xs
xsm
sm
md
lg

“คดีบอส อยู่วิทยา” จาก “วิชา มหาคุณ” ถึงนายกฯ แล้วโยน ให้ ป.ป.ท.เข้าสู่กระบวนการลากถ่วงเต็มรูปแบบ **“ประชาธิปัตย์” จับมือ “ก้าวไกล” ยื่นแก้ไข ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ข่าวปนคน คนปนข่าว






**ความจริง “คดีบอส อยู่วิทยา” จาก “วิชา มหาคุณ” ถึงนายกฯ แล้วโยน ให้ ป.ป.ท. งานนี้=เข้าสู่กระบวนการลากถ่วงเต็มรูปแบบ


คดีบอส “วรยุทธ อยู่วิทยา” ต้องบอกว่ากำลังอยู่ในช่วงไคลแมกซ์สำคัญ ตามที่ “วิชา มหาคุณ” ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้อง “บอส” ได้ส่งมอบรายงานผลการตรวจสอบฉบับสมบูรณ์ให้แก่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ไปเรียบร้อยแล้วนั้น เชื่อกันว่า จากผลสอบที่ “วิชา มหาคุณ” ได้ย้ำแน่นหนักต่อสื่อทั้งด้วยคำพูด และเอกสาร มีทั้งตำแหน่ง ชื่อย่อ และพฤติกรรม ชนิดที่ว่า “กระจ่าง” ทุกช็อต

รวมไปถึงการขุดคุ้ยข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งคลิปเสียงบทสนทนา “ตำรวจกับอัยการ” แถมแว่วว่า ยังมีภาพถ่ายในห้อง “ปั้นความเร็วรถ” ต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักฐาน คำตอบที่ชี้ให้ชัดว่า “คดีบอส” มีกระบวนการวิ่งเต้น ช่วยเหลือ “ฟอกขาว” โดยการร่วมมือกันของกลุ่มบุคคลระดับสูงของรัฐ ทั้งอัยการ ตำรวจ กมธ.สนช. และทนาย ...ถือเป็นความอัปยศของระบบยุติธรรมที่ถูกครอบงำโดยเครือข่ายใหญ่ สร้างความอับอาย และเสียหายแก่ประเทศอย่างที่ไม่เคยเกิดขี้นมาก่อน

ทั้งหมดจึงเหลือแค่การเปิดเผยรายงานนี้ออกมาให้สังคมรับรู้เหมือนๆ ที่คณะกรรมการชุด “วิชา” ได้รู้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่านายกฯ จะเปิดเผยหรือไม่ ?

วิชา มหาคุณ - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เมื่อรัฐบาลและนายกฯได้ผลสอบจาก “วิชา มหาคุณ” มาแล้ว สิ่งที่สังคมตั้งตารอ และจับตาอย่างใกล้ชิด ก็คือ นายกฯ จะแสดงความกล้าหาญ เปิดเผยความจริงต่อสังคมแค่ไหน เวลาผ่านมาหลายวันโดยที่มีองค์กรต่างๆ คอยติดตามจี้ทวงถามนายกฯให้เปิดเผยรายงานดังกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบ แบบไม่ตัดทอน ไม่ปิดบังข้อมูลใดๆ และที่สำคัญ ต้องเร่งเอาคนผิดมาลงโทษโดยเร็ว เพื่อเรียกความเชื่อมั่น และศรัทธาต่อระบบยุติธรรมกลับมา
แต่...ไม่ว่าสังคมจะเรียกร้องแค่ไหน ฟังว่า ล่าสุด เมื่อวาน (8 ก.ย.) นายกฯ ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับ “คดีบอส” ตามข้อสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยโยนให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ท หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นฝ่ายดำเนินการ
ข่าวว่า “พล.อ.ประยุทธ์” ยืนยันว่า ได้คุยกับ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย และให้เอาข้อมูลทั้งหมดไปให้ ป.ป.ท. สังคายนา และสังเคราะห์ออกมา แล้วค่อยไปเปิดเผยในขั้นตอนนั้น... เหตุผลที่เปิดตอนนี้ไม่ได้ เพราะไม่อยากก้าวล่วง พูดก่อนก็จะดูไม่ดี...
เรื่องนี้ก็ต้องกลับมาที่คำถามที่ว่า ทำไมนายกฯ ถึงไม่เปิดเผยรายงาน เปิดเผยรายชื่อตามผลสอบที่ “วิชา มหาคุณ” สรุปมาให้สังคมรู้ก่อน แล้วค่อยส่งต่อให้ ป.ป.ท. จัดการผู้เกี่ยวข้อง จะผิด หรือไม่ผิดอย่างไรนั้น ก็ค่อยว่าไปตามเนื้อผ้า ตามกระบวนการ ไม่ดีกว่าหรือ ?

วรยุทธ อยู่วิทยา
ที่สำคัญ เวลาในการสอบ การทำงานของ ป.ป.ท. ก็ไม่มีใครรู้ได้ว่าจะแล้วเสร็จเมื่อไหร่ นี่ยิ่งทำให้สังคมสงสัยได้อีกว่า เท่ากับเรื่องนี้นายกฯ กำลังจะประวิงเวลาไปเรื่อยๆ หรือไม่
เพียงเพราะ เพื่อปกป้อง ปกปิด ผู้เกี่ยวข้องที่แต่ละคนเกี่ยวโยงกับเครือข่ายใหญ่ใกล้ตัวนายกฯ เป็น “Deep state” ที่มีอำนาจบารมีเหนือรัฐบาล แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมโดยที้ไม่มีใครกล้าแตะต้อง นายกฯถึงกลับโนแคร์เสียงของประชาชน
ถ้านายกฯเอาแต่เตะถ่วง ยื้อเวลาแบบนี้ บอกได้เลยว่าจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของระบบยุติธรรมและของรัฐบาล ยิ่งเสื่อมถอยไปอีก
และการที่นายกฯไม่กล้าเปิดรายชื่อคนที่มีเอี่ยวคดีบอส กลับโยนกลองไปที่ ป.ป.ท. บทสรุปคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ นอกเสียจากว่า... งานนี้เท่ากับเข้าสู่กระบวนการลากถ่วงเต็มรูปแบบ !.




