เมืองไทย 360 องศา
หากพิจารณาจากผลสำรวจที่เพิ่งออกมาไม่ว่าจะสำนักไหนล้วนออกมาในลักษณะเดียวกัน และพรรคการเมืองหลักในการเลือกตั้งคราวนี้ก็มีอยู่ สามพรรค คือพรรคประชาชน ภูมิใจไทย และเพื่อไทย ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าตามผลสำรวจจะบอกว่าเริ่ม “แรง” ทั้งในระดับหัวหน้าพรรค คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรค แต่ในรายละเอียดของความแรงนั้น “ยังไม่แรงพอ” ที่จะดันขึ้นมาเป็นการ “ชิงเกมอำนาจ” สำหรับการเลือกตั้งคราวนี้อย่างแน่นอน
สำหรับการประเมินหลังการเลือกตั้งที่คาดหมายแนวโน้มของรัฐบาลผสม และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยตั้งรัฐบาล เป็น “สองพรรคหลัก” ก่อน ส่วนพรรคที่เหลือค่อยมาว่ากันอีกทีไม่ว่าจะเป็น พรรคกล้าธรรม หรือแม้แต่พรรคประชาธิปัตย์(แบบมีเงื่อนไข)
ดังนั้นคราวนี้หากมาวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวและท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะ ท่าทีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลังจากกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง เป็นการกลับมาบนซากปรักหักพังของพรรคที่อาจเรียกได้ว่าอยู่ในยุค “ตกต่ำ” ของพรรคหากพิจารณาจากจำนวน ส.ส.และความแตกแยก แตกฉานซ่านเซ็นของคนในพรรค
การกลับมารอบนี้ของ นายอภิสิทธิ์ ที่เขาพยายามแสดงให้เห็นว่ามีเจตนาเข้ามากอบกู้ เริ่มตั้งแต่เงื่อนไขแรกที่ต้องกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคแบบไม่มีใครเสนอชื่อเข้าแข่งขัน และที่สำคัญยังได้รับการสนับสนุนจาก นายชวน หลีกภัย ที่เป็นผู้อาวุโสคนสำคัญ หลังจากนั้นเขา ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนทางการเมืองครั้งแรกบนเวทีดีเดตครั้งแรกว่าไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ไม่ยอมตกกระแสเรื่อง “ทุนเทา” ยืนยันไม่ทนทุนเทา
และล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มกราคม ระหว่างหาเสียงบนเวทีในกรุงเทพฯ นายอภสิทธิ์ เวชาชีวะ ก็ได้ประกาศท่าทีอีกครั้ง แม้ในคำพูดจะฟังดูเป็นลีลาให้ดิ้นได้ แต่ความหมายให้ตีความว่า “ไม่ร่วมรัฐบาลกับระบอบทักษิณ” ซึ่งจะเป็นอื่นไปไม่ได้ก็คือพรรคเพื่อไทย นั่นแหละ เพียงไม่พูดชื่อพรรคตรงๆ ออกมาเท่านั้น อย่างไรก็ดีเขาก็ “ย้อนศร” กลับไปที่คำพูดของแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่แหย่ว่า ประชาธิปัตย์อาจจับมือกับพรรคเพื่อไทย โดยเขาท้าทายพรรคภูมิใจไทย ให้กล้าประกาศว่าไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทย ไม่จับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถ้าประกาศแบบนี้ ก็จะเป็นฝ่ายค้านแน่นอน
ทั้งนี้คำพูดของ นายอภิสิทธิ์ บนเวทีหาเสียงในกรุงเทพฯดังกล่าว ได้สะท้อนท่าทีที่ชัดเจนขึ้น อย่างน้อยใความหมายว่า “ไม่จับมือกับระบอบทักษิณ” แต่กับพรรคภูมิใจไทย ถือว่ายังไม่ชัด แต่ก็กล่าว “ย้อนศร” กลับไปตามลีลา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ที่สวนเบญจสิริ โดยกล่าวปราศรัยว่า ครั้งนี้วัดใจกันไปเลยว่าพรรคที่คนมองว่าตกต่ำ แต่เราเปิดให้คนเข้ามาสมัครลงเลือกตั้ง คนที่คัดเลือกมา มีหลากหลาย หลายคนจบปริญญาเอก มีทำงานกันหลายอาชีพ หลายคนไม่ได้มีฐานการเมืองแต่ต้องการเข้ามาทำงานช่วยประเทศชาติ ทุกคนผ่านกระบวนการคัดเลือกของพรรคปชป. เพื่อให้เข้าไปเป็นส.ส.แก้ปัญหาประชาชน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ขอย้ำอีกครั้ง วันนี้อย่าไปหลง น้ำเงิน กับส้ม แข่งกัน รู้หรือว่า น้ำเงินกับส้ม จะไม่ทำเอ็มโอเอกันอีก หัวหน้าพรรคประชาชนบอกจะไม่ยกมือให้อนุทิน จะไม่ร่วมรัฐบาล แต่เจ้าของพรรคบอก อันนั้น มันหัวหน้าพรรคพูด แล้วก็ไม่เคยพูดว่าถ้าพรรคส้มมาที่หนึ่ง จะไม่ชวนสีน้ำเงินเข้าไปร่วมรัฐบาล แต่แปลกไหม อะไรๆ ก็มาถามแต่ประชาธิปัตย์ แล้วก็มาหาเรื่องพรรคประชาธิปัตย์ พอผมบอกไม่ร่วมกับพรรคนั้น แล้วก็มาบอกว่า จะไปร่วมกับพรรคส้ม มันเกี่ยวอะไร
“วันนี้ ภูมิใจไทยกล้ามาวิจารณ์บิดคำให้สัมภาษณ์ของผม ที่ผมให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวาน สื่อถามว่า ปิดทางร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทยกับพรรคประชาชนไหม ผมก็บอกว่า ถ้ามีทุจริต มีทุนเทา มีความแตกแยก แล้วกรณีพรรคเพื่อไทย พูดมาตลอดว่า เรานี้แหละ สู้กับระบอบทักษิณ ตั้งแต่ต้นจนถึงทุกวันนี้และต่อไปในอนาคต แต่ความเป็นประชาธิปัตย์ พอผมบอกว่าไม่เอาเพื่อไทย ก็บอก ไอ้นี้ สร้างความแตกแยก เขาเปลี่ยนหัวหน้าพรรค เปลี่ยนนโยบายแล้ว จะเอาบ้านเมืองให้อยู่แบบนั้น พอพูดเมื่อวาน ก็ไปบอกว่า ประชาธิปัตย์พร้อมจับมือเพื่อไทย ผมแค่จะบอกว่า ผมไม่ปิดประตู แต่ถ้ามือระบอบทักษิณแหย่เข้ามา ผมงับมือขาดทันที แล้วมีบางพรรคบอกว่า ประชาธิปัตย์จับมือเพื่อไทย คนใต้ผิดหวังมาก เขาบอกจะมาเป็นพรรคดูแลคนใต้ ขอโทษครับ คุณกล้าประกาศไหมไม่เอาเพื่อไทย คุณกล้าประกาศไหมว่าไม่เอาประชาธิปัตย์ เพราะถ้ากล้าประกาศ ก็ฝ่ายค้านแน่นอน”
ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนชัดเจนทุกเรื่อง ไม่มีกั๊ก คุณไม่ประกาศไม่พอ พรรคนั้นคุณก็ยังกอดอยู่ใช่ไหม พรรคไหนมีนโยบายสร้างความแตกแยก เอาเรื่องละเอียดอ่อน มาทำให้เกิดความแตกแยก ประชาธิปัตย์ก็ไม่เอาด้วย ดูแล้วการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีพรรคไหนชนะขาด สุดท้ายก็ต้องมาเจรจากัน เอ็มโอเอ จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ถ้าเทไป ระวังแทงผิด สิ่งที่คิดว่าไปกันได้ จะไม่ใช่ แต่ถ้าเลือกประชาธิปัตย์ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีรัฐบาลเทา ไม่มีรัฐบาลสร้างความแตกแยก
แน่นอนว่า สำหรับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขาย่อม “เก๋าเกม” ยิ่งมาเที่ยวนี้ ยิ่ง “เขี้ยว” กว่าเดิม แม้ว่าในการเลือกตั้งเมื่อปี 62 ที่เขาทิ้งระเบิดก่อนวันเลือกตั้ง “ไม่เอาลุงตู่” จนพรรคประชาธิปัตย์ต้องพ่ายแพ้ย่อยยับเหมือนกัน แม้ว่าคราวนั้นจะผิดจะถูกก็ว่ากันไป แต่การเลือกตั้งเที่ยวนี้เขาไม่ยอมตกกระแส “ทุนเทา” และล่าสุดย้ำ “ไม่เอาระบอบทักษิณ” หากเดาความหมายง่ายๆ ก็คือ “ไม่เอาพรรคเพื่อไทย” หรือเปล่า มันก็ตีวงแคบเข้ามาอีก เพราะอย่างที่เขาได้ประเมินแล้วว่าครั้งนี้จะเป็นรัฐบาลผสม ที่มีแนวโน้มตั้งรัฐบาลระหว่างสองขั้วคือ ขั้วพรรคประชาชน กับ ขั้วภูมิใจไทย หากประชาธิปัตย์ ไม่เอากล้าธรรม กับเพื่อไทยแล้ว
ในสนามเลือกตั้งอาจเป็นการดึงดูดใจบรรดา “แฟนคลับลีฟ้า” เดิมๆให้กลับมาให้มากที่สุด เพิ่มจำนวน ส.ส.ให้มากกว่าเดิม ขณะเดียวกันเหมือนกับว่าเป็นการส่งสัญญาณกลายๆว่า มี “เจตนาเป็นฝ่ายค้าน” เพื่อรอโอกาสกลับมาอีกครั้งในฐานะนายกรัฐมนตรี เพราะหากร่วมรัฐบาลเขาคงไม่เป็นรัฐมนตรีแน่นอน จะไปเป็นประธานสภาตามที่หลายคนเห็นคล้อยตาม แต่คำถามก็คือ พรรคแกนนำเขาจะยอมหรือไม่
ดังนั้นหากมองเป็นกลยุทธ์ ของพรรคประชาธิปัตย์ และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหมือนกับการ “ปิดทาง” การเข้าร่วมรัฐบาลให้แคบลง เพื่อรอจังหวะการฟื้นตัวให้เต็มที่ จากการแสดงบทบาทในสภา และ “คราวหน้า”เขาหวังจะกลับมาชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง เพราะต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมาคณะกรรมการบริหารให้การยอมว่าให้เป็นหัวหน้าพรรคลากยาวถึง 4 ปี และเป็นมติเอกฉันท์ เสียด้วย!!


