xs
xsm
sm
md
lg

ฝ่ายค้านเชื่อรัฐขอเพิ่มเพดานเงินกู้ หวั่นฐานะคลังทำถังแตก งูกินหางใช้หนี้มีผลงบปีต่อไป

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฝ่ายค้านอัดปรับลดงบไม่สอดคล้องความจริง เชื่อ รบ.เตรียมขอเพิ่มเพดานเงินกู้ จี้ตัดส่วนเกินใช้ให้เกิดประโยชน์ หวั่นฐานะการคลังอาจทำให้ถังแตก ชี้ ปรับลดเหลือ 3.28 ลล. อาจต้องตั้งงบขาดดุล 8-9 แสน ล. งูกินหางไล่ใช้เงินต้นดอกมีผลงบปีต่อไป

วันนี้ (16 ก.ย.) นายสันติ กีระนันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงประเด็นเงินนอกงบประมาณที่เทียบกับการจัดทำบัญชีภาคเอกชนมากกว่า 1 เล่ม ซึ่งอาจส่อพฤติกรรมที่ไม่สุจริตเพื่อทำให้การประเมินภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง แต่เงินนอกงบประมาณไม่ใช่การจัดทำบัญชีมากกว่า 1 เล่ม เพราะเงินนอกงบประมาณยังเป็นส่วนหนึ่งของเงินแผ่นดิน ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สามารถตรวจสอบได้ เช่น เงินนอกงบประมาณที่หน่วยงานจัดหารายได้เอง และกันเพื่อไว้ใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ โดยไม่จำเป็นต้องนำส่งคลัง ตามระเบียบกฎหมายที่ตราขึ้น

ส่วนการปรับลดงบประมาณ 31,965 ล้านบาท นายสันติ กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่มีการปรับลดงบประมาณจนไม่เต็มวงเงินตามหลักการ โดย 17,000 ล้านบาท นำไปให้หน่วยรับงบประมาณเอากลับไปใช้ โดย 11,000 ล้านบาท กลับไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีที่ดิน และ 5,000 ล้านบาท ใช้กรณีเพิ่มอัตราข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข นอกจากนี้ ยังมีเบี้ยยังชีพผู้ชราและผู้ป่วยเอดส์ ส่วนที่เหลืออีก 14,000 ล้านบาท ยังไม่จำเป็นเร่งด่วนตามที่มีคำขอแปรญัตติจากคณะรัฐมนตรี จึงปรับลดวงเงินลงไปเพื่อให้ประหยัดมากที่สุด และต้องตามกำกับดูแลว่ารัฐบาลใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายเสนอตัดงบประมาณร้อยละ 10 โดยชี้ว่ารายงานของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ยังมีภาพเป็นบวกจนมีผลกระทบต่อการประเมินรายรับและสภาพหนี้โดยรวมของประเทศไทย ทั้งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย บอกว่า สถานการณ์เศรษฐกิจติดลบถึงร้อยละ 8.1 เก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายแน่นอน โดยคณะกรรมาธิการยอมรับว่าจะเก็บรายได้ 2.37 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายแรกที่ระบุว่า 2.7 ล้านล้านบาท ขณะที่สถาบันพระปกเกล้าวิเคราะห์ว่า หากจัดสรรงบประมาณตามนี้ ปี 2564 จะมีหนี้สาธารณอยู่ที่ร้อยละ 60.1 เกินเพดานหนี้สาธารณะ และปี 2571 หนี้จะสูงถึงร้อยละ 77 ซึ่งต้องแก้ไขกฎหมายการจัดสรรงบประมาณ ส่วนเงินนอกงบประมาณ 4.8 ล้านล้านบาท 9 ประเภท คืนเข้าคลังเพียง 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องชี้แจงว่าสามารถนำมาใช้ในภาวะวิกฤตอย่างไรได้บ้าง

