” กับเรื่องนี้ และมองเห็นว่าไม่ใช่เป็นเรื่องเร่งด่วน เมื่อเทียบกับเรื่อง เศรษฐกิจ ปากท้อง รวมไปถึงปัญหาความมั่นคง ที่รุมเร้าเข้ามา

ดังนั้น การที่บรรดาพรรคการเมือง ต่างแสดงท่าทีต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้น มั่นใจหรือว่าจะได้เสียงสนับสนุนจากชาวบ้านเพิ่ม ในทางตรงกันข้ามอาจทำให้เกิดผลในทางลบ ต่อการตัดสินใจในช่วงโค้งสุดท้าย ก็เป็นไปได้ไม่น้อยทีเดียว !!


กำลังโหลดความคิดเห็น