xs
xsm
sm
md
lg

เลือกตั้งวันนี้ “ลุงตู่” เข้าวิน แต่โดนรุมถล่มเละ !?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา

หากพิจารณาจากผลสำรวจบางสำนักอย่าง “ซูเปอร์โพล” ที่เพิ่งออกมาล่าสุดเมื่อสองวันก่อน ตั้งคำถามเกี่ยวกับความนิยมต่อนักการเมืองและถ้ามีการเลือกตั้งจะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผลปรากฏว่า อันดับหนึ่ง ยังเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ร้อยละ 30.8 ทิ้งห่างอันดับสอง คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ได้ร้อยละ 14.9 ส่วนอันดับสาม ที่ร้อยละ 5.3 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ ร้อยละ 4.8 คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

จากผลสำรวจดังกล่าวทำให้มองเห็นภาพชัดเจนว่า “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังได้รับความนิยมจากประชาชนในระดับที่สูง และจากตัวเลขที่ออกมามันก็เป็นการยืนยันได้ดีว่าเขายัง “ยืนหนึ่ง” ในแบบที่ว่า “ไร้คู่แข่ง” แม้ว่าจะผ่านมาแล้วกว่า 7 ปี กำลังย่างเข้าปีที่ 8 ซึ่งที่ผ่านมายังมองไม่เห็นแบบนี้มาก่อน

อย่างไรก็ดี ในระยะหลังหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะโดนโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามมากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นเพราะหวังผลทางการเมือง โดยเฉพาะเป็นเพราะเขา “อยู่นานเกินไป” หรือเปล่า ซึ่งการอยู่นานของพล.อ.ประยุทธ์ ย่อมมีผลกระทบกับพวกเขา ที่เข้าใจว่า การไม่ได้อยู่ในอำนาจรัฐนั้น ส่งผลทำให้มีการกล่าวกันว่า “ต้องอดอยากปากแห้ง” อะไรประมาณนั้น

จากผลสำรวจข้างต้นทำให้มีเรื่องต้องพิจารณากันต่อไปว่า นอกเหนือจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งแล้ว ตามมาห่างๆ ก็คือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่ปัจจุบันรั้งเก้าอี้ประธานพรรคไทยสร้างไทย รวมไปถึงอันดับที่สาม ที่ห่างกันมากขึ้นไปอีกอย่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

จากตัวเลขและอันดับความนิยมดังกล่าว สังเกตหรือไม่ว่าไม่มีชื่อของหัวหน้าพรรครวมไปถึงแกนนำพรรคเพื่อไทย ที่เวลานี้ถือว่าเป็นพรรคที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุดในสภาฯ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าคิด แม้ว่าเวลานี้จะมี นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงมี นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นรองหัวหน้าพรรค และยังเป็นแคนดิเดตในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรคที่เหลืออยู่

แต่จากผลสำรวจความนิยมกลับออกมาในลักษณะที่ว่า พวกเขา “ไม่มีตัวตน” เพราะไม่มีชื่อติดอยู่ในกลุ่มที่ถูกพูดถึงทุกครั้ง ที่ผ่านมา เมื่อครั้งที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยังไม่แยกวงออกมา ก็จะยังมีชื่อติดโผทุกครั้ง แต่เมื่อ “ตัดเชือก” กันแล้ว มันก็น่าจับตาเหมือนกันว่าต่อไปพรรคเพื่อไทย จะเสนอชื่อใครมาแทน หากต้องเข้าสู่สนามเลือกตั้งในวันหน้าเพื่อชิงอำนาจรัฐ เพราะรายชื่อที่มีอยู่มันไม่เวิร์ก ไม่อยู่ในสายตาของประชาชนเลยสักคน

ขณะเดียวกัน ทำให้ต้องจับตากันต่อไปว่าเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งจริงๆ แล้วสำหรับพรรคเพื่อไทย จะมี ส.ส.เหลืออยู่กี่คนกันแน่ เพราะตัวเลขในปัจจุบันเท่าที่รับรู้กัน ก็คือ “ไม่ใช่ตัวเลขจริง” เพราะเชื่อว่ายังมีอีกไม่น้อยที่จะต้อง “ไหลออก” ไปอยู่กับพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ รวมไปถึงการ “ย้ายขั้ว” ไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ รวมไปถึงพรรคอื่นๆ เช่น พรรคภูมิใจไทย เป็นต้น ซึ่งสภาพเวลานี้มี “งูเห่า” ในพรรคอยู่นับสิบคนมานาน จนเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปอยู่แล้ว

เมื่อวกกลับมาที่ความนิยม และ “อยู่นาน” ของ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และแม้ว่าเมื่อผลการสำรวจความนิยมที่ออกมาแทบทุกครั้ง เขาก็ยังมีคะแนนนำ มันก็ยิ่งทำให้ต้องมีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายตรงข้ามที่ร่วมกันถล่ม จะสังเกตเห็นว่า เวลานี้มีหลากหลายกลุ่ม สารพัดชื่อต่างออกมามีเป้าหมายเพื่อ “ไล่ประยุทธ์” รวมไปถึงมีการดิสเครดิต ที่เรียกว่า “ด้อยค่า” ออกมาแบบถี่ยิบ มีการประสานทั้งในสภาฯและนอกสภาฯ

แต่ขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งมันก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวออกมาในฝั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แม้ว่าจะไม่ได้แสดงออกมาชัดเจน แต่มันก็เหมือนการ “ส่งสัญญาณยุบสภาฯ” ออกมาให้เห็นเหมือนกัน ในความหมายก็คือ “ไม่ลาออก” แต่หากจะต้องเลือก ก็จะเลือก “ยุบสภาฯ” แน่นอน ในความหมาย ทั้งขู่และเอาจริง ซึ่งการขู่อาจมีเป้าหมายไปที่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ที่ระยะหลังจะมีรายการ “ป่วน” ออกมาเรื่อยๆ

ส่วนการเอาจริงนั้นก็เป็นไปได้มากเหมือนกัน แต่เชื่อว่า หากออกมาในรูปนี้ น่าจะเกิดขึ้นในราวต้นปีไปจนถึงกลางปีหน้ามากกว่า เพราะถึงตอนนั้นน่าจะ “ทางสะดวก” ทั้งในเรื่องวัคซีนที่น่าจะคลี่คลาย รวมไปถึงการเปิดเศรษฐกิจ มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ เศรษฐกิจเริ่มเคลื่อนไหว น่าจะกุมความได้เปรียบมากที่สุด

สำหรับเส้นทางข้างหน้าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แม้ว่ายังมีโอกาสจะได้กลับมาอีกรอบ ก็เป็นไปได้สูง แต่คราวหน้าก็ต้องบอกว่ายังหนักเอาการ เพราะจะกลายเป็นว่าเขาจะต้องตกเป็นเป้า ถูกทุกฝ่าย “รวมศูนย์” รุมถล่ม ขัดขวางกันทุกวิถีทาง ไม่เว้นแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลในเวลานี้ ที่เชื่อว่า เมื่อถึงเวลาก็ต้องเงื้อดาบฟาดฟันด้วยเหมือนกัน !!


กำลังโหลดความคิดเห็น...