“สมศักดิ์” หาเสียงสุโขทัยเข้มข้น ตระเวนพบประชาชน 4 เวที ชูนโยบายประกันกำไรเกษตร 30% แก้กฎหมายอ้อย เพิ่มส่วนแบ่ง-ล้างหนี้-30บ.ด้าน “ประภาพร” ชี้ เงินดิจิทัล 1 หมื่น สำเร็จแล้ว 17 ล้านคน แจงเฟส 3 สะดุดเหตุถูกร้อง เตรียมดันมาตรการใหม่
วันนี้(10 ม.ค.69) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 4 เบอร์ 2, นายณัคนางค์ กุลนาถศิริ ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 1 เบอร์ 5, นางประภาพร ทองปากน้ำ ผู้สมัคร สส.สุโขทัย เขต 3 เบอร์ 1 และนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ อดีต สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน 4 จุด ในจังหวัดสุโขทัย ได้แก่ ตลาดนัดตาแล ต.ท่าชัย, ลานพระบรมราชานุสาวรีย์พระยาลิไท ต.ศรีสัชนาลัย อ.ศรีสัชนาลัย, วัดวังหว้า ต.ป่ากุมเกาะ และโดมหมู่ที่ 2 บ้านวังแร่ ต.คลองยาง อ.สวรรคโลก
นายสมศักดิ์ กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยมีนโยบายจำนวนมากเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่เขต 4 ที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พรรคมีนโยบาย ประกันกำไรพืชผลการเกษตร 30% และ ผลักดันแก้ไข พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อเพิ่มสัดส่วนแบ่งรายได้ให้ชาวไร่อ้อยมากกว่า 70% ซึ่งการแก้กฎหมายจำเป็นต้องมีเสียงข้างมากในสภาฯ จึงขอแรงสนับสนุนเลือกนายจักรวาล เบอร์ 2 เข้าสภาฯ
นายสมศักดิ์ยังกล่าวถึงการยกระดับนโยบายสาธารณสุขจาก “30 บาทรักษาทุกที่” เป็น “30 บาท AI” เพื่อให้ประชาชนพบแพทย์ผ่านระบบออนไลน์และรอรับยาที่บ้าน ช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ ลดเวลาและค่าเดินทาง พร้อมเดินหน้าป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
ด้านนายจักรวาลระบุว่า ตลอดการทำงานในฐานะ สส.เขต 4 ได้ประสานรัฐบาลพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านคมนาคม การขนส่งพืชผลการเกษตร รวมถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง และการติดตามแก้ปัญหาชาวไร่อ้อย ย้ำขอโอกาสประชาชนสนับสนุนกลับไปทำงานต่อเนื่องในสภาฯ
ขณะที่ น.ส.ณัคนางค์กล่าวว่าหากประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยครบทั้ง 4 เขต จะทำให้สุโขทัยมี สส.เขต 4 คน และ สส.บัญชีรายชื่ออีก 3 คน รวม 7 คน ทำงานเป็นทีมเดียวกัน พร้อมผลักดันนโยบาย ล้างหนี้ ครอบคลุมหนี้เสียไม่เกิน 2 แสนบาท หนี้เกษตรกร พักต้น-ดอก 3 ปี หนี้วัยเกษียณ และหนี้นอกระบบ ควบคู่กับนโยบาย “ล้างจน” เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างเป็นระบบ
ด้าน น.ส.ประภาพร กล่าวว่า นโยบาย เงินดิจิทัล 10,000 บาท ดำเนินการสำเร็จแล้ว 2 เฟส มีประชาชนได้รับสิทธิ์กว่า 17 ล้านคน ส่วนเฟส 3 สำหรับผู้มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ต้องชะลอเนื่องจากมีการร้องเรียนต่อศาลเกี่ยวกับการใช้งบกลาง ต่อมามีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ทำให้โครงการสะดุด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่ใช้งบเดียวกันทำโครงการคนละครึ่งแต่ไม่มีการร้อง พรรคเพื่อไทยจึงเตรียมผลักดันมาตรการใหม่ที่ รัฐจ่าย 70% ประชาชนจ่าย 30% เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม


