xs
xsm
sm
md
lg

“โบว์ ณัฏฐา” ชี้ รอยร้าว “พิธา-ปิยบุตร” บนความต่างที่ “ก้าวไกล” จะเลือกแบบไหน “นักเขียนซีไรต์” ซัด สนองตัณหาอำนาจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล
ไม่จบ! “โบว์ ณัฏฐา” ชี้ รอยร้าว “พิธา-ปิยบุตร” มีอะไรมากกว่า “ดราม่า แยกย้าย” บนความต่างที่สังคมควรได้รู้ “ก้าวไกล” จะเลือกแบบไหนเป็นหลัก นักเขียนซีไรต์ อ่านเกม “ทะเลาะ-จูบปาก” ไม่ได้ทำเพื่อ “ปชช.” แต่สนองตัณหาอำนาจ

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (23 ก.พ.66) “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ แสดงความคิดเห็นกรณีความขัดแย้งระหว่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่า

“ความแปลกของกลุ่มคนที่ต้องการเสรีภาพสุดขั้วหลายคน ก็คือ เมื่อเป็นเรื่องของตัวเอง ก็รับฟังไม่ได้แม้แต่การวิเคราะห์ อย่าว่าแต่การวิจารณ์

มันคือความ “เด็ก” ที่ไม่ได้หมายถึงวัย

ภาพ “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา จากแฟ้ม
จริงๆ ความขัดแย้งระหว่างคุณพิธา กับ อ.ปิยบุตร ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าตกใจแต่แรก (แค่น่าสนใจ) แต่กลายเป็นว่า กองเชียร์พรรคก้าวไกลเอง กลับแสดงออกเหมือนเป็นชัยชนะบางอย่างเมื่อเห็นเขาดีกัน

แปลว่า ทุกคนก็ uncomfortable กับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งที่มันมีที่มาที่ไป และ “สาเหตุ” ก็ยังอยู่ที่เดิม

แต่ไม่รู้ว่าคนบางกลุ่มจะมีวุฒิภาวะพอที่จะ “สะท้อน” และทำความเข้าใจหรือไม่ ว่า สังคมก็ต้องการอะไรแบบนี้จากพวกคุณเหมือนกัน การรับฟังคนอื่นบ้างและการนำเสนออะไรๆ ด้วยท่าทีที่จะทำให้เดินด้วยกันต่อได้ แทนที่จะแตกหัก ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากได้จากกันและกันทั้งนั้น.. lesson from this episode

(แต่เท่าที่เห็น ไม่น่าจะได้อะไรขึ้นมาเลยจากเหตุการณ์นี้ มีแต่คำว่า “ดราม่าจบ แยกย้าย” รีบกลับ ทั้งที่ความต่างที่นำมาสู่รอยร้าวรอบนี้ เป็นประเด็นที่ fundamental มากๆ สำหรับการเดินต่อของพรรคก้าวไกล ที่สังคมควรได้รู้ และได้รับฟังคำตอบว่า ที่สุดแล้วพรรค “เลือก” แนวทางไหนเป็นแนวทางหลัก)”

ภาพ วิมล ไทรนิ่มนวล จากแฟ้ม
ขณะเดียวกัน วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่า

“ยังไม่จบ” แม้จะเปลี่ยนจากที่เคยประสานงานกันมาเป็นประสานงา ก็ไม่ได้หมายความว่า ชาวสามกีบจะแตกกระจัดกระจายและสลายไป แค่อึ้งไปพักหนึ่งสำหรับคนที่คาดไม่ถึง ส่วนที่ติดตามความคิดของคุณปิยบุตรมาในระยะหลัง ก็จะเห็นรอยปริแตกมาก่อนแล้ว

ผมไม่แปลกใจกับเรื่องความแตกหัก-แตกแยกกันของคนในแวดวงการเมืองและธุรกิจ เพราะมันเป็นเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ อันดับแรกก็คือ เรื่องความเชื่อ แม้ความเชื่อเหมือนกัน ยุทธศาสตร์เหมือนกัน แต่กลยุทธ์ต่างกัน ก็แตกแยก-แตกหัก กันได้

