อนุฯ ปฏิบัติราชการภาคอีสาน ใน ก.น.บ รับทราบ แผนปรับปรุงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2568 เฉพาะจังหวัดภาคอีสาน กว่า 117 โครงการ งบประมาณ รวม 1,395,250,238 บาท พร้อมแจ้ง จังหวัดกาฬสินธุ์ให้ความสำคัญกับ "กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์" สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)
วันนี้ (29 ส.ค.2568) มีรายงานจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า สำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สพอ.)ในฐานะเลขานุการ จัดประชุมคณะอนุกรรมการประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ (ก.น.บ.) ครั้งที่ 3/2568 ที่มีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน
เห็นชอบการปรับปรุงแผนปฏิบัติราชการประจำปีและการเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
"แจ้งจังหวัดนครราชสีมา เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้ปรับปรุงแผนปฏิบัติราชการประจำปีและการเปลี่ยนแปลงโครงการ ของจังหวัดจำนวน 1 โครงการ งบประมาณ 5,860,000 บาท"
เห็นชอบ ให้นำเสนอ ก.น.บ. เพื่อพิจารณาอนุมัติ บันทึกความร่วมมือการดำเนินการตามแผนพัฒนาจังหวัด และแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดกาฬสินธุ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570
กับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามมาตรา 56
พร้อมเอกสารแนบท้ายบันทึกความร่วมมือ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวบรรพชีวิน เชื่อมโยงวัฒนธรรม ประเพณี
ทั้งนี้ขอให้จังหวัดกาฬสินธุ์ให้ความสำคัญกับ "กุ้งก้ามกรามกาฬสินธุ์" ซึ่งเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัด ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียนไปเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568
นอกจากนี้ ยังรับทราบประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ (1) คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานภายใต้คณะอนุกรรมการประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 16 คน มีสภาพัฒน์ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
(2) การปรับปรุงแผนปฏิบัติราชการประจำปีและการเปลี่ยนแปลงโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568
"(กรณีเพื่อทราบ) จำนวน 117 โครงการ งบประมาณรวม 1,395,250,238 บาท โดยส่วนใหญ่ เป็นโครงการ ที่ จังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสนอ เพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดอีสาน หลังคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการบูรณาการ".