“อภิสิทธิ์” เตรียมเปิดปราศรัยใหญ่กรุงเทพฯ เวทีแรก 11 ม.ค.สวนเบญจสิริ ปิดท้าย 6 ก.พ.ลานคนเมือง ขอแค่ประชาชนเลือก ปชป.ทั้ง 33 เขต ย้ำสร้างรัฐบาลสุจริต ปราศจากทุนเทา ดันไทยหลุดหล่มความขัดแย้ง
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. เวลา 07.30 น. ที่ตลาดกลางดินแดง ถนนประชาสงเคราะห์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงตอบรับการลงพื้นที่ย่านดินแดง–พญาไท ว่า รู้สึกดีใจที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น เนื่องจากเคยเป็นผู้แทนฯ ในพื้นที่นี้เมื่อกว่า 20 ปีก่อน ยังมีความผูกพันกับประชาชนจำนวนมาก และเห็นได้ชัดว่าผู้สมัครของพรรคได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนประชาชนรู้จักเป็นอย่างดี
เมื่อถามถึงการประเมินจำนวน ส.ส.ในกรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่ายังไม่ประเมินเป็นตัวเลข แต่ขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 33 เขต พร้อมย้ำว่าหากประชาชนเลือกพรรคเข้าไปมาก จะสร้างความมั่นใจได้ว่าจะมีรัฐบาลที่ดี สุจริต ไม่เอื้อทุนเทา และไม่สร้างความแตกแยกในสังคม
กรณีเปิดแคมเปญให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลแจ้งเข้ามา ส่วนกรณีป้ายหาเสียงถูกทำลาย เชื่อว่าเป็นปัญหาที่เกิดกับหลายพรรค พร้อมขอร้องทุกฝ่ายให้ช่วยกันทำให้การเมืองเป็นไปอย่างสร้างสรรค์
นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้คือการสร้างบ้านเมืองให้สุจริต เพราะหากประเทศขาดความสุจริต จะกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ และทำให้ประเทศติดหล่มปัญหาความไม่ไว้วางใจกันมายาวนาน ถึงเวลาที่ต้องพาประเทศหลุดพ้นจากวงจรดังกล่าว
ส่วนกรณีที่พรรคการเมืองอื่นออกแคมเปญต่อต้านคอร์รัปชัน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปัญหาไม่ใช่เรื่องบทลงโทษที่รุนแรง แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องจริงจัง โดยรัฐบาลต้องสุจริตเป็นตัวอย่าง และต้องเปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้ประชาชนตรวจสอบได้ เพื่อปิดช่องทางการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อถูกถามเปรียบการเมืองเป็นสนามฟุตบอล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เปรียบเหมือน “ทีม” และตนเองทำหน้าที่เป็นตัวทำเกม คอยส่งต่อโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพ
สำหรับการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า จะเดินหน้าสื่อสารนโยบาย “ไทยหายจน” โดยเฉพาะ 27 นโยบายเด่น พร้อมอธิบายรายละเอียดให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น ก่อนจะรณรงค์ในประเด็นอื่นต่อไป
โดย พรรคเตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในกรุงเทพฯ เวทีแรกวันที่ 11 ม.ค. ที่ สวนเบญจสิริ และเวทีสุดท้ายวันที่ 6 ก.พ. ที่ ลานคนเมืองในส่วนการลงพื้นที่ต่างจังหวัด วันที่ 7 ม.ค. จะเดินทางไปหาเสียงที่จังหวัด นครศรีธรรมราช พร้อมยอมรับว่าการแข่งขันในภาคใต้ดุเดือด แต่ถือเป็นเรื่องดีเพราะประชาชนมีทางเลือก และย้ำจุดยืนต่อต้านการใช้เงินและทุนครอบงำการเมือง
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า จากข้อมูลการศึกษาพบว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ พรรคจึงเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานถนนและรถไฟ เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ภาคใต้อย่างเหมาะสมแทน
สำหรับนโยบายที่เตรียมต่อยอด อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุถ้วนหน้าเพิ่มเป็น 1,000 บาท การดูแล อสม. การปรับปรุงประกันรายได้เกษตรกรให้ช่วยเหลือรวดเร็วขึ้น และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรเทคโนโลยี รวมถึงการขยายสิทธิเรียนฟรี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน


