xs
xsm
sm
md
lg

เปิดสำนวน ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด “นิพนธ์” ผิด ม.157 ไม่จ่ายค่ารถซ่อมบำรุงทาง 50 ล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เปิดสำนวน ป.ป.ช.ชี้มูล “นิพนธ์” ขณะเป็นนายก อบจ.สงขลา ละเว้นไม่เบิกจ่ายค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ชนิด 10 ล้อ 2 คัน ทั้งที่ คกก.ตรวจรับยันดำเนินการถูกต้อง ทำ อบจ.เสียหาย เจ้าตัวอ้างการเสนอราคามีเจตนาไม่สุจริต มีพฤติกรรมสมยอมกันในการเข้าเสนอราคาต่อ อบจ.สงขลา และทำให้ไม่เป็นการแข่งขันอย่างเป็นธรรม จึงไม่เซ็นจ่ายเงิน

วันนี้ (7 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าวชี้มูลความผิดนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ของสำนักงาน ป.ป.ช. ได้มีการระบุถึงพฤติการณ์และขั้นตอนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ไว้ว่า คดีดังกล่าว ป.ป.ช.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน จากการไต่สวนข้อเท็จจริง พยานหลักฐานรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 56 อบจ.สงขลา ได้มีประกาศ อบจ.สงขลา เรื่องจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ ชนิด 10 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล มีกำลังไม่น้อยกว่า 200 แรงม้า จำนวน 2 คัน งบประมาณ 51,000,000 บาท ปรากฏว่าบริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูล โดยเสนอราคาต่ำสุด เป็นเงิน 50,850,000 บาท อบจ.สงขลาโดยนายอุทิศ ชูช่วย นายก อบจ.สงขลาในขณะนั้นจึงได้ทำสัญญาซื้อขายรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ดังกล่าวจากบริษัทพลวิศว์ฯ

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 56 นายนิพนธ์ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา และในวันที่ 8 ต.ค. 56 บริษัท พลวิศว์ ได้แจ้งส่งมอบรถทั้งสองคัน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับรถทั้งสองแล้ว เห็นว่ามีปริมาณและคุณภาพถูกต้องครบถ้วน จึงได้รายงานผลการตรวจรับให้ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปฏิบัติราชการแทนนายก อบจ.สงขลา และได้มีการลงนามรับทราบผลการตรวจรับดังกล่าวแล้ว ดังนั้น การตรวจรับรถทั้งสองคันจึงเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 ข้อ 64 (4) และถือว่าบริษัท พลวิศว์ ได้ส่งมอบรถทั้งสองคันครบถ้วนตั้งแต่วันที่ได้มีการตรวจรับรถสองคันไว้แล้ว หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่พัสดุได้แจ้งผลการตรวจรับรถทั้งสองคันต่อนายนิพนธ์ ให้ทราบและลงนามในหนังสือถึงสำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลาเพื่อมอบอำนาจให้บริษัท พลวิศว์ จดทะเบียนรถทั้งสองคันให้ อบจ.สงขลา แต่นายนิพนธ์กลับละเว้นไม่ลงนามในหนังสือดังกล่าว ทั้งยังได้เขียน สั่งการในด้านหลังของรายงานผลการตรวจรับรถทั้งสองคันว่าเห็นควรให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้มีการทดลองระบบต่างๆ ของรถดังกล่าวอีก ทั้งที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุไม่ได้รายงานว่ารถทั้งสองคันไม่เป็นตามรูปแบบ รายละเอียด และข้อกำหนดในสัญญา หรือมีเหตุอื่นใดที่จะเป็นเหตุให้ต้องสั่งการดังกล่าว ต่อมาบริษัท พลวิศว์ ได้แจ้งให้อบจ.สงขลาส่งมอบเอกสารเพื่อไปดำเนินการจดทะเบียนรถต่อกรมการขนส่งทางบก แต่นายนิพนธ์ก็ไม่ดำเนินการทั้งยังแจ้งให้บริษัท พลวิศว์ ดำเนินการทดสอบระบบต่างๆ ตามที่สั่งการไว้แล้วจึงจะมีการจดทะเบียนรถต่อไป

จากนั้นวันที่ 7 ม.ค. 2557 บริษัท พลวิศว์ ได้นำรถทั้งสองคันไปทดสอบตามที่นายนิพนธ์สั่งการ ผลการทดสอบปรากฏว่าอุปกรณ์ที่ติดตั้งมากับรถมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในสัญญาซื้อขายและสามารถใช้งานซ่อมถนนได้ หลังจากนั้น วันที่ 5 ก.พ. 57 นายนิพนธ์จึงได้มอบอำนาจให้บริษัท พลวิศว์ ไปดำเนินการจดทะเบียนรถทั้งสองคันให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ภายหลังจากที่ อบจ.สงขลาได้รับรถทั้งสองคันไปใช้งานแล้ว วันที่ 17 ก.พ. 57 เจ้าหน้าที่ได้เสนอเรื่องให้นายนิพนธ์เบิกจ่ายเงินค่ารถทั้งสองคันให้แก่บริษัท พลวิศว์ แต่นายนิพนธ์กลับละเว้นไม่จ่ายเงินตามสัญญา ซึ่งบริษัท พลวิศว์ จึงได้ร้องเรียนในเรื่องนี้กับสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 15 (สตง.) และจังหวัดสงขลา โดยทั้งสองหน่วยงานได้มีการแจ้ง อบจ.สงขลา ว่าเมื่อกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับรถทั้งสองคันไว้แล้ว อีกทั้งยังได้มีการนำรถทั้งสองคันไปใช้ในราชการอย่างต่อเนื่อง และมีการจดทะเบียนเป็นกรรมสิทธิ์ของ อบจ.สงขลาแล้ว

ดังนั้น การที่ อบจ.สงขลายังไม่ดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายจึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2535 ข้อ 64 (4) และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2547 ข้อ 64 และเห็นว่าการเบิกจ่ายเงินล่าช้าดังกล่าวไม่มีเหตุผลอันควรยกขึ้นอ้าง กับผู้ขายได้ตามกฎหมาย และอาจถูกผู้ขายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ จึงขอให้ อบจ.สงขลา พิจารณาดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเคร่งครัดต่อไป แต่นายนิพนธ์ ก็ยังไม่เบิกจ่ายเงินให้แก่บริษัท พลวิศว์ โดยอ้างว่าการเสนอราคากระทำโดยมีเจตนาไม่สุจริตมีพฤติกรรมสมยอมกันในการเข้าเสนอราคาต่อ อบจ.สงขลา และทำให้ไม่เป็นการแข่งขันอย่างเป็นธรรม บริษัท พลวิศว์ จึงได้ยื่นฟ้อง อบจ.สงขลา ต่อศาลปกครอง โดยคดีดังกล่าวศาลปกครองสงขลามีคำพิพากษาให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ชำระเงินค่ารถทั้งสองคันพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี รวมเป็นเงินจำนวน 52,062,041 บาท ให้แก่บริษัท พลวิศว์

คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วมีมติว่า การกระทำของนายนิพนธ์ บุญญามณี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มีมูลความผิดฐานเป็นความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมีพฤติการณ์การกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย หรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 79 ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจ และไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนพิจารณาดำเนินการต่อไป


กำลังโหลดความคิดเห็น...