ส่วนเรื่องอำนาจและผลประโยชน์อื่นใดที่เป็นเหตุให้แตกแยก-แตกหัก นั้น ก็ดูการปฏิวัติในจีน ในรัสเซีย หรือการปฏิวัติในฝรั่งเศสปี 1789 ที่เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้คุณปิยบุตรก็ได้ แม้กระทั่งปฏิวัติในไทยโดยคณะราษฎรก็ด้วย ทั้งหมดล้วนแต่เมื่อยึดอำนาจได้ ความแตกแยก-แตกหัก ก็ตามมา...ด้วยเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ จากนั้นก็เข่นฆ่าทำลายล้างกันเองจนสูญพันธุ์นักปฏิวัติไป

เพราะเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ทำ “เพื่อประชาชน” หรือ “เพื่อประเทศชาติ” แต่อย่างใด หรือหากทำ-ตัวเองต้องมีอำนาจก่อนเสมอ แต่ลึกสุดในจิตใจนั้นทำเพื่อสนองตัณหาในอำนาจ (ในนามของอุดมการณ์) ของตนเท่านั้น

แต่คนพวกนี้ก็เชื่อ (อย่างเป็นกลไก) ว่า ทำเพื่อประชาชน เพื่อประเทศชาติ

ความแตกแยก (แตกหักด้วยหรือไม่ผมไม่ทราบ) ของคุณพิธากับคุณปิยบุตรนั้น เพราะมีความคิดแตกต่างกันที่ “วิธีการเดิน” หรือ กลยุทธ์ คุณพิธาเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง จึงต้องเดินผ่านสภาเป็นหลัก แบบไม่ต้องรีบ แต่ก็เคยประกาศในนามพรรคว่า จะปฏิรูปมาตรา 112

ส่วนคุณปิยบุตรนั้น ต้องการให้พรรคยกเอามาตรา 112 เป็นธงนำ เขาเกรงว่า พรรคและคุณพิธาจะไม่เอาจริง เพราะช่วงหลังมานี้ คุณพิธา พูดเรื่องนี้น้อยลง ส่วนคุณปิยบุตรพูดมากขึ้น

ไม่ว่าชาวสามกีบจะเชียร์คุณพิธา หรือเชียร์คุณปิยบุตร แต่ความคิดเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ผ่านมาตรา 112 จะคงอยู่ต่อไป รวมทั้งการประสานความแตกแยกของทั้ง 2 คน และการปรับขบวนใหม่ในฝ่ายตนด้วย

แค่คน 2 คนทะเลาะกัน มันไม่สามารถทำให้ความเชื่อในหัวคนอีกมากมายสลายไปด้วยหรอก มันฝังรากลึกลงในหัวแล้ว

แน่นอน, ประเด็นที่น่าสนใจ ก็คือ “การต่อสู้” ทางการเมืองของพรรคก้าวไกล บนความต้องการตอบสนองอุดมการณ์ “3 นิ้ว” กับ สนองความต้องการของ ประชาชน อย่างไหนคือ แนวทางหลัก?

และถ้า “ความต่าง” ในแนวทางการต่อสู้ คือ ที่มาที่ไปของความขัดแย้งระหว่าง “ปิยบุตร” กับ “พิธา” สุดท้าย พรรคก้าวไกล จะเลือกเดินทางไหน? หลัง “จูบปาก” เคลียร์ใจกันแล้ว หรือยังคงยืนยันแนวทางของใครของมันเช่นเดิม แต่ “ยอมจบ” เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อ “ขบวนการต่อสู้” ที่ยังคงยึดโยงอยู่กับฐานการเมือง “3 นิ้ว”

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร สิ่งที่สะท้อนอย่างชัดเจน ก็คือ ภายในขบวนการ “3 นิ้ว” และ พรรคก้าวไกล ยังมีปัญหา ขัดแย้งอีกมากมายซุกอยู่ใต้พรม ที่ภาพภายนอกถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วย คำว่า “ต่อสู้” เพื่อ “ประชาธิปไตย” แต่อาจมีห้อยท้ายว่า “ของใคร”?


กำลังโหลดความคิดเห็น