xs
xsm
sm
md
lg

“ปวิน” ฝากองค์กรล็อบบี้วุฒิฯสหรัฐฯ “จอม” แด่ “ทอน” ผู้ปลุกความหวัง “หมอพรทิพย์” อึดอัดไม่กล้าจัด “ล้มเจ้า”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ภาพ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ จากแฟ้ม
“ปวิน” ฝาก “Thai Rights Now” จากผู้ชุมนุมสู่องค์กร ผลงานล็อบบี้วุฒิฯสหรัฐฯ อัดไทย “จอม” ขอบคุณ “ทอน” ที่ปลุกความหวัง “หมอพรทิพย์” อึดอัด รัฐไม่กล้าจัดการพวกให้ร้ายสถาบันฯจริงจัง “ไพศาล” เอาง่ายๆ 4 ข้อ จบดรามา “วัคซีน”

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (22 ม.ค. 64) เฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ของ นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และผู้ลี้ภัยเจ้าของเพจดังหมิ่นสถาบันในญี่ปุ่น โพสต์ข้อความระบุว่า

“องค์กรใหม่ ตั้งเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยของไทย โดยน้องๆ คนไทยในสหรัฐอเมริกาค่ะ ฝากเพจด้วยนะคะ”

ทั้งนี้ นายปวิน ได้แชร์เพจ Thai Rights Now ที่โพสต์ข้อความระบุว่า

“Thai Rights Now” คือ การรวมตัวกันของคนไทยในอเมริกาตามเมืองต่างๆ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ความเท่าเทียม และแสวงหาความถูกต้องบนหลักการสากลโลก คู่ขนานไปกับกระบวนการต่อสู้ที่ประเทศไทย

ภาพ จากเฟซบุ๊ก Pavin Chachavalpongpun ของนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์
เราคือองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา จากผู้ร่วมจัดการชุมนุม สู่องค์กรที่พร้อมเคลื่อนไหวไปกับทุกระนาบของการเมืองไทย

จากผลงานที่ผ่านมา ไม่ว่าการจัดการชุมนุม การขยายฐานมวลชนผ่านออนไลน์ การเขียนจดหมายถึงสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯเพื่อขอบคุณและเรียกร้องให้แสดงความคิดเห็นต่อเหตุการณ์ในไทย

ติดตามพวกเราได้ในทุกๆ ช่องทางที่จะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ทั้ง Website, Twitter และ Instagram”

ภาพ จากเฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ของ นายจอม เพชรประดับ
ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ของ นายจอม เพชรประดับ สื่อมวลชนอิสระ ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา โพสต์หัวข้อ ขอบคุณ “ธนาธร”

โดยระบุว่า “ในยามที่คนไทยส่วนใหญ่สิ้นหวัง ท้อแท้ เหมือนไร้อนาคต คุณพยายามใช้ต้นทุนที่คุณพอจะมี สร้างความหวัง สร้างความศรัทธาให้กับคนทั้งประเทศ ว่า อนาคตที่เหมือนจะเลือนราง ยังคงฉายแสงส่องพลังรอพวกเราอยู่ข้างหน้า

ภาพ จากเฟซบุ๊ก Jom Petchpradab ของ นายจอม เพชรประดับ
พวกเรารู้ว่าชะตากรรมที่คุณเผชิญอยู่ตอนนี้ สร้างความเศร้าหมอง ทุกข์ใจแก่คุณและครอบครัวมากน้อยเพียงไหน ไม่แตกต่างจากนักสู้คนอื่นอีกหลายคนที่กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกับคุณ

แต่คุณกล้าที่ออกมายืนข้างหน้า เผชิญกับห่ากระสุนสังหารอย่างไม่เกรงกลัวและไม่หวั่นไหว

คำว่า “ขอบคุณ” อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำต่อความกล้าหาญ เสียสละของคุณ แต่ด้วยพลังแห่งความหวังและความศรัทธาที่คุณเติมเต็มให้พวกเรา เรายิ่งมั่นใจและพร้อมที่จะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกัน เพื่อให้ความเสียสละกล้าหาญของคุณ รวมทั้งความมุ่งหมายปรารถนาของพวกเราเป็นจริงขึ้นมาให้ได้ ด้วยความรักและศรัทธายิ่ง”

ภาพ จากเฟซบุ๊กของแพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์
อีกด้านหนึ่ง แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า

“เมื่อคืนฟังตรงจากการสัมภาษณ์ก็ได้เห็นการแถ การให้ร้ายแบบจงใจตั้งใจ และเมื่อมาดูสิ่งที่เกิดขึ้นตามภาพ ยืนยันได้ว่า กลุ่มการเมืองใหม่ตั้งใจทำอะไรให้แผ่นดินนี้ ดูเหมือนในหัวจะมีความจงเกลียดจงชังพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงมีคุณูปการต่อแผ่นดินไทยมากมาย ความหลงผิดเช่นนี้ ผลกรรมที่รับไม่ยากที่จะมองเห็น แต่สิ่งที่น่าอึดอัดใจก็คือ ผู้นำและเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่มีสัญญาณชัดเจน เรื่องแบบนี้มัวแต่ใช้ความกลัว (กลัวผิดตัวบทกฎหมาย) แทนที่จะใช้ความกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ปล่อยให้พระองค์ถูกย่ำยีมาตลอด

หมอขอบอกผ่านตัวหนังสือนี่แหละ เพราะบอกกับผู้คนใกล้ตัวผู้นำก็มักจะได้คำตอบว่า ผู้นำรู้ ทีมผู้นำเก่ง สิ่งที่เกิดสะท้อนว่าขาดความกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าตั้งใจมาดูแลแก้ปัญหาประเทศ เรื่องนี้สำคัญยิ่งควรมีความเด็ดขาด คนกลุ่มนี้อ้างว่าตั้งใจอยากพัฒนาประเทศ แต่ตลอดเวลาไม่เคยเห็นการกระทำที่ให้กับแผ่นดิน มีแต่การบ่อนทำลายและการทำลาย คนไทยไม่โง่ กำลังเฝ้าดูผู้มีหน้าที่ว่าจะดำเนินการอย่างไร”

นอกจากนี้ เพจเฟซบุ๊ก ซึ่งต้องพิสูจน์ โพสต์ประเด็นจับผิด การแถลงข่าวของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า บางแงมุมว่า

“21 ม.ค. 64 ทวิตเตอร์ ข่าวสด รายงาน
ข่าวสด
@KhaosodOnline
“นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แถลงชี้แจงไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มคำว่า #วัคซีน***ทาน โดยระบุว่าเป็นคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ เอง ในพิธีลงนามสัญญาจัดหาวัคซีนโควิด เมื่อวันที่ 27 พ.ย.
https://twitter.com/KhaosodOnline/status/1352142997526233089
************
ตรวจสอบ
ถอดความจากคลิป ที่ข่าวสดโพสต์ #ไม่มีคำว่า “วัคซีน***ทาน”
“เมื่อรับวัคซีนมาเเล้ว เราต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร
ซึ่งอันนี้ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ได้ทรงพระราชทานให้ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย
ให้อยู่ในขั้นตอน เมื่อรับเข้ามาเเล้ว ต้องมีการเเจกจ่าย ต้องมีการบรรจุ ต้องมีต่างๆ เหล่านี้”

ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

“จุดพลาดของคนตั้งคำถาม เรื่องวัคซีนพระราชทาน

1. พระเจ้าอยู่หัวทั้งรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลปัจจุบัน ไม่เคยพระราชทานวัคซีนโควิด!!! ดังนั้น การบิดเบือนแอบอ้างใดๆ ในเรื่องนี้ว่าเป็นวัคซีนพระราชทาน จึงเป็นเรื่องที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง

2. รัฐบาลตกลงซื้อวัคซีนจากบริษัทผู้ผลิตในอังกฤษ ไม่ได้ตกลงซื้อจากบริษัทของสำนักงานทรัพย์สิน การบิดเบือนว่าการซื้อวัคซีนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทของสำนักงานทรัพย์สิน จึงเป็นการโกหกลวงโลก!!

3. โรงงานผลิตยาของสำนักงานทรัพย์สินจัดตั้งขึ้น เมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ยังทรงพระชนม์อยู่ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในการที่จะได้ใช้ยาที่ทันสมัยถูกต้องรวดเร็วและราคาต่ำที่สุด คือ ราคาทุนโดยไม่หวังผลกำไร!!! เป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีไวรัส ยังไม่มีเรื่องวัคซีนโควิด

4. บริษัทผู้ผลิตในอังกฤษเขาตกลงเลือกบริษัทของสำนักงานทรัพย์สินในการร่วมการผลิตวัคซีน ก็เพราะเป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ไม่ใช่เลือกเพราะแสวงหาประโยชน์

ถ้าพูดเรื่องจริงกันมันก็มีแค่นี้แหละครับ”

แน่นอน, ฟังดูก็เหมือนมีเท่านี้จริงๆ ถ้านายธนาธร ไม่พยายามย้ำโยงใย เพื่อที่จะบีบคั้นเอาให้ได้ ว่า รัฐบาลเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนรายเดียว โดยมีนัยสำคัญซ่อนเร้นหรือไม่ และตอนนี้คนไทยก็รู้แล้วว่า หมายถึงอย่างไร (ภาษาชาวบ้านเขาเรียก หาเรื่องด่า)

ที่สำคัญ ในวันนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอย่างมาก เกี่ยวกับ เพจขององค์กรใหม่ ที่อ้างตัวเองว่า เคลื่อนไหวเกี่ยวกับประชาธิปไตยไทย และคู่ขนานไปกับการชุมนุมของม็อบคณะราษฎร 2563

ยิ่งกว่านั้น ผลงานเด็ดดวงที่พวกเขาทำไปแล้ว ก็คือ การเคลื่อนไหวชุมนุมประท้วงในเมืองต่างๆ ของสหรัฐฯ และยังเป็นกลุ่มที่เขียนจดหมายล็อบบี้วุฒิสมาชิกของสหรัฐฯ ให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมืองในประเทศไทย

และถ้ายังจำกันได้ มีวุฒิสมาชิกสหรัฐฯบางคน ได้อภิปรายเกี่ยวกับการเมืองไทยในวุฒิสภาสหรัฐฯมาแล้ว จนดูเหมือนเป็นการพยายามที่จะแทรกแซงการดำเนินกิจการภายในของไทยหรือไม่ หรือมีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่???

เหนืออื่นใด สะท้อนให้เห็นว่า นับวันเครือข่ายขบวน “ล้มเจ้า” ที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในต่างประเทศ เริ่มมีขบวนการที่ใหญ่โตขึ้น และกระชับพื้นที่เข้าหากันได้อย่างน่ากลัว น่ากลัวว่ารัฐบาลไทยอาจยากจะรับมือได้ในที่สุด

ที่สำคัญ อย่าลืมว่า สิ่งที่ “หมอพรทิพย์” อึดอัดและไม่เข้าใจว่า ทำไมผู้นำและเจ้าหน้าที่รัฐไทย ไม่จัดการให้เด็ดขาดเสียที ก็อาจกลายเป็นอารมณ์ร่วมของคนไทยทั้งประเทศขึ้นมาสักวัน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น ลองคิดดู!?


กำลังโหลดความคิดเห็น...