ข่าวปนคน คนปนข่าว
**บริจาคศิริราชสู้ภัยโควิด 100 ล้าน อีกมุมของ “โกมล” “จึงรุ่งเรืองกิจ” สาย พปชร. นักลงทุนขาใหญ่ตลาดหุ้น ฉายา “Low Profile แต่ High Profit”
“โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” พร้อมด้วย “พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ปรากฏเป็นข่าวว่า ได้บริจาคเงินจำนวน 100 ล้านบาท พร้อมด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ประกอบด้วย อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและตา (Face Shield) จำนวน 3,000 ชิ้น และเครื่องช่วยหายใจไฮโฟลว์ (Airvo 2) จำนวน 10 เครื่อง ให้กับมูลนิธิโรงพยาบาลศิริราช เพื่อสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และ จัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับใช้ในการรักษา
“โกมล” เป็นใคร? น้อยคนที่จะรู้จัก ก็ต้องบอกว่าคือ คนของตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” โดยเป็นน้องชายคนที่ 3 ของตระกูล ต่อจาก “สรรเสริญ จุฬางกูร” เป็นพี่ชายของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.อุตสาหกรรม และเป็นบิดาของ “พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จึงแน่นอนว่า โกมล เป็น “จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่อยู่ในสายรัฐบาล ซึ่งในช่วงเริ่มต้นสร้างพรรคพลังประชารัฐ “โกมล” มีรายชื่อเป็นผู้บริจาครายใหญ่กว่า 3 ล้านบาท
ทว่า “โกมล” ก็ถือเป็นน้องชายของ “พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ” บิดาของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ที่ยืนอยู่คนละฝั่งทางการเมือง
สถานะของ “โกมล” ในด้านธุรกิจ จัดว่าเป็นหัวเรือใหญ่ในเรื่องของฟุตแวร์ ธุรกิจรองเท้า โดยเป็นประธานกรรมการ บริษัท ซัมมิทฟุตแวร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย รองเท้ายี่ห้อแอร์โร่ซอฟ และยังเป็นประธาน บริษัท ไพน์เฮิร์สท กอล์ฟคลับ จำกัด อีกด้วย
ว่ากันว่า นอกจากธุรกิจแล้ว “โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” ยังชอบลงทุนในตลาดหุ้น จัดว่าเป็น “ขาใหญ่” ไม่แพ้ “สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ” แม่ของธนาธร และ “ทวีฉัตร จุฬางกูร” ผู้เป็นหลาน ที่ได้ชื่อว่าเป็นเซียนตลาดหุ้นคนหนึ่ง ที่โด่งดังในยุคนี้
วงการตลาดหุ้นจึงรู้จัก “โกมล” เป็นอย่างดี แต่ก็ว่ากันว่าเขาเป็นคนที่เข้าถึงได้ยากสุดคนหนึ่ง ไม่ชอบเปิดตัวกับใคร จึงมักถูกเรียกขาน หรือ มีฉายา “Low Profile แต่ High Profit”
สไตล์การเล่นหุ้นของ “โกมล” ส่วนใหญ่เน้นเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็กเป็นหลัก ที่ผ่านมา จึงปรากฏชื่อโกมลเป็นผู้ถือหุ้นหลายบริษัท โดยเฉพาะบรรดา “หุ้นร้อน” ทำให้ชื่อ “โกมล” กลายเป็น “ขาใหญ่” ดึงดูดนักลงทุนรายย่อยแห่ตาม ไม่ว่าจะลงทุนหุ้นตัวไหน ตัวอย่างในอดีต เช่นหุ้น “N-Park” หุ้นในตำนานก็วากันว่า “โกมล” ทำกำไรไปหลายพันล้าน!!
นี่เป็นอีกมุมหนึ่งของ “โกมล จึงรุ่งเรืองกิจ” ที่ต้องพูดว่าไม่ธรรมดาจริงๆ
** ศาลเมตตาให้ประกัน “รุ้ง” ได้มีโอกาสปรับพฤติกรรม ไม่ทำผิดซ้ำ กลับไปทุ่มเทให้กับการเรียน หลังถูกควบคุมตัวที่ ทัณฑสถานหญิงกลาง จ.ปทุมธานี มาเป็นเวลา 60 วัน เมื่อตกเป็นจำเลยในคดี 112 ชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ปักหมุดที่สนามหลวง... “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำม็อบคณะราษฎร ก็ได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว เมื่อวานนี้ (6 พ.ค.)