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า วันนี้ไม่เห็นการปรับลดที่สอดคล้องต่อความจำเป็น เชื่อว่าหากยังเป็นเช่นนี้ในอนาคตรัฐบาลก็จะมาขอให้สภาแก้กฎหมายขยายเพดานเงินกู้อีกแน่นอน จึงอยากให้มีตัดงบบางส่วนที่เป็นไขมันไปใช้ในส่วนที่จำเป็น เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพถนน 4 โครงการ ในจังหวัดมหาสารคาม วงเงิน 190 ล้านบาท ซึ่งยังไม่พร้อม แต่ก็ไม่มีความชัดเจนว่าอนุมัติงบประมาณให้หรือไม่ ทำให้เห็นว่าโครงการต่างๆ ที่พร้อมและประชาชนแบมือขอไม่อนุมัติงบให้ แต่กลับไปให้ในสิ่งที่ยังไม่พร้อม

นายสุทิน กล่าวอีกว่า งบประมาณที่โดนตัดในชั้น กมธ. ทำไมถึงโยนกลับคลัง ความจริงเมื่อตัดงบแล้วก็ต้องนำไปใช้กับส่วนอื่นๆ ให้เกิดประโยชน์ อย่างเช่น โครงการบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ให้ครอบคลุมถึงโรคไต หรือจะเพิ่มเงินให้กับกลุ่มบำเหน็จบำนาญข้าราชการและกลุ่มบำเหน็บบำนาญผู้สูงอายุ ซึ่งที่ผ่านมา ตนโดนบิดเบือนว่าจะตัดเงินของคนกลุ่มนี้จนถูกทัวร์ลง แต่ความจริงตนมีแต่จะเพิ่มให้

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า งบประมาณที่ กมธ.ตัดลดจำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท เป็นประโยชน์กับผู้เสียภาษีและประเทศชาติ แต่ก็ไม่เหมาะสมกับวิกฤตเศรษฐกิจ ทุกคนกำลังเผชิญกับสึนามิเศรษฐกิจ แต่ไม่น่าเชื่อว่า ยุคนี้เราจะมีผู้บริหารไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับความยากลำบากของประชาชน งบจำนวนมากที่กำลังพิจารณาทั้งในแง่ปริมาณและการจัดสรร คือ ชูชีพของพี่น้องประชาชน

นายพิธา ยังตั้งข้อสังเกตถึงการจัดทำงบประมาณ 5 ข้อ ดังนี้ 1. โครงสร้างงบประมาณยังไม่ตอบโจทย์มหาวิกฤต ไม่รองรับวิกฤตและอาฟเตอร์ช็อกของมันได้ 2. งบที่ตัดไม่ใช่ตัดจริงๆ ไม่ใช่การรีดไขมันจริงๆ 3. รัฐราชการโตขึ้น 4 เปอร์เซ็นของทุกปี โตยิ่งกว่าจีดีพี 4. การกระจายอำนาจ ท้องถิ่นถูกรีดภาษีและได้เงินชดเชยไม่เพียงพอ แม้มีการให้งบเพิ่มกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไปแล้ว แต่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสั่งงดเก็บภาษีสิ่งก่อสร้างไป จึงทำให้ อปท.ได้รับความเสียหายมาก และ 5. ประมาณการฐานะทางการคลัง อาจทำให้คลังแตกได้ งบประมาณที่ปรับลดลงเหลือ 3.28 ล้านล้านบาท อาจต้องตั้งงบขาดดุลประมาณ 8-9 แสนล้านบาท เป็นการขาดดุลจำนวนมากและต่อเนื่อง เราต้องไล่ใช้เงินต้นและดอกเบี้ยเป็นงูกินหางที่สร้างข้อจำกัดในการจัดงบประมาณในปีต่อๆ ไป แม้รัฐบาลจะยืนยันว่า ฐานะทางการคลังเข้มแข็ง ไม่ถังแตก แต่สงสัยว่า ทำไมถึงแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ เชื่อว่า หากจัดสรรงบให้ดี ตรงจุด ตรงเป้าหมาย จะนำพาประเทศพ้นวิกฤตและคงสถานะคงคลังได้ หากเราตัดงบที่ไม่จำเป็นได้

อย่างไรก็ตาม หลังการอภิปรายที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการด้วยคะแนน 264 เสียง ต่อ 140 เสียง งดออกเสียง 18 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง




กำลังโหลดความคิดเห็น...