**“ประชาธิปัตย์” จับมือ “ก้าวไกล” ยื่นแก้ไข ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ โดยไม่มี ส.ส.เพื่อไทย แตกแถวไปร่วมลงชื่อสนับสนุนแม้แต่คนเดียว หรือนี่คือสัญญาณชัดว่า “แม้ว” จูบปากกับ “ลุง” แล้ว !!

พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับพรรคก้าวไกล ยื่นร่างแก้ไข รธน.มาตรา 272
หลังจากมีสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ส่วนหนึ่ง ออกมาขานรับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะไม่ขวางการแก้ไข “มาตรา 272” เกี่ยวกับอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตามที่กระแสสังคมเรียกร้อง ด้วยเห็นว่า ส.ว.ชุดนี้ เป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย อย่างที่ควรจะเป็น
ล่าสุด เมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) กลุ่ม ส.ส.ประชาธิปัตย์ และพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นแกนหลัก ก็ได้รวบรวมรายชื่อ ส.ส. ได้ 99 รายชื่อ ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ยกเลิกมาตรา 272 ต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นที่เรียบร้อย
ใน 99 รายชื่อนั้น ประกอบด้วย ส.ส.จากพรรคฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลรวม 13 พรรค ...ในซีกฝ่ายค้านประกอบด้วย พรรคก้าวไกล 54 คน พรรคประชาชาติ 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรคเสรีรวมไทย 10 คน พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน
ส่วน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ 16 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน นอกนั้นเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก “กลุ่มพรรคเล็ก” ได้แก่ “ดำรงค์ พิเดช” พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” พรรคไทยศรีวิไลย์ “พีระวิทย์ เลื่องลือดลภาค” พรรคไทรักธรรม “พิเชษฐ สถิรชวาล” พรรคประชาธรรมไทย และ “สุรทิน พิจารณ์” พรรคประชาธิปไตยใหม่
เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ที่ออกมาประกาศเสนอแก้ มาตรา 272 นั้น เรียกตัวเองว่า เป็น “กลุ่มกบฏ ปชป.” ที่นำโดย “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ส.ส.ตรัง “เทพไท เสนพงศ์” ส.ส.นครศรีธรรมราช “อันวาร์ สาและ” ส.ส.ปัตตานี “พนิต วิกิตเศรษฐ์” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งกลุ่มนี้ปกติจะมีไม่ถึง 10 คนที่ออกมาเคลื่อนไหวแบบไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับพรรค แต่ครั้งนี้กลับมีถึง 20 คน ซึ่งภายหลัง ส.ส.สุราษฎร์ธานี มาขอถอนชื่อออก 4 คน จึงเหลือเพียง 16 คน ...

ทักษิณ ชินวัตร
หรือว่าพรรคหลับตาข้างหนึ่ง ปล่อยให้ ส.ส.มาร่วมลงชื่อเสนอญัตติ ทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลมีมติไปแล้วว่า เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงร่างเดียว คือ แก้มาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
อีกข้อสังเกตที่พูดถึงกันมาก คือ ญัตตินี้ไม่มีชื่อ ส.ส.จาก “พรรคเพื่อไทย” ที่เป็นแกนนำฝ่ายค้าน และ “พรรคพลังประชารัฐ” แกนนำฝ่ายรัฐบาล ร่วมลงชื่อแม้แต่คนเดียว!!
อาจมองได้ว่า ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล หรือพรรคอนาคตใหม่ (เดิม) มีการ “ขบเหลี่ยม” กันมาตลอด ทั้งในด้านบทบาทการนำในสภา นอกสภา หรือแย่งชิงฐานเสียงมวลชน...เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่น ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อตั้ง ส.ส.ร. ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ “พรรคก้าวไกล” ก็ไม่ร่วมลงชื่อสนับสนุน โดยอ้างว่าร่างแก้ไขนี้ มีข้อจำกัดเรื่องไม่แตะ หมวด 1 หมวด 2 และ อำนาจ ส.ว.
เมื่อพรรคก้าวไกล ยื่นแก้ไข มาตรา 272 ตามกระแสเรียกร้องของกลุ่มประชาชนปลดแอก ที่กำลังเคลื่อนไหวชุมนุมอยู่ในขณะนี้ “พรรคเพื่อไทย” จึงไม่ร่วมลงชื่อด้วย ซึ่งอาจจะอ้างว่าไม่ต้องการ “เดินตามเด็ก” หรืออาจจะมีข้ออ้างว่า รายละเอียดในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ตรงกับแนวทางของพรรค ซึ่งทางพรรคอาจเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมไปอีกในภายหลังก็ได้
แต่ก็มี “คอการเมือง” ที่ตีความปรากฏการณ์นี้ไปลึกกว่าที่เห็นว่า... นี่คือสัญญาณชัดว่า เพื่อไทย จูบปากกับ พลังประชารัฐ... “แม้ว” คืนดีกับ “ลุง” แล้ว !!




กำลังโหลดความคิดเห็น...