“อภิสิทธิ์” ปราศรัยภูเก็ต ชู การเมืองสร้างสรรค์ มุ่งเน้นสวัสดิการครอบคลุมทุกช่วงวัย ผลักดัน ศก.แดนใต้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโลก เล็งปั้นภูเก็ตโมเดลใหม่ กระจายรายได้เหนือจดใต้ ไม่ต้องรอพึ่งพา นทท.อย่างเดียว ลั่น “ไม่ต้องเอาคนมาเพิ่ม แต่ต้องเอาเงินมาเพิ่ม”
วันนี้ (11 ม.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ นำเสนอนโยบายที่สร้างเสียงฮือฮาให้กับประชาชน โดยย้ำถึงแนวทางการเมืองสุจริตและการพัฒนาที่กินได้จริง โดยชุดนโยบายการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก มอบเงินขวัญถุงแรกเกิด 65,000 บาท และสนับสนุนค่าเลี้ยงดูรายเดือน 5,000 บาท ตลอดปีแรก รวมเป็นเงิน 65,000 บาท เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของแม่และเด็ก และรัฐเติมเงินเข้าบัญชีเด็กเดือนละ 500 บาท ต่อเนื่องจนอายุ 18 ปี เพื่อให้เยาวชนมีเงินก้อนสะสม 100,000 บาท สำหรับเป็นทุนการศึกษาหรือต่อยอดอาชีพในอนาคต
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ผู้สูงอายุไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าใครจะได้ 600 หรือ 800 บาท เพราะพรรคมีนโยบายปรับให้เป็น 1,000 บาทถ้วนหน้าทุกคน นอกจากนี้ ยังแถม “เซอร์ไพรส์” กลางเวทีด้วยนโยบาย เบี้ยคนพิการเพิ่มขึ้น 2 เท่า เพื่อให้เพียงพอต่อการดำรงชีพในภาวะค่าครองชีพสูง
ไม่เพียงแค่ตัวเงิน นายอภิสิทธิ์ ยังห่วงใยถึงความปลอดภัยในบ้าน โดยประกาศงบสนับสนุน 50,000 บาท สำหรับผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป เพื่อนำไปปรับปรุงบ้าน จัดทำราวจับ หรือปรับเปลี่ยนประตูให้ปลอดภัย ลดอุบัติเหตุการล้มในบ้านซึ่งเป็นเรื่องสำคัญของสังคมสูงวัย
ในส่วนของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์ ชี้หมัดเด็ดว่า ภูเก็ตจะพึ่งพาแค่เม็ดเงินจากการท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป เพราะบทเรียนจากโควิด-19 แสดงให้เห็นแล้วว่าหากโลกมีปัญหา ภูเก็ตจะเจ็บหนักที่สุด จึงเสนอแนวคิด “ภูเก็ตเป็นได้มากกว่าแหล่งท่องเที่ยว” โดยกระจายศักยภาพไปทั่วเกาะ ปั้นเป็นศูนย์กลางการบินและที่อยู่อาศัยระดับพรีเมียมเชื่อมพังงา ส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง ต่อยอดสู่ธุรกิจ Wellness และศูนย์การแพทย์ระดับโลก ดันเป็นเขตเศรษฐกิจดิจิทัล ดึงดูดคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ยกระดับเป็นศูนย์กลางการเดินเรือและการท่องเที่ยวทางน้ำ
พร้อมนำเสนอแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ประนีประนอมแต่ทรงพลัง สร้างรถไฟฟ้าความเร็ว 160 กม./ชม. เชื่อมโยงภาคใต้ไทย-มาเลเซีย และพัฒนามอเตอร์เวย์เพื่อการขนส่งที่รวดเร็ว ยกระดับราคายางและปาล์มน้ำมันด้วยการ “แปรรูป” เพิ่มมูลค่าสินค้า มากกว่าการรอพึ่งพากลไกตลาดโลกเพียงอย่างเดียว การเมืองโปร่งใส ย้ำว่าหน้าที่ สส. คือ การรับฟังความเดือดร้อนมาแปรเป็นนโยบาย ไม่ใช่การต่อรองผลประโยชน์หรือยื่นคำขาดกับประชาชน
“การเมืองที่ดีคือการบอกว่าเราจะทำอะไรให้ประชาชน และต้องทำได้จริงเหมือนที่เราเคยทำสำเร็จมาแล้ว ทั้งเรียนฟรีและเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ได้ใจชาวภูเก็ตไปเต็มๆ เมื่อกล่าวถึงปัญหาที่คนในพื้นที่ต้องเจอ ทั้งรถติด ขยะ และน้ำท่วม โดยระบุว่า ที่ผ่านมา เน้นแต่ปริมาณนักท่องเที่ยวจนทรัพยากรพัง แต่คนภูเก็ตไม่ได้รวยขึ้นจริง
“ผมมาที่นี่ พี่น้องบอกว่าไม่ต้องเอาคนมาเพิ่มแล้วก็ได้ แต่ขอให้เอาเงินมาเพิ่มในกระเป๋าพี่น้องแทน!” นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย


