xs
xsm
sm
md
lg

เอ๊ะยังไง? “ไพศาล” ถาม “แม้ว” ทำอะไรไว้ ถึงกลัวคนสั่งทหาร “เทพมนตรี” ดึงสติ “ทักษิณ” หยุดประวัติฯเลวร้าย!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ นายทักษิณ ชินวัตร จาก เพจเฟซบุ๊ก แคร์ คิด เคลื่อน ไทย
“ลุงไพศาล” พูดเป็นนัย ถาม “แม้ว” ทำอะไรไว้ ถึงกลัวคนสั่งทหาร “เทพมนตรี” ดึงสติ “ทักษิณ” หยุดประวัติศาสตร์เลวร้าย ตัดท่อน้ำเลี้ยง “ตู่-เต้น” ทำดีวาระสุดท้ายของชีวิต “จตุพร” อ้าง “อดุลย์” ผุด “พฤษภา 35” ภาค 2

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (31 มี.ค. 64) นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษา พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

“ท่านแม้วกลัวคนสั่งทหารนั้นถูกต้องแล้ว

เพราะเป็นธรรมดาที่ผีต้องกลัวพระ!!!!

ภาพ นายไพศาล พืชมงคล จากแฟ้ม
ถึงวันนี้ท่านแม้วรู้หรือยังว่า แต่ดั้งเดิมมาที่ท่านแม้วจงรักภักดีและเคารพรักศรัทธาพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ อย่างสูงสุดนั้น

เกิดการเปลี่ยนไปเพราะใคร?

3 เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้น ท่านแม้วถูกใครหลอก!!!

ถามลุงจิ๋วดูหน่อยสิ!!!

หรือถ้าลุงจิ๋วลืมก็มาถามผมก็ได้!

ท่านแม้วทำอะไรไว้ล่ะครับ จึงได้กลัวคนสั่งทหาร!!!!”

ภาพ นายเทพมนตรี ลิมปพยอม จากแฟ้ม
ขณะที่ นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ “คุณทักษิณกับบันทึกประวัติศาสตร์”

เนื้อหาระบุว่า “นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายของตู่-เต้น และคณะ ที่จะออกมาอาละวาดป่วนบ้านป่วนเมือง และอาจเป็นครั้งสุดท้าย??? ของคุณทักษิณในวัยชราภาพมากแล้ว

จะเก่งมาจากไหน จะรวยล้นฟ้ามีทรัพย์สินเงินทองมากขนาดไหน สุดท้ายก็ไม่มีใครเอาอะไรติดตัวไปได้ ลอนจ้อนทั้งกายและจิต

คุณความดีความชั่วต่างหากที่จะดำรงอยู่ฝากเอาไว้เป็นตัวอย่างบทเรียนให้อนุชนรุ่นหลังได้จดจำ มนุษย์เราทุกคนดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ ไม่มีใครดี ใครเลวไปทั้งหมด นี่คือ หลักการโดยธรรมชาติ ทั้งพราหมณ์ พุทธ มุสลิม ฯลฯ

วิชาประวัติศาสตร์มิได้ถูกบันทึกด้วยความจริงในสัจจะตามความหมายทางศาสนา หากแต่ถูกบันทึกด้วยการตีความ คิดวิเคราะห์จากหลักฐานที่ผ่านการสังเคราะห์ว่ามีความถูกต้องแม่ยำปานใด

เราจึงเห็นนักประวัติศาสตร์เลือกข้างที่จะบันทึกประวัติศาสตร์อย่างมากมาย กระนั้นมันไม่ได้อยู่ที่ใครจะมีชื่อเสียง คำนำหน้าหรือเครื่องราชฯเต็มหน้าอก หากแต่มันอยู่ที่วิธีการในการขีดเขียนกับหลักฐานเหตุผลที่นำมาแสดงนั้นต่างหาก กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

คุณทักษิณจะถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์อย่างไร ก็อย่างน้อยๆ ในเอกสารชั้นต้นมากมายก็บันทึกกรรมชั่วที่อุดมไปด้วยเจตนาร้ายต่อประเทศตัวเองจนนับครั้งไม่ถ้วน อาทิ เอกสารในคดีความที่ศาลได้วินิจฉัย บันทึกเสียงวิดีโอคอลลิงก์ เนื้อหาบทสัมภาษณ์ต่างๆ ที่มีภาพคุณทักษิณติดอยู่ด้วย ล่าสุดคือ Clubhouse ที่เข้าไปเล่นในนาม โทนี่

ในทางประวัติศาสตร์แล้ว คุณทักษิณ ถูกบันทึกด้วยหลักฐานที่แสดงความเลวร้ายสุดๆ นักประวัติศาสตร์ในอนาคตไม่อาจปฏิเสธความจริงในข้อนี้ได้เลย เพราะมีประจักษ์พยานหลักฐานที่เป็น Primary Source มากเหลือเกิน

ครั้งนี้คุณทักษิณอาจทิ้งไพ่ในมือเป็นตัวโง่อีกครั้ง หลังจากที่ทิ้งไพ่ในมือออกไปหลายต่อหลายใบ ตัวแสดงแต่ละตัวที่คุณทักษิณหลอกใช้ตั้งแต่ลุงของผม นักการเมือง นักวิชาการ เด็กเยาวชน ล้วนแล้วถูกอำนาจเงินอิทธิพลของคุณทักษิณครอบงำกลายเป็นสุนัขรับใช้ทั้งสิ้น

ประวัติศาสตร์ไทยได้บันทึกเรื่องราวของคุณทักษิณมากมาย จนมาถึงปัจฉิมบทใกล้วาระสุดท้ายแล้ว ด้วยอายุเวลาของคุณทักษิณ แม้ดูแข็งแรง แต่ก็แก่มาก ทิ้งความหนุ่มไปพร้อมความดีกุศลจิตไปทุกขณะ ที่เหลือคืออะไรลองคิดดู

คุณทักษิณมีเงินทองทรัพย์สินมากมายใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด ถ้ากลับเนื้อกลับตัวเปลี่ยนใจ บำเพ็ญคุณความดีอรรถประโยชน์เป็นกุศลกรรมย่อมมีคนเห็นใจและให้อภัย

การใช้เงินใช้คนโง่ มามากมายจนไพ่จะหมดหน้าตักแล้ววันเวลาก็นับถอยหลังไปทุกที สมควรแล้วหรือที่จะเป็นต้นเหตุให้ประเทศไทยมันย่ำแย่ลง

หรืออมตะวาจาของคุณทักษิณที่อาฆาตมาดร้ายจองล้างจองผลาญประเทศชาติที่ให้กำเนิดนี้มันจะกลายเป็นผลดีทำให้คุณทักษิณเป็นวีรบุรุษ

เปล่าเลยถ้าร้อยทั้งร้อยของนักประวัติศาสตร์ของประเทศนี้ จะชื่นชมยินดียกย่องคุณความดีของคุณทักษิณมากมายไว้อย่างไร ก็ยังมีผมที่จะบันทึกประวัติศาสตร์ของคุณทักษิณอีกแบบ

ผมอยากให้คุณทักษิณหยุดยั้งเชื้อไฟครั้งใหม่ด้วยการปราม ตู่ เต้น หรือตัดท่อน้ำเลี้ยงปิดก๊อกกระแสเงินสดหยุดม็อบ โลกจะสรรเสริญ ประเทศไทยจะยินดีครับ!”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่ามา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แสดงทัศนะผ่าน Clubhouse หัวข้อ “เคลียร์ทุกคำถาม ชัดทุกคำตอบ” กับพี่ Tony Woodsome

ช่วงหนึ่งเมื่อถูกถามว่า มีแนวทางปฏิรูปกองทัพอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดรัฐประหาร ?

ทักษิณ ตอบว่า ต้องเริ่มจากการตั้งคำถามเเละพูดคุยกันก่อนว่า กองทัพมีขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่ ภายใต้ภูมิทัศน์และสถานการณ์ความมั่นคงปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป การมีนายพลและกำลังพลจำนวนมากไม่ใช่เรื่องที่ดีทั้งในแง่การบริหารและค่าใช้จ่าย โดยสรุปแล้วต้องเริ่มจากการพูดคุยกัน

“ผมไม่ได้กลัวทหารปฏิวัติ แต่ผมกลัวคนที่สั่งทหารมากกว่า” เขากล่าว
https://thai-democracy.com/?p=9920

ภาพ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายจตุพร พรหมพันธุ์ จากแฟ้ม
ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ หรือ “ตู่” ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ในหัวข้อ วันที่ 4 เดือน 4  4 โมงเย็น ได้เวลาประยุทธ์ออกไป...

ในที่นี้ขอหยิบยกสาระสำคัญเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวมานำเสนอ

นับแต่ระบุว่า การประกาศนัดหมายของ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติวีรชนพฤษภา 2535 เริ่มมีพลานุภาพ แม้ทุกสายตาต่างจ้องมองตนจะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร ซึ่งได้อธิบายชัดเจน ว่า เป็นคนเดือนพฤษภา 2535 คนหนึ่ง เมื่อประธานคณะกรรมการญาติวีรชน ได้เชิญชวนให้เข้ามาร่วม และประเมินสถานการณ์บ้านเมือง ว่า อยู่ในจุดขั้นวิกฤตแล้วจะนิ่งดูดายได้อย่างไร โดยให้ยึดโมเดลพฤษภาคม 2535 ที่เป็นเรื่องระหว่างประชาชนกับเผด็จการ ดังนั้น รู้ว่าต้องเจออะไรในสถานการณ์นี้

“แต่บางคนกลับถากถาง อย่างเช่น นายสมชาย แสวงการ ส.ว. บอกว่า ปลุกไม่ขึ้น ดังนั้น อยากบอกไปยังนายสมชาย ว่า ให้ดูประวัติศาสตร์ พฤษภาคม 2535 ที่ตนไปนำทัพต่อที่รามคำแหงนั้น เป็นประวัติศาสตร์ที่แม้ว่าจะหมดหนทาง ซึ่งทุกคนคิดว่า แพ้แล้ว แต่เรายังพลิกสถานการณ์โดยประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายยืนเคียงข้างเป็นที่มั่นสุดท้ายของประชาชน”

ดูถูกไว้ให้มากๆ ซึ่งบางพวกก็บอกผมไร้ราคา และที่หนักไปกว่านั้น บางพวก ก่อนหน้านี้ก็บอก ย้ายขั้วสลับข้างกล่าวหาขับไล่ ออกจากประธาน นปช. แต่เมื่อมาขับไล่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็หาเหตุอื่นต่อ ก็ว่ากันไป เพราะทำอะไรไม่ถูกใจคนพวกนี้สักเรื่อง

ที่ผ่านมา ก็พูดชัดเจนว่า ในการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องขององค์กรใดองค์กรหนึ่งที่ต่อสู้กันมากว่า 15 ปี แต่เป็นเรื่องที่จะต้องสามัคคีประชาชน ในวันที่ประชาชนอยู่ฝ่ายเดียวกันแล้วต่อสู้กับเผด็จการ ดังนั้น การดูถูกเหยียดหยาม หรือ ความพยายามปั่นกระแสอะไรก็ตาม อยากถามว่า ที่ทำแบบนี้เพราะต้องการให้ พลเอก ประยุทธ์ อยู่ต่อใช่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม เราต้องอดทนรอคอยต่อสถานการณ์ให้เห็นว่า ประเทศเดินต่อไม่ได้จริงๆ และสายป่านสุดท้ายคือ เรื่องรัฐธรรมนูญ...

การนัดหมายในวันที่ 4 เมษายนนี้ คือ ปรากฏการณ์ของการต่อสู้ ของสมรภูมิใน พ.ศ.นี้ และก็พูดชัดเจนว่า เมื่อได้รับการเชิญชวนก็ไป เพราะเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อที่อยู่ในช่วงท้ายๆ ของชีวิต ลูกอยากเห็นประชาธิปไตยไปต่อสู้แล้วเสียชีวิต คนเป็นพ่อก็แบกความทุกข์กับลูกที่เสียชีวิตมายาวนานกว่า 29 ปี

ดังนั้น ท้ายๆ ของชีวิตที่เขาต้องการให้บ้านเมืองดีขึ้นนั้น ก็มีความเข้าใจและเห็นใจ โดยเข้าไปในฐานะ นายจตุพร พรหมพันธุ์ คนที่ผ่านเหตุการณ์พฤษภาคนหนึ่ง ได้ประกาศชัดเจนอยู่แล้วว่า พลเอก ประยุทธ์ คือ ปัญหาของชาติ และปัญหาทั้งหมดของประเทศในขณะนี้ที่เกิดวิกฤตในทุกๆ ด้าน ล้วนมาจาก พลเอก ประยุทธ์ เพราะ พลเอก ประยุทธ์ เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดในสถานการณ์บ้านเมืองที่เป็นแบบนี้...

แน่นอน, สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ไม่มีใครเชื่อว่า “ทักษิณ” หยุดเล่นการเมือง และไม่เชื่อว่าทุกอย่างที่ทำไป ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวในต่างประเทศที่พูดถึงประเทศไทย การอาศัย Clubhouse โดยมีองค์กร “CARE คิด เคลื่อน ไทย” ซึ่งก่อตั้งโดย นักการเมืองคนสนิททั้งหลาย ที่เคยสร้างพรรคไทยรักไทยมาด้วยกัน เป็นตัวชงเรื่อง เป็นเพราะหวังดีกับคนไทย ต้องการช่วยเหลือประชาชนไทย

ต่อให้มีประเด็นตอบคำถาม ให้คำปรึกษาอยู่ด้วยก็ตาม แต่ก็ตอบไปในทำนองยกตนข่มรัฐบาล แซะ แขวะรัฐบาล เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง สร้างคะแนนนิยมให้ตัวเองมากกว่า

ยิ่งการเคลื่อนไหวถี่ขึ้นของทักษิณ และอยู่ดีๆ “ตู่-จตุพร” ก็อ้าง พล.อ.ประยุทธ์” และพวก ตระบัดสัตย์ จึงต้องปลุกประชาชนออกมาขับไล่ หรือแม้แต่ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่เพิ่งออกจากคุก ก็แถลงทันควันพร้อมยืนเคียงข้างม็อบ 3 นิ้ว (แยกกันเดิน ร่วมกันตีหรือไม่)

แสดงว่า กระแสน้ำเชี่ยว 3 กระแสใหญ่ กำลังถาโถมโหมกระหน่ำรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมกัน นั่นคือ ม็อบ 3 นิ้ว, การเคลื่อนไหวของทักษิณ และการเคลื่อนไหวของ กลุ่มจตุพร “พฤษภา 35” โมเดล

เป้าหมาย ร่วมสองข้อ (เว้นปฏิรูปสถาบัน ของ 3 นิ้ว) ก็คือ ขับไล่พล.อ.ประยุทธ์ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทว่า มวลชนร่วม ถ้าเคลื่อนไหวไม่พร้อมกัน ก็ใช้ร่วมกันได้ หรือ ยิ่งเคลื่อนไหวพร้อมกัน ก็จะยิ่งยากรับมือ และมีพลังกดดันสูง

จึงไม่แปลก ที่ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครตัดชื่อ ทักษิณ ออกจากคนที่อยู่เบื้องหลังม็อบ 3 นิ้ว ในฐานะแนวร่วมคนหนึ่ง หรือไม่ วันนี้น่าจะมีคำตอบอยู่พอสมควร ว่า ทักษิณ พร้อมเอาคืนกับแค้นที่ฝังหุ่นมานาน

เมื่อเป็นเช่นนี้ จะประมาท ม็อบ 3 ประสาน และสายป่านท่อน้ำเลี้ยง ไม่ได้แม้แต่น้อย เพราะอย่าลืม ม็อบ 3 นิ้ว ที่คึกคักในช่วงแรก ก็เพราะได้มวลชนคนเสื้อแดงมาช่วย คราวนี้ เมื่อมีเวทีเป็นของตัวเอง และเจ้าของม็อบตัวจริง ก็เคลื่อนไหวอย่างสอดรับ อะไรจะเกิดขึ้น ลมหวนจะพัดแรงหรือไม่

ที่น่าเศร้าก็คือ ประชาชนจะเดือดร้อนยาวนานแค่ไหน ถ้าสองขั้วขัดแย้ง ต่างไม่ลดละที่จะเอาชนะคะคานกันให้ได้ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้ เหมือนที่ผ่านๆ มา

หรือผลประโยชน์ทางการเมืองบังตา จนมองไม่เห็น “บทเรียน” ในอดีต ที่สูญเสียอย่างมหาศาล คิดดูให้ดี!!!


กำลังโหลดความคิดเห็น...