โดยศาลตีราคาประกัน 200,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามกระทำการใดๆ ในลักษณะเช่นเดียวกับที่ถูกกล่าวหาตามฟ้องอันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ หรือเข้าร่วมในกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง และ ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล รวมทั้งให้มาศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด
นับว่าครั้งนี้ “รุ้ง” ได้รับความเมตตาจากศาล เพราะก่อนหน้านี้ ก็มีการยื่นขอประกันตัวหลายครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาต เพราะเกรงว่าเมื่อปล่อยตัวออกมาแล้วจะไปกระทำผิดซ้ำ อีกทั้งยังมีทัศนคติ ท่าทีไม่ยอมรับอำนาจศาล ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม ถอนทนาย ประกาศอดอาหารประท้วงเหมือน “เพนกวิน” และยังใช้มวลชนเครือข่ายกดดัน
เมื่อความคิดตกผลึกว่า การประท้วงด้วยท่าทีแข็งกร้าวไม่ได้ผล เพราะศาลพิจารณาโดยยึดกฎหมายเป็นหลัก ไม่ตกอยู่ภายใต้ปัจจัยกดดันภายนอก
การยื่นขอประกันตัวครั้งล่าสุด “รุ้ง” จึงมีท่าทีอ่อนลง แถลงต่อศาลในระหว่างการไต่สวนว่า จะเคารพและปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอปล่อยชั่วคราวดังกล่าว ศาลจึงอนุมัติ
เชื่อว่าชีวิต 60วัน ในทัณฑสถานหญิงฯ ที่ “รุ้ง” มีเวลาอยู่กับตัวเอง คงได้คิดพิจารณา ทบทวน เก็บรับบทเรียน ถึงเหตุและผลที่ทำให้ต้องมาทนทุกข์กาย ทุกข์ใจ โดยเฉพาะ “พ่อ-แม่” ที่ต้องทนทุกข์ยิ่งกว่าแม้ว่าจะอยู่นอกเรือนจำ
หวังว่าหลังได้รับอิสรภาพแล้ว “รุ้ง” จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลอย่างเคร่งครัด เพราะในสถานการณ์โควิดระบาดหนักเช่นนี้ หากมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม ต่อพี่น้องประชาชนร่วมชาติ คงไม่จัดชุมนุม ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคจนเป็น “คลัสเตอร์” ใหม่เพิ่มขึ้นอีก หรือแม้แต่คิดเดินทางไปต่างประเทศ
เพราะต้องไม่ลืมว่าตัว “รุ้ง” เองยังมีอีกหลายคดีที่รอการพิจารณาของศาล หากผิดเงื่อนไข หลังจากนี้คงยาว
หน้าที่สำคัญอันดับแรกสำหรับ “รุ้ง” หลังจากนี้คือ กลับไปเรียน และอยู่กับครอบครัวให้มาก ใช้เวลา ใช้ “ธรรมะ” กล่อมเกลารักษาจิตใจ ให้ชีวิตในภาคภาคหน้าเดินไปในเส้นทางที่ถูกที่ควร เลิก “เป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือ” ของผู้ใหญ่ที่ไม่หวังดีทั้งหลาย
เช่นเดียวกับ “ทนายความ” ที่รับผิดชอบในคดีของบรรดาแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเหล่านี้ ต้องเจรจาพูดคุย แนะนำ โดยยึดแนวทางเดียวกับ “รุ้ง” หยุดวิธี “เอาหัวโขกกำแพง” หากต้องการได้รับการประกันตัว โดยเฉพาะ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “แอมมี่” ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ ที่ศาลนัดพร้อมเพื่อไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในวันที่ 12 พ.ค.นี้
หวังว่า กรณีของ “รุ้ง” จะเป็นบทเรียน ที่จุดประกายให้แกนนำและแนวร่วมการชุมนุม ที่ต้องคดีอยู่ในขณะนี้ ได้คิด และคิดได้ ก่อนสายเกินไป


