xs
xsm
sm
md
lg

อดีตแกนนำทั้ง 2 ขั้วการเมืองเห็นพ้อง รัฐต้องเคารพสิทธิชุมนุม ดูแลความเรียบร้อย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


(แฟ้มภาพ)
เสวนาถอดบทเรียนชุมนุม อดีตแกนนำทั้ง 2 ขั้วการเมืองเห็นพ้อง รัฐต้องเคารพสิทธิชุมนุม ดูแลความเรียบร้อย “สาทิตย์” ห่วงสื่อเลือกข้างสร้างความเกลียดชัง

วันนี้ (17 ก.ย.) ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย จัดเสวนาถอดบทเรียนจากประสบการณ์การชุมนุมทางการเมืองและข้อเสนอต่อสังคม โดยมี แกนนำและอดีตแกนนำผู้ชุมนุมทางการเมืองในแต่ละยุคสมัย อาทิ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำ พธม. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีตแกนนำ กปปส. และ น.ส.ณัฎฐา มหัทธนา อดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งฯ เข้าร่วมแสดงความคิดอย่างคึกคัก ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่า รัฐบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่ายจะต้องเคารพต้องสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมแสดงความคิดเห็นของนักเรียนนักศึกษา ตามสิทธิในรัฐธรรมนูญ และจะต้องอำนวยความสะดวกให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย เพื่อลดเงื่อนไขการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้น

นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำ พธม. กล่าวว่า ในการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปี 16 ต.ค. 2514 มาจนถึงปัจจุบัน ความรุนแรงจนเกิดการบาดเจ็บล้มตายในแต่ละยุคสมัยล้วนเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้ารัฐมาก่อนทั้งสิ้น ดังนั้น การกล่าวหาว่า ในการชุมนุมใหญ่ของนักเรียนนักศึกษาในวันที่ 19 ก.ย.นี้ อาจจะเกิดความรุนแรงจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้นั้น จึงไม่เป็นความจริง เช่นเดียวกับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า สิ่งที่ตนกังวลมากที่สุด คือ มีขบวนการทำลายความชอบธรรมการชุมนุมของคนหนุ่มสาว สร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง ให้รัฐล้อมปราบ ฆ่านักศึกษาที่มาชุมนุม ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรง รัฐบาลต้องมีหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้การชุมนุมดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าวว่า ตนไม่เชื่อว่า การชุมนุมของนักเรียนนักศึกษาในวันที่ 19 ก.ย.นี้ จะเกิดขึ้นครั้งเดียวจบ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของทั้งผู้จัดการชุมนุม และรัฐบาลจะต้องช่วยกันดูแลให้การชุมนุมเป็นดำเนินไปอย่างสันติ ไม่สร้างเงื่อนไข หรือไปพูดปลุกเร้ามวลชนจนเกิดอารมณ์สุดโต่งจนอาจนำไปสู่ความรุนแรง สิ่งที่ตนเป็นห่วงในขณะนี้สื่อเลือกข้างของทั้งสองฝ่ายที่กำลังผลิดข้อมูลสร้างความเกลียดชังในสื่อสังคมออนไลน์อย่างสุดโต่งในเวลานี้ จะทำให้พื้นที่การพูดคุยเพื่อหาทางออกอย่างสันติร่วมกันน้อยลง


กำลังโหลดความคิดเห็น...